บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช.ผ่านก.ม.แก้เผ็ดจำเลยหนีคดี หมกเม็ดแก้ลำ 'ปู' เผ่นหนีไม่นับอายุความ

มติ สนช.เอกฉันท์ 176 เสียง ผ่าน ก.ม.อาญานักการเมือง เปิดทางไต่สวนลับหลัง 
ยันไม่ขัดหลักสากล ลั่นนักการเมือง-ชาวบ้านใช้ ก.ม.เท่าเทียม

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 60 ที่รัฐสภา มีการประชุม สนช. ที่มี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธาน ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังจากที่ประชุมเปิดให้สมาชิกอภิปราย ส่วนใหญ่ถามความชัดเจนในมาตรา 26-27 ว่า ด้วยการให้ศาลฎีกาฯ พิจารณาไต่สวนคดีลับหลังจำเลย จะถือว่าละเมิดสิทธิ์ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เป็นจำเลยหรือไม่ และกฎหมายฉบับนี้อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ และกติกาสิทธิพลเมืองที่ยูเอ็นได้รับรองไว้หรือไม่

นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง สมาชิก สนช.ในฐานะประธานคณะ กมธ.วิสามัญฯ ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาทั้งนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีการกระทำที่แตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป ยากต่อการแสวงหาพยานหลักฐาน อีกทั้งในระบบเดิม ถ้าจำเลยหนีคดีระหว่างการพิจารณาของศาล คดีต้องหยุดลง จนทำให้คดีขาดอายุความ ผู้กระทำความผิดที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมือง จะหลุดพ้นจากความรับผิดที่ได้กระทำไว้ ขอยืนยันว่าไม่ได้ขัดต่อหลักการสากล เพราะถึงเป็นการพิจารณาคดีลับหลัง แต่จำเลยแต่งตั้งทนายความมาต่อสู้คดีได้ เช่นเดียวกับกรณีที่ศาลที่พิพากษาลงโทษจำคุกแล้ว จำเลยก็สามารถขอรื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ ซึ่งเป็นหลักกฎหมายของประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งศาลสิทธิมนุษยชนก็ให้การยอมรับ

ขณะที่ นายอุดม รัฐอมฤต กรธ.ในฐานะ กมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า คดีทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีความสามารถในการหลบหนี เพื่อให้รอดพ้นจากอำนาจของรัฐในการที่จะอยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรม การแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้สามารถฟ้องคดีโดยไม่ต้องมีตัวจำเลย ชาวบ้านทั่วไปอยู่ภายใต้อำนาจของกระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย แต่คนที่หลบหนีและจงใจไม่อยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรม ถามว่าเราจะอย่างไรกับเขาครับ อันนี้เป็นเรื่องที่กฎหมายต้องการสร้างความเท่าเทียม และความเป็นธรรมแท้ๆ

หลังอภิปรายเสร็จสิ้น สนช.มีมติเป็นเอกฉันท์ 176 ต่อ 0 คะเเนน เห็นชอบให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ตามขั้นตอนจะต้องส่งร่างต่อให้กับศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง และ กรธ. เพื่อพิจารณาว่าเนื้อหาตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประเด็นแก้ไขที่น่าสนใจ แต่ไม่มีสมาชิก สนช.คนใดติดใจอภิปราย คือ ในส่วนบทเฉพาะกาล ที่ระบุให้คดีที่ได้ยื่นฟ้อง และได้ดำเนินการไว้ก่อนที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปตาม พ.ร.บ.นี้ทั้งหมด โดยเปลี่ยนจากร่างเดิมของ กรธ.ที่กำหนดให้ คดีอาญานักการเมืองที่ค้างอยู่เดิม ให้ดำเนินการตามกฎหมายเก่า แต่ให้สิทธิอุทธรณ์ตามกฎหมายใหม่ไว้

นายอุดม กล่าวถึงกรณีบทเฉพาะกาลดังกล่าว ว่า คดีเก่าที่ยังไม่ขาดอายุความ จะถือว่าจะต้องใช้ขั้นตอน และหลักเกณท์การพิจารณาคดีตามกฎหมายฉบับใหม่ ส่วนที่ขาดอายุความไปแล้วไม่นับ

เมื่อถามว่า ในกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีนายกฯ ที่กำลังถูกดำเนินคดีในโครงการรับจำนำข้าวนั้น หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีระหว่างพิจารณาคดี เเล้วคดีจะไม่ถูกนับอายุความ ตามหลักการของกฎหมายใหม่หรือไม่ นายอุดม กล่าวว่า "คุณมีร่างกฎหมายในบทเฉพาะกาล มาตรา 67 อยู่ในมือไหม ถ้ามีก็ตามนั้น ที่กำหนดไว้ในกฎหมายใหม่ คือ หากจำเลยหลบหนีระหว่างพิจารณาคดี การนับอายุความต้องหยุดลงตามกฎหมายใหม่ แต่จะนับเฉพาะคดีเก่าที่ยังไม่ขาดอายุความ ส่วนคดีที่ขาดอายุไปแล้วไม่นับ"