วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชูสับปะรดพันธุ์ใหม่ สยามโกลด์ กู้ชีวิตชาวสวน ขายผลสด ราคากระฉูด5เท่า

จาก 14 เหลือ 3 บาท แค่ปีเดียวราคาสับปะรดลดเร็วมาก สาเหตุจากชาวสวนแห่ปลูกพันธุ์ปัตตาเวียส่งโรงงาน เกษตร จ.ประจวบฯ หวังพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ส่งเสริมปลูกพันธุ์ใหม่ "สยามโกลด์" เน้นขายผลสด ได้ราคาดีกว่าถึง 5 เท่า...

จากสถานการณ์สับปะรดราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2560 ลงเหลือกิโลกรัมละ 3 บาท จากที่เคยมีราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2559 ที่ 14 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่งผลให้เกษตรกรแห่ปลูกสับปะรดทั่วประเทศ กระทั่งราคาตก ล่าสุดหน่วยงานเกษตรส่งเสริมปลูกสับปะรดพันธุ์ใหม่สำหรับบริโภคผลสด ที่มีราคาสูงกว่าพันธุ์ปัตตาเวียสำหรับส่งโรงงานแปรรูป ถึง 5 เท่า แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกให้เหมาะสม คาดในอนาคตแพร่หลาย ต่างประเทศต้องการ เชื่อทำราคาขายปลีกได้ลูกละ 200 บาท

นายมงคล จอมพันธ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ได้สนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนรูปแบบการปลูกสับปะรดจากพันธุ์ปัตตาเวียที่ส่งโรงงานแปรรูปสับปะรดกระป๋อง เป็นพันธุ์เอ็มดีทู(MD2) ในชื่อ สยามโกลด์ โดยช่วงที่ผ่านมาได้สนับสนุนหน่อพันธุ์ 1 แสนหน่อ ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทดลองปลูก โดยทดแทนแปลงปลูกเดิม ซึ่งเกษตรกรบางรายยังไม่คุ้นกับวิธีการดูแล เนื่องจากสับปะรด 2 สายพันธุ์นี้ มีความแตกต่างกัน 

ขณะที่เกษตรกรปลูกสับปะรดสำหรับส่งโรงงาน ราคาปัจจุบันรับซื้อที่ 3-4 บาท เนื่องจากราคาตกต่ำ จึงสนับสนุนให้หันมาปลูกสับปะรดเพื่อบริโภคผลสดแทน เพราะสามารถทำราคาได้ดีกว่า โดยพันธุ์เอ็มดีทู สามารถขายได้กิโลกรัมละ 15 บาท ทั้งนี้สำนักงานเกษตรได้รับสนับสนุนงบพัฒนาจังหวัดจำนวน 7 ล้านบาท เพื่อซื้อหน่อพันธุ์และฝึกอบรมเกษตรกรถึงวิธีการปลูก

น.ส.สายฝน อ้นสะอาด เจ้าของสวนสับปะรด หมู่ 9 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้ทดลองนำพันธุ์เอ็มดีทูจำนวน 1,000 หน่อ ที่สำนักเกษตรจังหวัดแจกจ่ายให้ มาลองปลูก ซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการที่แตกต่าง และต้องควบคุมการเติบโตของต้นสับปะรด รวมถึงการใส่น้ำ ใส่ปุ๋ย เมื่อเริ่มต้นปลูกครั้งแรก ยังไม่คุ้นชิน ต้องลองผิดลองถูก กว่าจะได้ผลผลิตที่ได้ขนาด แต่เนื่องจากข้อดีคือ เป็นสับปะรด ที่ได้รับความนิยมบริโภคผลสด มีสีเหลืองอร่าม ผิวสุก เนื้อแน่น รสชาติหวานอมเปรี้ยว และที่สำคัญคือมีราคาส่งหน้าส่วนสูงถึงกิโลกรัมละ 15 บาท ในอนาคตจะขยายพื้นที่เพาะปลูกให้มากขึ้น

นายอานนท์ โลดทนงค์ เลขากลุ่มผู้ปลูกสับปะรดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สับปะรดพันธุ์เอ็มดีทูนี้ ได้รับการยอมรับจากต่างชาติมานาน เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่พัฒนาโดยบริษัทของอเมริกา เป็นพันธุ์ที่สามารถเติบโตได้ดีกับสภาพภูมิอากาศเช่นประเทศไทย จึงถือเป็นโอกาสดีที่เกษตรกรจะหันมาปลูกพันธุ์นี้ เพียงแต่ในช่วงเริ่มต้น ต้องฝึกวิธีเพาะปลูกในชำนาญเพราะเป็นของใหม่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าคุ้มค่า ทุกวันนี้ ตลาดในกรุงเทพฯ เช่น ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ ต้องการรับซื้อจำนวนมาก แต่เนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอ เพราะยังมีพื้นที่เพาะปลูกน้อย

ส่วนเกษตรกรต้องหาช่องทางจำหน่าย ด้วยการรวมกลุ่มเพื่อเป็นอำนาจการต่อรอง และมีผลิตผลที่แน่นอนเพื่อจำหน่ายให้ผู้บริโภค ทั้งนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นได้ติดต่อให้ส่งสับปะรดสยามโกลด์นี้ แต่เนื่องจากปริมาณไม่พอต่อการส่งตู้คอนเทนเนอร์ทำให้เสียโอกาส คาดว่าในปีหน้าผลผลิตมากขึ้นกว่าปัจจุบัน จะดำเนินการส่งทันที เพราะราคาที่เกษตรกรส่งหน้าสวนถือว่าสูงกว่ากิโลกรัมละ 25 บาท ในขณะที่ในประเทศญี่ปุ่นจำหน่ายปลีกกิโลกรัมละ 200 บาท จึงเป็นความคุ้มค่าที่เกษตรกรจะรวมกลุ่มและปลูกสับปะรดพันธุ์เอ็มดีทูหรือในชื่อ การตลาดว่า สยามโกลด์.