วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.เค้นหนัก เสี่ยโรงโม่ ปัดสั่งฆ่า 8 ศพ

ตามเช็กเงินต่อ ลูกสาวผญบ. 3 เดือน รอดได้ปาฏิหาริย์

ตำรวจเร่งสางปมมรณะฆ่าล้างครัว ผู้ใหญ่บ้าน 8 ศพ เรียกสอบหุ้นส่วนบริษัทโรงโม่หินเจ้าปัญหาเป็นเพื่อนสนิทกับ ผญบ.เหยื่อกระสุนมาตั้งแต่เด็กจนโต ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีปัญหากับหุ้นส่วนอีกคนด้วย ชี้เป้าตำรวจมุ่งไปประเด็น อื่นดีกว่าทั้งการเมืองท้องถิ่นและฟ้องขับไล่ชาวบ้านรุกที่ดินหลวง รอง ผบ.ตร. สั่งเช็กเส้นทางการเงินและข้อมูลโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย ขณะที่กองปราบฯประสาน ธ.ก.ส. ตรวจบัญชีนิติกรรมการใช้เงินและทรัพย์สินของ 2 หุ้นส่วนโรงโม่หิน พร้อมเฝ้าจับตาซุ้มมือปืนของอดีตนักการเมือง จ.ชุมพร ผู้ให้การสนับสนุน แฉพฤติกรรมแก๊งทมิฬจัดฉากให้ ผญบ.เป็นคนฆ่าลูกเมียก่อนยิงตัวตายตาม แต่ผิดแผนเลยฆ่าปิดปากทั้งหมด อาการ 3 แม่ลูกที่ได้รับบาดเจ็บปลอดภัยแล้ว เผยนาทีถูกยิง 2 เด็กน้อยยกมือบังปากกระบอกปืนเลยรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชมาได้

ตำรวจยังเดินหน้าแกะรอยคลี่คลายคดีสุดสะเทือนขวัญ ฆ่าล้างครัวนายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ถูกกลุ่มฆาตกรทมิฬ 6-7 คนแต่งชุดลายพรางอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นบ้าน กักตัวคนในบ้านไว้รอจนนายวรยุทธกลับมาตอนค่ำ ก่อนจ่อยิงหัว เสียชีวิต 8 ศพ ได้รับบาดเจ็บ 3 คน เบื้องต้นตั้งปมสังหารโหดไว้หลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องที่นายวรยุทธรับเงินจากกลุ่มทุนประมาณ 50 ล้านบาทมาดำเนินการขอเปิดโรงโม่หินในพื้นที่หมู่ 2 ต.บ้าน–กลาง แต่โครงการต้องล้มเลิกไปเพราะกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนพื้นที่เป็นโบราณสถาน แต่ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นอื่นทั้งความขัดแย้งเรื่องที่ดินกับชาวบ้าน นักการเมืองท้องถิ่น และเรื่องธุรกิจที่ไม่เปิดเผย

ความคืบหน้าการสืบสวนไขปริศนาคดีฆ่ายกครัว 8 ศพ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ก.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะเดินทางไปที่ บก.ภ.จ.กระบี่ เรียกชุดสืบสวนจากทุกหน่วยเข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าและวางแนวทางคลี่คลายคดี ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเผยว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก ตอนนี้ตำรวจยังไม่ได้ตัดทิ้งประเด็นใดๆ ทั้งความขัดแย้งที่ดิน นสล. หรือที่หลวง โรงโม่หิน เรื่องส่วนตัว ชู้สาว และยาเสพติด อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลโทรศัพท์มือถือของนายวรยุทธ แต่ยังบอกรายละเอียดไม่ได้เกรงจะเสียรูปคดี อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนได้เรียกผู้บริหารบริษัทโรงโม่หินซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับนายวรยุทธมาสอบปากคำแล้ว ส่วนรถของกลุ่มคนร้ายยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าพบแล้วหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนทั้งจากส่วนกลางและในพื้นที่กระจายกำลังออกตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี โดยรถของคนร้ายมี 3 คัน ประกอบด้วยรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำ รถเก๋งโตโยต้ายาริส สีขาว และรถเก๋งโตโยต้ายาริส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กค 533 กระบี่ ของนายวรยุทธ ที่กลุ่มคนร้ายขับหลบหนีไปด้วย พบรถทั้ง 3 คันขับมุ่งหน้าออกจากบ้านที่เกิดเหตุผ่าน อบต.บ้านกลาง ถนนสายเซาเทิร์นซีบอร์ด กระบี่-ขนอม แล้วยูเทิร์นกลับไปทาง จ.สุราษฎร์ธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพิ่มเติมในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อหาเบาะแสว่ากลุ่มคนร้ายมุ่งหน้าต่อไปทางไหน

