วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศอตช.ร่วม ไขคดีเงินทอน 'ออมสิน' ปราม มส.ห่วงให้ข่าว ตื่นเต้นเกินไป

ตร.ปปป.เข้าค้นข้อมูลคดีเงินทอนวัดถึง พศ. อุบไม่เปิดเผยมาเอาข้อมูลเรื่องไหน ขณะที่ ผอ.พศ.อ้อมแอ้มตอบบอกได้ว่า มาดูข้อมูลหลายเรื่อง ปัดเสนอย้าย “ประนอม คงพิกุล” รอง ผอ.พศ. ให้นายกรัฐมนตรีเซ็นย้าย อ้างเป็นอำนาจนายกรัฐมนตรีพิจารณา ส่วน “สุวพันธุ์” ส่ง “ศอตช.” ช่วย ปปป.สอบคดีเงินทอนวัด เผยคดีคืบหน้าเยอะแล้ว 

กรณีกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เปิดยุทธการปราบโกงวัด หลังพบการทุจริตเงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัด หรือคดีเงินทอนวัด เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สร้างความเสียหายแก่รัฐ 60.5 ล้านบาท มีวัดที่เกี่ยวพันทั่วประเทศ 12 แห่ง มีผู้กระทำความผิดทั้งหมด 10 คน ตาม ม.147 และ 157 โดยส่วนนี้ ได้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด พร้อมขยายผลหาวัดที่กระทำความผิดลอต 2 อีก 27 แห่ง

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งโอนย้าย น.ส.ประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. ผู้เกี่ยวข้องคดีเงินทอนวัดตามสำนวนของ บก.ปปป.ชุดแรก ให้ไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แล้ว

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีเซ็นคำสั่งโยกย้าย น.ส.ประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ.ให้ไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) หลังเกี่ยวข้องกับการทุจริตงบฯบูรณปฏิสังขรณ์วัด และเงินอุดหนุนการศึกษาสงฆ์ว่า ย้ายออกมาเพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของ พศ.ทั้ง 2 คณะสามารถตรวจสอบได้สะดวกขึ้น หากพบความผิดจริงจะดำเนินการทางวินัยต่อไป ระหว่างสอบสวนอีก 2 เดือน น.ส.ประนอม จะเกษียณอายุราชการพอดี ยังเหลือการดำเนินคดีอาญาอีก ถ้าพบความผิดอาญา พศ.จะส่งเรื่องให้กองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ทันที ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่

เมื่อถามว่าวัดต่างๆได้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบหรือไม่ นายออมสินกล่าวว่า ทุกวัดให้ความร่วมมือดีมาก ส่วนวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่สื่อมวลชนไปลงข่าวว่าวัดไม่พร้อมให้ตรวจสอบนั้น ขอยืนยัน ไม่เป็นความจริง เข้าใจว่าได้ตรวจสอบวัดปากน้ำฯแล้ว และทาง บก.ปปป.ได้รายงานผลต่อ ผบ.ตร. เรียบร้อยแล้ว ส่วนการตรวจสอบการทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาทั่วประเทศ ไม่แน่ใจว่ามีปัญหาจริงหรือไม่ เพราะเป็นการของบล่วงหน้า อาจทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อน ไปบ้าง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ส่วนการเข้าหารือกับตัวแทนมหาเถรสมาคม (มส.) ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น นายออมสินกล่าวว่า มส.ได้รับทราบ และสนับสนุนการทำบัตรสมาร์ทการ์ดพระ โดยอธิบดีกรมการปกครองยืนยัน จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่จะไม่ยกเลิกหนังสือสุทธิบัตรพระ คาดว่าใน 3 เดือนจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งนี้ในการหารือกับ มส.ท่านห่วงเรื่องการให้ข่าวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บางครั้งให้ข่าวที่ตื่นเต้นเกินไป มส.เห็นว่าการแถลงข่าวเกี่ยวกับวงการพระพุทธศาสนา ขอให้มาหารือกันก่อน เกรงจะทำให้ภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย ส่วนสมเด็จพระสังฆราชที่เป็นประมุขฝ่ายสงฆ์ก็เป็นห่วงอยู่แล้ว

