บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ญาติธรรม แจ้ง สภ.เหมืองจี้ เอาผิดอดีตประธานมูลนิธิอโศกฯ ฉ้อโกง ปชช.

ญาติธรรมมูลนิธิอโศกฯ จ.ลำพูน ยื่นหนังสือให้ สภ.เหมืองจี้ เอาผิด อดีตประธานมูลนิธิ ข้อหาฉ้อโกงประชาชน หลังเดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนตลอด 3 วันที่มา ด้านทนายความยืนยันคำสอน ตามหลักกาลามสูตร 10 ประการ ส่วนแชร์ลูกโซ่ไม่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ

จากกรณีที่ นายดุสิต อารีวงศ์ อดีตประธานมูลนิธิอโศกมุนีแสงธรรม กับพวกร้องทุกข์กล่าวโทษ นายสินธพ ทรวงแก้ว และ นางอนงค์ ปัจจธง ผู้ดูแลมูลนิธิฯ ฉ้อโกงประชาชน โดยเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2560 ญาติธรรมผู้ปฏิบัติธรรมในมูลนิธิฯ จำนวนสองร้อยกว่าคนได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ณัฏฐวุฒิ ยุววรรณ ผู้กำกับ สภ.เหมืองจี้ จ.ลำพูน เพื่อขอความเป็นธรรมให้ผู้ถูกกล่าวหา และร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีนายดุสิต กับพวกในข้อหาฉ้อโกงประชาชนด้วยเช่นกัน


ล่าสุด วันนี้ (14 ก.ค.) นายบุญธร อุปนันท์ ทนายความของมูลนิธิฯ ได้นำญาติธรรมอีก 6 ราย เข้าให้เข้าปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เหมืองจี้ โดยพยานทั้งหมดต่างให้การในทำนองเดียวกันว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่มูลนิธิฯ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน และทางมูลนิธิฯ ไม่มีการหลอกลวง ฉ้อโกงประชาชน ตามที่ถูกนายดุสิตและพวกกล่าวหากันแต่อย่างใด


“ส่วนที่นายดุสิต กับพวกไปร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ ว่าถูกหลอกให้ทำบุญในโครงการเก็บรวบรวมสมบัติพระพุทธเจ้าในลักษณะแชร์ลูกโซ่แบบติดเทอร์โบนั้น ในส่วนนี้ญาติธรรมบอกว่าไม่เกี่ยวกับโครงการเก็บรวบรวมพระพุทธรูปสมบัติของพระพุทธเจ้าและมูลนิธิฯ เพราะเป็นเรื่องที่ผู้ร้องไปร่วมลงทุนทำธุรกิจขายตรง กับบริษัท เจ เค วัน อินเตอร์ แล้วเจ๊ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมูลนิธิฯ เลย” นายบุญธร กล่าว


ทนายความมูลนิธิอโศกฯ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนายสินธพ เป็นผู้สอนธรรมแล้ว ประเด็นที่สำคัญคือนายดุสิต ซึ่งเป็นอดีตประธานมูลนิธิฯ ก็เป็นผู้ร่วมสอนธรรมด้วยเช่นกัน และเป็นการสอนที่เหมือนแบบเดียวกับที่ นายสินธพ สอนทุกประการ นายสินธพ ได้พูดว่า พระพุทธรูปสร้างมาจากพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ สร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช โดยได้ขยายความอีกว่า อย่าเชื่อสิ่งที่อาจารย์พูด มันอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ ขอให้ยึดตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า คือจะเชื่อสิ่งไหนขอให้ใช้วิจารณญาณตามหลักกาลามสูตร 10 ประการ คือ อย่าเพิ่งเชื่อโดยฟังตามกันมา อย่าเพิ่งเชื่อโดยถือว่าเป็นของเก่าเล่าสืบๆ กันมา

"อย่าเพิ่งเชื่อเพราะข่าวเล่าลือ อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างคัมภีร์หรือตำรา อย่าเพิ่งเชื่อโดยคิดเดาเอาเอง อย่าเพิ่งเชื่อโดยคิดคาดคะเนอนุมานเอา อย่าเพิ่งเชื่อโดยตรึกเอาตามอาการที่ปรากฏ อย่าเพิ่งเชื่อเพราะเห็นว่าต้องกับความเห็นของตน อย่าเพิ่งเชื่อว่าผู้พูดควรเชื่อได้ และอย่าเพิ่งเชื่อว่าผู้พูดนั้นเป็นครูของเรา ซึ่งนายสินธพ ได้บอกว่าให้พิจารณาให้ดีก่อนแล้วจึงค่อยเชื่อ และให้เชื่อความจริงที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติจนเห็นผลอย่างแน่ชัดแล้ว"


โครงการเก็บรวบรวมสมบัติของพระพุทธเจ้า ตามที่นายสินธพ บอกคือไม่ใช่เป็นโครงการของนายสินธพ และนางอนงค์ เท่านั้น แต่เป็นโครงการของชาวพุทธทุกคนที่จะได้มีส่วนร่วมช่วยกันจรรโลงและสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยาวนานต่อไป เงินที่ญาติธรรม ทำบุญ บริจาค เพื่อใช้ในโครงการนี้จะมีคณะกรรมการคือ นายนพพร แสนแก้วกาศ, นายสมโภชน์ จินดารักษ์, นางสาวบุษบา เรือนสุภา, นางสาวเฟื่องฟ้า จินดารักษ์, นางสาววนัชพร อุ่นเรือน เป็นผู้ดูแล ไม่ใช่นายสินธพ หรือนางอนงค์ อีกทั้ง นายสินธพ กับ นางอนงค์ ก็ไม่เคยรับเงินจากญาติธรรมโดยตรง” นายบุญธร กล่าว


อย่างไรก็ตาม นายบุญธร ยังกล่าวอีกว่า ตัวแทนญาติธรรมที่เข้าให้ปากคำตลอด 3 วันที่ผ่านมา (12-14 ก.ค.) รวมทั้งสิ้น 16 คน จากทั้งหมดกว่า 200 คน ต่างให้การเป็นเสียงเดียวกันว่า นายสินธพ และนางอนงค์ ไม่ได้ทำการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนแต่ประการใด ซึ่งหากพนักงานสอบสวนเห็นว่า นายสินธพ และ นางอนงค์ มีพฤติกรรมเข้าข่ายหรือกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน แล้วต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทางญาติธรรมทั้งหมดก็ขอให้พนักงานสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับนายดุสิต ด้วยเช่นกัน เพราะนายดุสิต เคยเป็นประธานมูลนิธิ และเป็นผู้ร่วมสอนธรรม รวมทั้งร่วมทำโครงการรวบรวมสมบัติของพระพุทธเจ้ากับนายสินธพ ตั้งแต่เริ่มต้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ทางญาติธรรมเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เหมืองจี้ แล้ว ยังได้ร่วมกันยื่นหนังสือคำให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร และร้องทุกข์กล่าวโทษให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายดุสิตกับพวก ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนเพิ่มเติมด้วย