ก่อนหน้านี้ในช่วงเย็นวันที่ 12 ก.ค. ชุดสืบสวนได้เชิญตัวนายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา อายุ 46 ปี เพื่อนสนิทของนายวรยุทธ เป็นผู้บริหารบริษัท อ่าวลึก ศิลาทอง จำกัด ผู้ขอสัมปทานทำโรงโม่หินในพื้นที่หมู่ 2 ต.บ้านกลาง ซึ่งเป็น 1 ในชนวนเหตุสังหารโหดที่ตำรวจพุ่งเป้า มาสอบปากคำ นายเชษฐ์ดนัยให้การยืนยันแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้ตำรวจตัดประเด็นบริษัทตนออกไปและมุ่งไปที่ประเด็นอื่น เช่น ความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น หรือประเด็นที่นายวรยุทธฟ้องขับไล่ชาวบ้านที่บุกรุกที่ดินรัฐมากกว่า ตำรวจใช้เวลาสอบปากคำอยู่นานหลายชั่วโมงได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก หลังให้ปากคำ นายเชษฐ์ดนัยเดินทางออกนอกพื้นที่ไป โดยมีตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยให้

ต่อมาผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามนายเชษฐ์ดนัยเผยว่า เป็นเพื่อนสนิทกับนายวรยุทธตั้งแต่สมัยเด็ก เรียนหนังสือและเติบโตมาด้วยกัน ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกัน เมื่อโตขึ้นมาก็ร่วมทำธุรกิจด้วยกัน ส่วนประเด็นการตั้งโรงโม่หินก็อยู่ในพื้นที่สวนปาล์มของตนเอง มีการขอประทานบัตรถูกต้องทุกอย่าง แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากกรมศิลปากรมาตรวจสอบพบวัตถุโบราณทำให้ยังเปิดโรงโม่หินไม่ได้ อีกทั้งมีเสียงคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่ด้วย ตนและนายวรยุทธไม่ได้มีปัญหากับหุ้นส่วนรายใหญ่แต่อย่างใด ส่วนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวกับธุรกิจโรงโม่หิน คงต้องรอให้หุ้นส่วนรายใหญ่มาชี้แจง แต่ยืนยันว่าตนไม่ทำร้ายเพื่อนเด็ดขาดเพราะช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด ทั้งลงทุนลงเงินให้เลี้ยงกุ้ง ทำธุรกิจขาดทุนไม่เคยว่า

รายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนกำลังรอผลการตรวจสอบปืน .38 จำนวน 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืน .38 จำนวน 9 ปลอก หัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาด 2 หัว และกระป๋องน้ำอัดลม 1 กระป๋อง ที่เชื่อว่าเป็นของคนร้ายดื่มทิ้งไว้ในบ้านจะเป็นส่วนหนึ่งในเบาะแสที่จะเชื่อมโยงสู่แก๊งฆาตกรโหดได้

พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป.ทำหนังสือถึงธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เพื่อขอตรวจสอบนิติกรรมและการใช้เงิน รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ประกอบด้วย สัญญาเงินกู้ เอกสารการจดจำนอง รายการเดินบัญชีตั้งแต่เปิดบัญชีเงินกู้จนถึงปัจจุบันของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี 2 คน คือนายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา และนายนรินทร์ เก่งธนทรัพย์ เนื่องจากทั้งคู่เป็นกรรมการบริหาร บริษัทโรงโม่หิน ที่ให้นายวรยุทธเป็นผู้ติดต่อประสานงานกับชาวบ้านเพื่อเปิดทางให้มีการดำเนินการในพื้นที่ แต่ผู้ตายไม่สามารถดำเนินการได้แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินไปแล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่ 2 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ที่มีการขอประทานบัตรจากผู้ประกอบการโรงโม่หินเมื่อ 5-6 ปีก่อน แต่เนื่องจากมีการตรวจพบเครื่องใช้ดินเผา กระดูกมนุษย์โบราณ รวมถึงภาพเขียนสีตามเพิงผาต่างๆจำนวนมาก

