วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เช็กด่วน! แพทย์ ชี้ คนชอบสะสมขยะ-ทำตัวประหลาด เสี่ยงป่วย 'โรคจิตเภท'

รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต แนะ คนไทยป่วยเป็น "โรคจิตเภท" มากเป็นอันดับ 2 รองจากโรคซึมเศร้า พบตลอดช่วงชีวิตมีผู้ป่วยประมาณ 8 แสนคน มักพบพฤติกรรมสะสมขยะ หลงผิด ประสาทหลอน ไม่ดูแลความสะอาดตัวเองและสิ่งแวดล้อม

เป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจไม่น้อย สำหรับข่าวเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตห้วยขวางได้เข้าทำความสะอาดบ้านของลุงคนหนึ่งที่ถูกเพื่อนบ้านร้องเรียน เรื่องสะสมขยะ และเลี้ยงนกพิราบ ทำให้มีมูลของนกเต็มบ้าน ส่งกลิ่นเหม็นมานานหลายสิบปี 

โดยที่ผ่านมาเรื่องการร้องเรียนในลักษณะนี้มีให้เห็นอยู่หลายครั้ง ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ ก็มีข่าวหลายข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนที่ชอบสะสมขยะไว้ในบ้าน จนเพื่อนบ้านได้รับความเดือดร้อน รวมไปถึงคนที่มีพฤติกรรมชอบนำของเก่าจากข้างนอกมาเก็บไว้ในบาน หรือคนบางประเภทที่ไม่กล้าทิ้งของ ซึ่งอาจจะเป็นความชอบส่วนตัว หรือในอีกกรณีคือ พฤติกรรมดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายของคนมีปัญทางจิตที่ควรได้รับการรักษา

จากการสอบถามไปยัง นพ.ชิโนรส ลี้สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า พฤติกรรมของคนที่ชอบสะสมขยะ ไม่กล้าทิ้งของ ชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมสกปรกอาจเข้าข่าย “โรคจิตเภท” โดยผู้ป่วยจะมีอาการประสาทหลอน หลงผิด มีความคิดแปลกๆ หรือบางครั้งมีพฤติกรรมไม่ดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่ดูแลความสะอาดตัวเองและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตนคิดว่าทางที่ดีที่สุดควรพาคนประเภทนี้ไปตรวจที่โรงพยาบาล เพื่อความแน่นอน

“จริงๆ แล้วต้องมาตรวจดูว่าปกติดีไหม อาจจะเป็นลักษณะในเรื่องของภาวะเจ็บป่วยทางจิต ก็คงต้องรักษา ซึ่งเป็นหน้าที่ของท้องถิ่น ที่ต้องพามาตรวจเพื่อหาสาเหตุที่โรงพยาบาล ต้องดูในเรื่องของสภาพจิตใจของเขาเป็นว่าเป็นอย่างไร เพราะคนปกติส่วนมากก็ไม่ค่อยเป็นแบบนี้ เขาอาจจะมีความคิดแปลกๆ ซึ่งมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยทางจิต ดังนั้น ต้องพามาตรวจให้แน่ใจดีกว่า ถ้ารักษาไปด้วยก็อาจจะดีขึ้น แต่หากตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติก็คงต้องเป็นในเรื่องของ พ.ร.บ.สาธารณสุข เข้ามาจัดการในส่วนของเหตุรำคาญ”

สำหรับวิธีรักษา ทางโรงพยาบาลจะรักษาด้วยการให้ยาเพื่อเข้าไปเติมเต็มสารเคมีในสมอง เนื่องจากสาเหตุของโรคเกิดจากเคมีในสมองบกพร่องไป โดยที่ผ่านมาพบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคจิตเภทค่อนข้างสูง เป็นโรคที่พบบ่อย หากคิดเป็นตลอดช่วงชีวิต มีผู้ป่วยประมาณ 800,000 รายในประเทศไทย และพบเป็นโรคที่คนไทยป่วยมากเป็นอันดับ 2 รองจากโรคซึมเศร้า หรือทั่วโลกเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า “จากสถิติผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา กรมสุขภาพจิต ปี พ.ศ. 2504 พบผู้ป่วยโรคจิตที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาล 2,406 ราย เป็นโรคจิตเภทเสีย 1,141 ราย หรือ 59.65% ของผู้ป่วยโรคจิตทั้งหมด จึงเห็นได้ว่า จิตเภทเป็นโรคจิตที่พบได้มากที่สุดในโรงพยาบาลจิตเวชของประเทศไทย สถิติที่ได้ใกล้เคียงกับสถิติของโรงพยาบาลจิตเวชในต่างประเทศมาก โดยโรคนี้พบมากในเกณฑ์อายุ 15-44 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บุคคลต้องเผชิญปัญหาการปรับตัวกับเหตุการณ์และความตึงเครียดของชีวิตหลายๆ ด้าน เช่น ปัญหาการศึกษา อาชีพ การสมรส การสร้างฐานะและครอบครัว เป็นต้น ฯลฯ ในเด็กและผู้ชราก็อาจพบโรคนี้ได้บ้าง แต่อุบัติการณ์ต่ำกว่าในวัยเจริญพันธุ์มาก” (ข้อมูลจาก คู่มือจิตเวชศาสตร์ สำหรับประชาชน หน้า 157-160.)

ภาพจาก ข่าวกรมสุขภาพจิต