วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

10 อาชีพตกงานแน่ๆ!! โดนหุ่นยนต์ปฏิวัติ

โลกกำลังเข้าสู่ “ยุคปฏิวัติหุ่นยนต์” อย่างเต็มตัว มันไม่ได้เป็นแค่หนังฮอลลีวูด แต่โรบอท และ AI จะเป็นตัวการร้ายทำให้มนุษย์ตกงานเป็นเบือ และเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงานทั้งโลกอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม

ในเวทีประชุมใหญ่ “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม” ส่งเสียงเตือนว่า ภายในปี 2020 ความอัจฉริยะของหุ่นยนต์อนาคต จะทำให้มนุษย์ต้องตกงานมากกว่า 5 ล้านคน ใน 15 ประเทศพัฒนาแล้ว โดยปัจจุบันมีหลายภาคธุรกิจนำนวัตกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้มนุษย์

เลวร้ายกว่านั้นคือ บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจโลก “ไพรส์วอเตอร์เฮาส์” คาดการณ์ไปไกลว่า ภายใน 15 ปีข้างหน้า ในอังกฤษจะมีคนตกงาน

มากกว่า 10 ล้านคน เพราะถูกแทนที่ด้วยโรบอท โดยภาคธุรกิจเสี่ยงสูงยกให้ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก ซึ่งเป็นเซ็กเตอร์ที่มีการจ้างงานมากสุดในแดนผู้ดี รองมาคือเจ้าหน้าที่ธุรการในภาคธุรกิจขนส่งและพัสดุ

ยังมีอาชีพอะไรอีกบ้างที่เสี่ยงตกงานในอนาคตอันใกล้ เพราะถูกแทนที่ด้วยแรงงานหุ่นยนต์ จากรายงานของ “Deloitte Insight” ระบุว่า “เสมียนในสำนักงานกฎหมาย” จะตกงานมากถึง 39% ภายในปี 2020 เพราะมีการนำระบบคอมพิวเตอร์ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้แทนแรงงานคนอย่างเปี่ยมประสิทธิผล โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน, จัดเก็บข้อมูล และวิเคราะห์เอกสารต่างๆทางกฎหมาย

รัฐใหญ่ๆในอเมริกานำเทคโนโลยี “คุณหมอหุ่นยนต์” มาให้บริการอย่างแพร่หลายเช่นกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาพยาบาลผู้ป่วย และทำให้เข้าถึงการรักษาทันท่วงที โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง คุณหมอหุ่นยนต์ช่วยให้พ้นขีดอันตรายได้ เพราะสามารถรักษาทันท่วงทีภายในเวลา 3 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ ในอนาคตจึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับ “อาชีพหมอและบุคลากรทาง การแพทย์” ที่ต้องหาทางรอดให้ตัวเอง

“นักบัญชี” ที่เคยเป็นอาชีพมั่นคงและการันตีรายได้สูง กำลังจะถูกหุ่นยนต์แย่งงานทำดื้อๆ เนื่องจากงานส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผล, วิเคราะห์ตัวเลข และการจัดทำบัญชีทั้งหลาย หุ่นยนต์ยุคใหม่สามารถรับมือได้สบายๆ ยิ่งเป็น “นักวิเคราะห์การเงิน” เก็บกระเป๋ากลับบ้านได้เลย เพราะ AI ทำได้แม่นยำและเร็วกว่าเยอะ

ไม่อยากเชื่อว่าอาชีพเสี่ยงสูญพันธุ์จะมี “นักข่าว” รวมอยู่ด้วย เมื่อ 2 ปีก่อน จีนเปิดตัว “หุ่นนักข่าวในฝัน” ที่เขียนข่าวเศรษฐกิจได้เหมือนคนจริง โดยไม่ผิดพลาดเลย ล่าสุด กูเกิลยังประกาศทุ่มงบให้สำนักข่าวอังกฤษ “เพรส แอสโซซิเอชั่น” พัฒนาระบบ AI ช่วยเขียนข่าวแทนคน ภายใต้โปรเจกต์ “RADAR” ตั้งเป้าผลิตงานข่าวเดือนละ 30,000 ชิ้น และจะเริ่มใช้งานจริงปี 2018 โดย AI จะนำข้อมูลดิบและภาพประกอบที่นักข่าวส่งมา ไปจัดระเบียบและผลิตเป็นข่าวพร้อมเผยแพร่ กระนั้น แม้กูเกิลโม้ว่า AI พวกนี้จะสามารถเขียนข่าวได้หลากสไตล์ ตอบโจทย์ทั้งสื่อออนไลน์, ทีวี และหนังสือพิมพ์ แต่ “ความฉลาดเทียม” ของ AI คงไม่สามารถทำลายนักเขียนนวนิยาย หรือคอลัมนิสต์ตัวจริง ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ผลิตงาน ฆ่าได้ก็แต่นักข่าวหลังเขาที่เอาแต่ลอกข่าวแจก

“คนขับรถบรรทุก” เป็นอีกอาชีพถูกลอยแพ ปัจจุบันในอเมริกามีสิงห์รถบรรทุกอยู่ในตลาดแรงงาน 3.5 ล้านคน กระนั้น ถ้าคำทำนายของบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจใหญ่ “แมคคินซีย์” เป็นจริงล่ะก็ ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี รถบรรทุก 1 ใน 3 บนท้องถนนมะกันจะเปลี่ยนเป็นรถบรรทุกขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยปราศจากคนขับ!!

“คนงานก่อสร้าง” คือกลุ่มเสี่ยงตกงานแน่ๆ เพราะในอนาคตจะใช้แรงงานหุ่นยนต์แทนแรงงานคนมากขึ้นเรื่อยๆ หลังพิสูจน์ความสำเร็จจาก “หุ่นยนต์ก่ออิฐ” ที่พัฒนาโดยบริษัท Fastbrick Robotics เพื่อแก้ปัญหาค่าแรงสูง โดยช่างก่ออิฐโรบอทสามารถก่ออิฐได้ถึง 1,200 ก้อนต่อวัน เมื่อเทียบกับมนุษย์ที่ก่ออิฐได้วันละ 300-500 ก้อน แถมทำสถิติสร้างบ้านขนาด 4 ห้องนอน ภายในเวลา 2 วัน โดยไม่ต้องพึ่งแรงงานคน

ข่าวร้ายยังไม่หมดแค่นี้ ดูเหมือนจะไม่มีที่ยืนสำหรับ “พนักงานขาย และเซลแมน” ด้วย นอกจากผู้บริโภคยุคใหม่จะเปลี่ยนพฤติกรรมมาช็อปปิ้งออนไลน์แล้ว หลายๆค่ายไฮเทคในญี่ปุ่นกำลังซุ่มพัฒนา “หุ่นยนต์เซลแมน” คอยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า โดยหุ่นยนต์พวกนี้จะทำงานเป็นทีม มีทั้งพนักงานขายของ และแคชเชียร์คอยเก็บสตางค์...โลกอนาคตอยู่ยากขึ้นทุกที แค่ Change และ Update ตัวเองตลอดเวลา คงยังไม่พอ!!

มิสแซฟไฟร์