ต่อมาในปี 58 มีการยื่นขอสัมปทานอีกรอบ โดยเปลี่ยนชื่อผู้ขอ และนายทุนให้นายวรยุทธเป็นตัวตั้งตัวตีในการเคลียร์กับชาวบ้านให้สนับสนุนและมีการกว้านซื้อที่ดินรอบๆ แต่มีชาวบ้านคัดค้านอย่างหนักเนื่องจากเห็นว่าเป็นพื้นที่โบราณสถาน มีวัตถุโบราณหลายพันปี และยังเป็นแหล่งต้นน้ำ รวมถึงหวั่นเกรงผลกระทบจากฝุ่นละออง จึงให้กรมศิลปากรเข้ามาตรวจสอบและออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 เม.ย.59 ส่งผลให้การขอสัมปทานโรงโม่หินต้องหยุดชะงัก การลงทุนกว้านซื้อที่รวมทั้งการวิ่งเต้นต่างๆ ใช้เงินจำนวนมากต้องสูญเปล่า อาจทำให้ผู้สูญเสียผลประโยชน์เกิดความโกรธแค้นจนนำมาสู่การสังหารได้เช่นกัน

ส่วนที่บ้านเลขที่ 1/48 ถนนธงชัย ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ ตามที่จดทะเบียนพาณิชย์ที่ตั้งของบริษัท อ่าวลึกศิลาทอง จำกัด เป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ปิดประตูล็อกกุญแจไว้ มีจดหมายจำนวนมากถูกสอดไว้หน้าบ้าน แสดงให้เห็นว่าไม่มีผู้พักอาศัยมานานพอสมควร ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงบอกว่า บ้านหลังดังกล่าวเคยขึ้นป้ายชื่อบริษัท แต่ได้ปลดออกไปเมื่อ 1 ปีมาแล้ว นานๆครั้งจะมีคนมาพักอาศัย

ผู้สื่อข่าวสอบถามญาติสนิทนายวรยุทธ เผยว่า ปมสังหารโหดตั้งประเด็นไปหลากหลาย แต่ส่วนตัวเชื่อว่ามาจากเรื่องที่ดินหลวง ที่นายวรยุทธไปทวงคืนและมีการฟ้องร้องกันอยู่ ส่วนโรงโม่หินไม่น่าจะเป็นไปได้ แม้จะมีการลงทุนซื้อที่ดินกว่า 20 ล้านบาทจากเงินของเพื่อนนายวรยุทธที่ไปชักชวนกันมาทำ เพราะนายวรยุทธกับเพื่อนคนดังกล่าวมีความสนิทสนมกันมาก ช่วยเหลือกันมาทุกอย่างตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันและเป็นคนร่ำรวย คาดว่ากลุ่มคนร้ายต้องรู้จักนายวรยุทธและคนในบ้านเป็นอย่างดีจึงลงมือสังหารทุกคนที่เห็นหน้า เว้นเพียงลูกสาวนายวรยุทธ วัย 3 เดือน ที่แม่ห่อผ้าห่มไว้ในห้องนอนเพียงคนเดียวที่คนร้ายไม่เห็นจึงไม่ถูกยิงปลิดชีพไปด้วย

นายสนาน สังหลัง อายุ 63 ปี พ่อของนายวรยุทธ เป็น ส.อบต.หมู่ 3 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก กล่าวว่า ถึงแม้จะเป็นพ่อของผู้ตายแต่ก็ห่างกันเนื่องจากอยู่คนละหมู่บ้าน จึงไม่ทราบชนวนเหตุสังหารโหดว่ามาจากสาเหตุใด ที่ผ่านมาลูกชายมีเรื่องฟ้องร้องกัน แต่ก็ไปหารือกับทางฝ่ายพ่อตามากกว่า ทำให้ไม่ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น