วันเดียวกัน ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ ถนนแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวถึงกรณีคดีทุจริตงบประมาณบูรณะซ่อมแซมปฏิสังขรณ์วัด หรือทุจริตเงินทอนวัดว่า ในส่วนของ ศอตช. ได้มอบหมายให้นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการ ศอตช. เข้าไปดูเรื่องนี้เพิ่มเติม ในส่วนของ ศอตช.คงจะได้นัดหารือกันว่าจะสามารถช่วยเหลือสนับสนุนเรื่องอะไรได้บ้าง ส่วนจะจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยในการสอบสวนด้วยหรือไม่นั้น ต้องรอให้เลขานุการ ศอตช. ได้พูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ทั้ง บก.ปปป. และ พศ.ก่อน

“ตอนนี้ดูเหมือนจะมีความคืบหน้าไปเยอะแล้ว พศ. กำลังสอบข้อเท็จจริงและวินัยอยู่ ส่วนจะกังวลหรือไม่ในการตรวจสอบเรื่องนี้ แล้วจะไปกระทบต่อความศรัทธา คิดว่าต้องดูข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร หากสมมติมีการทุจริต จะต้องดูว่าต้นตอต้นเหตุ จุดเริ่มต้นมันอยู่ที่ไหน มันเป็นเพราะระบบ หรือเพราะตัวคน หรือเพราะอะไร ต้องไปดูว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน หากพูดไปก่อนและมันไม่ตรง จะทำให้การทำงานเดินไปไม่ถูก” นายสุวพันธุ์กล่าว

ขณะที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า การที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) โอนคดีเงินอุดหนุนวัดมาให้ พศ. ดำเนินการต่อ ไม่ได้หมายความว่า ปปป.ปฏิเสธงาน เพียงแต่ ปปป.จะหยุดไว้เพียงเท่านี้ก่อน ส่วนที่เหลือให้ พศ.ดำเนินการต่อ ซึ่ง พศ. ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด คือ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงงบฯบูรณปฏิสังขรณ์วัด และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงงบฯอุดหนุนวัด ทั้งสองชุดได้เริ่มดำเนินการแล้ว ในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงงบฯบูรณปฏิสังขรณ์วัดนั้น จะเน้นไปที่ 12 วัดตามสำนวน บก.ปปป.ก่อน โดยกำหนดเวลาให้ตรวจสอบแล้วเสร็จใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่เริ่มดำเนินการ ส่วนกรณีที่มีข่าวเสนอออกไปว่า ตนเป็นผู้เสนอให้ย้าย น.ส.ประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. ไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ตนไม่ได้เป็นผู้เสนอให้โยกย้าย เพราะการโยกย้ายดังกล่าวเป็นอำนาจนายกรัฐมนตรีในการพิจารณา

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ตลอดช่วงบ่ายวันที่ 13 ก.ค. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ประมาณ 20 นาย เข้าไปประชุมหารือกันที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคารสำนักงาน พศ. หลังใหม่ พุทธมณฑล จ.นครปฐม จากนั้นได้เข้าขอข้อมูลตามกองต่างๆ ของพศ. โดยเจ้าหน้าที่ ปปป. แจ้งว่าได้รับการอนุญาตจาก พ.ต.ท.พงศ์พรแล้ว แต่ไม่ยอมเปิดเผยว่ามาขอตรวจสอบข้อมูลในส่วนใดบ้าง

ในเรื่องดังกล่าว พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวต่อมาว่า มีเจ้าหน้าที่ ปปป. เข้ามาสอบสวน หาข้อมูล และหาหลักฐาน ที่สำนักงาน พศ.จริง แต่เป็นในส่วนของคดีที่ยังค้างอยู่ ส่วนจะเป็นของ 12 วัด หรือ 27 วัดล่าสุดหรือไม่นั้น พศ.ไม่สามารถตอบได้ ไม่ขอก้าวล่วงหน้าที่ของ ปปป. ตอบได้เพียงว่าทาง ปปป. มาดูหลายเรื่อง