วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พาณิชย์ ลั่นไม่มีใครอ้างชื่อ 'บิ๊กตู่-ฉัตรชัย' ยันขายข้าวโปร่งใส

กรมการค้าต่างประเทศ แจงเหตุ ปชป.ถล่มรัฐขายข้าวไม่โปร่งใส มีขรก.อ้างชื่อ “บิ๊กตู่-ฉัตรชัย” เรียกรับผลประโยชน์ ยันทุกขั้นตอนชัดเจน โปร่งใส ลั่นไม่มีทางที่ใคร จะแอบอ้างชื่อได้แน่...

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่านายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีการประมูลข้าวชนิดที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ของกรมการค้าต่างประเทศ และมีข้าราชการแอบอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ตัดสิทธิบางบริษัทไม่ให้เข้าร่วมประมูลข้าว เพื่อประโยชน์ของกลุ่มเอกชนค้าข้าวของอำนาจเก่า ทำให้ราชการได้รับความเสียหาย และประเทศชาติเสียประโยชน์ ว่า กรมฯขอชี้แจงว่า การประมูลข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่อาหารคนและสัตว์ เป็นการเปิดประมูลที่มีการประกาศเงื่อนไขชัดเจน โปร่งใส โดยกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลต้องเป็นนิติบุคคล ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคนและสัตว์ ไม่มีประวัติเคยกระทำความเสียหายแก่ทางราชการ โดยมีการชี้แจงรายละเอียดเงื่อนไขให้ผู้สนใจทราบก่อนการประมูลทุกครั้ง

ส่วนการตัดสิทธิ์ผู้ที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อกำหนดตามประกาศประมูล ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ชัดเจน โดยพิจารณาจากเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นประมูลนำมาแสดงต่อคณะทำงาน รับซองราคาซื้อ โดยในการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน คณะทำงานฯ ดำเนินการร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนำผลการพิจารณาเสนอคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐ เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวพิจารณาให้ความเห็นชอบ และนำเสนอประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย ในฐานะรองประธานกรรมการ นบข. ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบการตัดสิทธิ์ และรายงานให้ นบข. ทราบ

ทั้งนี้ การตัดสิทธิ์ด้วยเหตุขาดคุณสมบัติของผู้เสนอซื้อแต่ละราย จึงเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง เป็นการดำเนินการตามแผนงานและกรอบการปฏิบัติที่คณะกรรมการ นบข. มีมติเห็นชอบ เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของรัฐ ซึ่งสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้ในทุกขั้นตอน

“ด้วยลำดับขั้นตอนการปฏิบัติที่ มีการตรวจสอบกลั่นกรองดังกล่าว จึงไม่มีข้าราชการคนใดสามารถแอบอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ฉัตรชัย เพื่อการนี้ได้ เพราะคณะทำงานและคณะกรรมการแต่ละชุด มีผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมจำนวนมาก เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นต้น จึงยืนยันได้ว่า การพิจารณาเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่โปร่งใส ชัดเจน ทั้งข้อกฎหมาย และเอกสารหลักฐาน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่บริษัท ทีพีเค เอทานอล ผู้ผลิตเอทานอล ได้เข้าร่วมการประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล เพื่อเข้าอุตสาหกรรมที่มิใช่คนบริโภค ครั้งที่ 2/60 รวมกว่า 2 ล้านตัน ที่เปิดประมูลวันที่ 15 มิ.ย.60 โดยเสนอราคาซื้อสูงสุด 74 คลัง รวม 525,833 ตัน เฉลี่ยตันละ 2,332 บาท แต่ปรากฏว่า บริษัทไม่ได้รับอนุมัติขาย เพราะบริษัทขาดคุณสมบัติตั้งแต่แรก โดยกรรมการ 2 คนของบริษัทเป็นผู้ถูกศาลฎีกาสั่งให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้กรมการค้าต่างประเทศ จากกรณีกระทำผิดในการซื้อมันสำปะหลังในสต๊อกรัฐบาลเมื่อปี 36-37 ส่งผลให้บริษัทได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลางว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และภายหลังจากศาลปกครองกลางพิจารณาแล้ว ได้มีคำสั่งให้กรมการค้าต่างประเทศชะลอการขายข้าวลอตดังกล่าว จนกว่าจะพิจารณาคดีแล้วเสร็จ รวมถึงข้าวเสื่อมลอตอื่นๆ ที่กำลังจะเปิดประมูลในเดือนก.ค.นี้อีกรวม 2.56 ล้านตัน.