ที่ รพ.กระบี่ อาการของผู้บาดเจ็บ 3 คน ที่รักษาตัวอยู่ ทุกคนปลอดภัยแล้ว โดยเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ถูกยิง 2 นัดที่ศีรษะกระสุนฝังใน แต่พ้นขีดอันตราย เนื่องจากเอามือขวาบังปากกระบอกปืนไว้ขณะถูกยิง เช่นเดียวกับเด็กหญิงวัย 13 ปี ที่ถูกยิง 1 นัด ก็เอามือบังปากกระบอกปืนเช่นกัน ส่วนนางอัญชลี บุตรเติบ ผู้เป็นมารดา ถูกยิงถากขมับขวาแล้วแกล้งตายจึงรอดชีวิตมาได้ ตำรวจกองปราบปรามเข้าไปสอบปากคำแล้วพร้อมจัดกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพราะถือเป็นพยานปากสำคัญที่สุดในคดี

สำหรับนางอัญชลี เป็นน้องเมียของนายวรยุทธ และเป็นภรรยาของนายสุทธิพงศ์ พริกดำ หนึ่งในผู้เสียชีวิต ก่อนเกิดเหตุลูกสาวคนโตของนางอัญชลี เข้าไปเล่นในบ้านนายวรยุทธ เมื่อคนร้ายเข้ามาก็จับรวมกับคนในบ้าน กระทั่งเย็นมากแล้วลูกสาวยังไม่กลับบ้าน นายสุทธิพงศ์จึงออกไปตามจนถูกจับอีกคน ต่อมานางอัญชลีเห็นผิดสังเกตทั้งลูกสาวทั้งสามีหายไปนานจนมืดค่ำจึงอุ้มลูกสาวคนเล็กเดินไปตามหาจนถูกกลุ่มคนร้ายกักตัวไว้และถูกยิงไปด้วย โดยครอบครัวนี้ต้องมาสูญเสียนายสุทธิพงศ์ ผู้นำครอบครัวอย่างน่าสลดหดหู่ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย

มีรายงานจากชุดสืบสวนว่า จากพฤติกรรมของทีมสังหารอาจจะวางแผนให้ตำรวจไขว้เขวว่าคดีนี้เป็นฝีมือของนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนยิงเมียและลูกเองก่อนจะฆ่าตัวตายตาม โดยคนร้ายใช้ปืน .38 ของนายวรยุทธ จ่อยิงศีรษะสมาชิกในบ้านทีละคนเพื่อให้เจ้าหน้าที่หลงประเด็นการสังหาร แต่แผนไม่สำเร็จเนื่องจากวันเกิดเหตุมีสมาชิกครอบครัวน้องเมียของนายวรยุทธรวมอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุด้วยจึงลงมือฆ่าปิดปากทั้งหมด ล่าสุดชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบความเคลื่อนไหว ซุ้มมือปืนของอดีตนักการเมืองคนหนึ่งใน จ.ชุมพร เพราะเป็นหนึ่งในผู้ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ร่วมลงทุนธุรกิจโรงโม่หิน

นอกจากนี้ ชุดสืบสวนสามารถจับสัญญาณโทรศัพท์มือถือของผู้ตายที่กลุ่มคนร้ายหยิบติดมือไปด้วย พบว่าอยู่บริเวณเขตรอยต่อ จ.สุราษฎร์ธานี กับ จ.กระบี่ จึงกระจายกำลังปิดล้อมปูพรมค้นหา แต่ยังไม่แน่ชัดว่าโทรศัพท์มือถือจะอยู่กับตัวคนร้ายหรือถูกโยนทิ้งไว้

วันเดียวกัน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ส่งเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรม จ.กระบี่ เดินทางไปที่ อบต.บ้านกลาง เพื่อชี้แจงสิทธิของญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตและผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาเหยื่ออาชญากรรมตาม พ.ร.บ.เยียวยาเหยื่ออาชญากรรมฯ ศพละ 1 แสนบาท กรณีที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ ญาติพี่น้องสามารถร้องขอเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายกระทรวงยุติธรรม และขอเงินในการสู้คดีความในชั้นศาล จากกระทรวงยุติธรรมได้อีกด้วย

พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐ.กล่าวว่า หลังจากนำเจ้าหน้าที่ พฐ.เข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมทั้งปลอกกระสุนปืนที่จำนวนไม่เท่ากับหัวกระสุนที่ยิงเหยื่อ รอยนิ้วมือแฝงภายในบ้าน ต้องใช้เวลาแยกแยะว่าไหนรอยนิ้วมือของคนร้าย ไหนรอยนิ้วมือของเหยื่อ เช่นเดียวกับคราบเขม่าดินปืนและดีเอ็นเอต่างๆ จากเส้นผมที่เก็บได้ต้องรอผลตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนกล้องวงจรปิดนั้นเป็นเรื่องยากที่จะกู้ข้อมูลมาได้เนื่องจากคนร้ายถอดเซิร์ฟเวอร์ไปด้วย

