วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สคจ.ร้อง 'บิ๊กตู่' ช่วยดันแผนฟื้นฟูฯหลังติดอุปสรรคระดมเงิน

สหกรณ์ฯ คลองจั่น ร้องนายกฯ ช่วยดันแผนฟื้นฟูฯ หลังติดอุปสรรคระดมเงิน-การขายทรัพย์สินที่จะนำมาชำระหนี้ วอนไฟเขียวแบงก์รัฐปล่อยกู้ 3 หมื่นล้าน คาดมีเงินไหลเข้าบัญชีร่วมปีละ 600 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประกิต พิลังกาสา ประธานคณะกรรมการผู้บริหารแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น (สคจ.) ได้ยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ผ่าน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เพื่อขอให้นายกฯ ใช้อำนาจบริหารแก้ไขปัญหา ที่เกี่ยวกับการดำเนินการแผนฟื้นฟู สคจ.ที่ติดอุปสรรค ทั้งเรื่องการระดมเงินและการขายทรัพย์เพื่อนำมาชำระหนี้ เนื่องจากเกิดข้อขัดกันทางกฎหมาย จึงทำให้ผู้บริหารแผนฟื้นฟูที่มีอำนาจตามกฎหมาย ไม่สามารถจัดการทรัพย์สินได้ รวมทั้งทรัพย์สินถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อายัดไว้ ยังไม่สามารถนำออกมาขายเพื่อชำระหนี้ได้ ส่งผลให้สมาชิกเจ้าหน้าที่สหกรณ์ได้รับความเดือดร้อน สหกรณ์ฯ จึงต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาลจัดหาแหล่งเงินทุนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งขณะนี้คืบหน้าไปมาก จึงเรียกร้องให้รัฐบาลหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ธนาคารของรัฐปล่อยเงินกู้จำนวน 3 หมื่นล้านบาท ให้แก่สหกรณ์เจ้าหนี้กว่า 70 แห่ง เพื่อนำไปลงทุนในกองทุนต่างๆ ของรัฐ หรือให้กู้ยืมต่อแก่สมาชิก คาดว่าผลตอบแทนที่เป็นส่วนต่างของดอกเบี้ยที่จ่ายคืนธนาคารผู้ให้กู้ จะมีอัตราประมาณร้อยละ 2 ซึ่งจะมีเงินเข้าบัญชีร่วมฯ ประมาณปีละ 600 ล้านบาท

"ที่ผ่านมาศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้สหกรณ์ฯ ชนะคดีติดตามทรัพย์คืนจาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตผู้บริหาร สคจ.ที่ยักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯ และพวกโดยมีคำสั่งให้จำเลยรับผิดชดใช้เงินและทรัพย์สินคืนให้สหกรณ์ฯ จำนวน 3,811 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์จำนวนดังกล่าว ปปง.ได้นำยึดจากจำเลยไว้ตามเส้นทางการเงินที่ นายศุภชัย นำเงินของสหกรณ์ฯออกไป และได้มาซึ่งทรัพย์นั้น แต่ทรัพย์สินจำนวนดังกล่าวปัจจุบันได้ถูกดีเอสไออายัดไว้เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับคดีฟอกเงิน ซึ่งสหกรณ์ฯ ได้มีหนังสือแจ้งดีเอสไอหลายฉบับ เพื่อขอให้เพิกถอนการอายัดและคืนให้แก่สหกรณ์ฯ เพราะต้องนำออกขายชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ แต่ไม่เคยได้รับคำตอบชี้แจงแต่ประการใด และปัจจุบันมีกระแสข่าวว่าคณะทำงานร่วมระหว่างดีเอสไอ อัยการ และปปง. ได้มีความเห็นเบื้องต้นจะเสนอให้ส่งทรัพย์สินจำนวนนี้กลับคืนไปให้ ปปง.อีกรอบหนึ่ง หากเป็นเช่นนั้นจำเลยจะไม่มีทรัพย์สินชดใช้คืนให้แก่สหกรณ์ฯ ตามคำสั่งศาล ส่งผลให้สมาชิกเจ้าหนี้สหกรณ์จะได้รับความเดือดร้อนเสียหายต่อไปอีก จากการกระทำที่วกวนล่าช้าและอธิบายไม่ได้" นายประกิต กล่าว

ภายหลังจากการยื่นหนังสือดังกล่าวต่อ นายออมสิน แล้ว นายพิษณุ ชีวะสิทธิ์ สมาชิกสหกรณ์ฯ คลองจั่นและสมาชิกที่ได้รับความเดือดร้อน ยังได้ยื่นหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชน ฝั่ง ก.พ.เพื่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอีกทางหนึ่งด้วย โดยมี นายพันธ์ศักดิ์ เจริญ ผอ.ศูนย์ส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชนเป็นผู้รับหนังสือดังกล่าวไว้

ด้าน น.ส.อุ้ม ธนาวงค์ ข้าราชการบำนาญ อายุ 82 ปี กล่าวว่า ตนได้นำเงินออมและทรัพย์สินมรดกมาลงทุนกับสหกรณ์ฯ คลองจั่น กว่า 8 ล้านบาท เพราะต้องการนำเงินปันผลมาใช้ในบั้นปลายชีวิต แต่ต้องมาประสบปัญหาอดีตผู้บริหารทุจริต ตนอายุมากแล้วมีปัญาด้านสุขภาพ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง และต้องได้รับการผ่าตัด ขณะนี้ยังไม่มีเงินที่จะรักษาตัวเอง จึงขอวิงวอนรัฐบาล โดยเฉพาะนายกฯ เมตตาช่วยเหลือพวกตนที่เดือดร้อนด้วย

เช่นเดียวกับ นายสวัสดิ์ ใจอารีย์ อดีตข้าราชการกรมทางหลวง วัย 90 ปี ที่ต้องนั่งรถวีลแชร์มาร้องเรียนขอความอนุเคราะห์กับรัฐบาล โดยระบุว่า ตนชราภาพมากแล้ว ทุกวันนี้ต้องเป็นคนพิการ ไม่สามารถเดินเหินได้ตามปกติ นำเงินบำนาญมาลงทุนกับสหกรณ์ฯ เพราะเห็นว่าเป็นการออมที่ปลอดภัย แต่ก็โชคร้ายต้องมาเจอกับปัญหาการทุจริตของอดีต คกก.คลองจั่น วันนี้ตนและสมาชิกได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงขอให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เร่งอนุมัติเงินกู้เพื่อให้การดำเนินการแผนฟื้นฟูเดินหน้าต่อไปด้วย