บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พร้อมแล้ว!!งานแสดงนวัตกรรมเรือนเวลาระดับโลก ปีนี้ สมาร์ท วอทช์ มาแรงแซงทุกโค้ง

งานใหญ่แห่งปีที่บรรดาคอลเลกเตอร์โลกแห่งกาลเวลาต่างรอคอย “สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2017” ได้ฤกษ์เปิดฉากโชว์นวัตกรรมนาฬิกาใหม่ล่าสุดแล้ว โดยปีนี้มาในคอนเซปต์ “The Legendary timepieces” สะท้อนมิติแห่งเรือนเวลาระดับเวิลด์คลาสกว่า 180 แบรนด์ดัง ทั้งกลุ่ม Masterpiece, Luxury และ trend ส่งตรงจากงานแฟร์ระดับโลกอย่าง Basel World และ SIHH มาให้คอนาฬิกาเมืองไทยได้อัพเดตก่อนใครเพื่อน พร้อมความพิเศษสะกดทุกสายตากับ ป๊อป-อัพ สโตร์ ที่หลายแบรนด์ดังต่างจัดหนักจัดเต็ม โชว์นวัตกรรมสุดล้ำของแต่ละแบรนด์ บนพื้นที่จัดงานใหญ่ 13,000 ตร.ม.ภายในศูนย์การค้า และพารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ระหว่างวันที่ 24 ก.ค.- 15 ส.ค.นี้

สำหรับเทรนด์นาฬิกาในทศวรรษนี้ จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้บริหารคนเก่งบอกว่า ยุคนี้นาฬิกาไม่ได้เป็นแค่เครื่องบอกเวลา แต่ยังเชื่อมโยงกับผู้สวมใส่และโลกแห่งเทคโนโลยี “สมาร์ท วอทช์” จากแบรนด์ต่างๆจึงมาแรงแซงทุกทางโค้ง หลายแบรนด์ชั้นนำเริ่มผลิตสมาร์ทวอทช์มากขึ้น ทำให้มีฟังก์ชันหลากหลายในการใช้งาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ได้เพิ่มมากขึ้น ในราคาที่ไม่สูงเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำสมาร์ทวอทช์มาช่วยดูแลในเรื่องของสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีนาฬิกา Heritage ที่แต่ละแบรนด์ต่างยกขบวนมาเอาใจนักสะสม ส่วนเทรนด์ของสีนาฬิกาปีนี้ยังมุ่งเน้นที่โทนสีฟ้า เขียว และเทา และเทรนด์ที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลายคือ นาฬิกาเรือนสตีล ที่สะท้อนถึงความมั่นคง และมุ่งมั่นปราดเปรียวของผู้สวมใส่ ...งานนี้เรียกว่าเป็นศูนย์รวมนาฬิกาที่ไม่เพียงแต่ยิ่งใหญ่ด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ดีที่สุด แต่ยังมีโปรโมชั่นและของสมนาคุณที่ดีที่สุด รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทอีกด้วย

ไฮไลต์แบรนด์ดังที่พาเหรดร่วมอัพเดตโลกแห่งเรือนเวลา มีอาทิ Montblanc รุ่น 4810 TwinFly Chronograp Limited Edition สามารถจับเวลาในเหตุการณ์หนึ่ง จากนั้นก็หยุดกลับไปตั้งค่าใหม่ และเริ่มต้นการจับเวลาอีกครั้งได้ภายในการกดปุ่มที่ 4 นาฬิกาเพียงครั้งเดียว, TITAN รุ่นพิเศษ อัญเชิญตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี ประทับบนหน้าปัดที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา พร้อมเลข 9 ไทยบนหน้าปัด, CORUM รุ่น Bubble 47 Squelette หน้าปัดเผยให้เห็นกลไกที่ซับซ้อน และ Rado รุ่น Hyper Chorme ที่ยกระดับความสปอร์ตไปอีกขั้น ด้วยการแกะสลักสเกลแทคคิมิเตอร์ ลงบนขอบตัวเรือนแบบขัดเงาโดยตรง พร้อมหมายเลขประจำเรือนที่มีเพียง 999 เรือน และจำหน่ายในไทยเพียง 15 เรือน.