ต่อมาเวลา 18.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางจากกรุงเทพฯไปถึง บก.ภ.จ.กระบี่ เรียกประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดี ก่อนเข้าประชุม พล.ต.อ.จักรทิพย์เผยว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ กลัวจะเสียรูปคดี เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าพบรถเก๋งโตโยต้ายาริสของนายวรยุทธ ที่คนร้ายขับไป ผบ.ตร.ตอบว่ายังไม่ยืนยัน อยู่ระหว่างการสอบสวน

หลังการประชุม พล.ต.อ.จักรทิพย์แถลงว่า คดีที่เกิดขึ้นคนร้ายลงมืออย่างโหดเหี้ยม ถ้าประชาชนทราบเบาะแสขอให้แจ้งมาที่ตำรวจได้ทุกหน่วย ส่วนปมสังหารที่ตั้งไว้หลายประเด็นก็ยังไม่ตัดทิ้ง พนักงานสอบสวนได้เรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำได้ประมาณ 10 กว่าปาก รวมทั้งหุ้นส่วนบริษัทโรงโม่หินที่ขอสัมปทานแต่ถูกระงับโครงการ ยังเหลือหุ้นส่วนบริษัทดังกล่าวอีก 1 คนที่จะต้องเรียกมาสอบสวน ส่วนกลุ่มคนร้ายยังไม่ทราบว่าเป็นใครแต่ได้ระดมกำลังทีมสืบสวนแต่ละภาคมาช่วยกันทำงานคลี่คลายคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า กำลังดำเนินการตรวจสอบทุกประเด็น ส่วนบุคคลต้องสงสัยที่ต้องจับตาเป็นคนมีสีในพื้นที่หรือไม่นั้น ไม่รู้และยังไม่แน่ แต่เขาแต่งตัวแบบทหาร คนแต่งตัวแบบทหารก็มีเยอะ ส่วนปมสังหารมีหลายปม ไม่ได้ตัดประเด็นอะไรเลย ขณะนี้ตำรวจตรวจสอบอยู่ ต่อข้อถามว่าจะรับประกันได้หรือไม่ว่าจะจับคนร้ายได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า รับประกันอย่างไร แต่ตำรวจทำเต็มที่ อยู่ที่จะได้มากน้อยขนาดไหน คดีอื่นๆที่ผ่านมาก็ทำได้ ไม่ต้องกำชับ ผบ.ตร.เพราะลงพื้นที่ไปดูและสั่งการผู้รับผิดชอบแล้ว

นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ระบุคดีฆ่ายกครัว 8 ศพ จ.กระบี่ มีลักษณะคล้ายคลึงกับการก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ว่า คงไม่สามารถโยงกันได้ เพราะลักษณะการก่อเหตุในพื้นที่ชายแดนใต้มีหลายรูปแบบพลิกแพลงตลอดเวลา มีทั้งเหตุการณ์ความไม่สงบ เรื่องส่วนตัว และเรื่องภัยแทรกซ้อน เมื่อถามว่า คิดว่ากลุ่มคนร้ายที่ จ.กระบี่ มาจากซุ้มมือปืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ นายศุภณัฐตอบว่า ไม่แน่ใจ ตนไม่มีข้อมูล แต่ในพื้นที่ภาคใต้มีซุ้มมือปืนหลายซุ้ม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคดีสะเทือนขวัญที่ จ.กระบี่ ว่าเป็นเรื่องโหดเหี้ยมมาก เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดำเนินการ แต่ตอนนี้กองทัพจะต้องรีบยืนยันก่อนว่าการแต่งชุดลายพรางเพื่อพยายามสร้างความเข้าใจผิดนั้นไม่ใช่ทหาร และลักษณะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่เหมือนปัญหาใน 3 จังหวัดภาคใต้ เพราะฉะนั้นเงื่อนไขที่ต้องสอบสวนคงจะมีอยู่ตามที่ตำรวจได้แถลงมา ส่วนตัวหวังว่าจะมีการดำเนินการเร่งรัดเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงปรากฏออกมาโดยเร็ว เพราะว่าต้องยอมรับว่าเป็น เหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญต่อผู้คนในสังคมไทยจำนวนมาก