วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขยายผลจับลูกจ้างการไฟฟ้าเกาะพะงัน ค้ายา อึ้งพบปืน-กระสุน จำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมตำรวจ สภ.เกาะพะงัน บุกค้นบ้านลูกจ้างการไฟฟ้า ค้ายาเสพติด พบอาวุธปืน เครื่องกระสุนจำนวนมาก ขณะตรวจค้น แม่เข้าขวาง เจอคุมตัวไปดำเนินคดีด้วย ...

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 13 ก.ค. พ.ต.อ.สมชาย นพศรี ผกก.สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พ.ท.ชัยวุฒิ พรมทอง หน.ชป.กกล.รส.ทภ.4 พ.ต.ท.ธนวัฒน์ สุขคะตะ สวป.สภ.เกาะพะงัน ร.ต.อ.ยุทธนา บัวอินทร์ รอง สวป. แถลงผลการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด พร้อมของกลางที่ยึดได้อีกกว่า 70 รายการ ที่บ้านเลขที่ 204/29 หมู่ 1 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน ได้ตัวผู้ต้องหา 2 รายคือ นายอัสม์เดช หรือ ด้น จุลพงษ์ อายุ 23 ปี ลูกจ้างการไฟฟ้าสาขาเกาะพะงัน และ นางเยาวดี จุลพงษ์ อายุ 51 ปี ทั้ง 2 เป็นแม่ลูกกัน

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ธนวัฒน์ นำกำลังสายตรวจเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว หลังสืบทราบว่า นายอัสม์เดช มีพฤติกรรมค้ายาเสพติด โดยก่อนนี้เจ้าหน้าที่จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ก่อนแล้ว 1 คน และสืบสวนขยายผลต่อมา ซึ่งจากการตรวจค้นภายในห้องพักของ นายอัสม์เดช พบสิ่งผิดกฎหมายหลายรายการ โดยเฉพาะอาวุธปืนพกสั้นหลายขนาดจำนวน 6 กระบอก และกระสุนปืนขนาดต่างๆ อีก 365 นัด ยาไอซ์หนักกว่า 150 กรัม พืชกะท่อม 3 กก. และกัญชาอีกจำนวนหนึ่ง ยาแก้ไออีกกว่า 40 ขวด บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีอีกจำนวนมาก และเงินสด 60,100 บาท เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดทั้งหมด พร้อมคุมตัว แต่ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น นางเยาวดี ผู้เป็นแม่ พยายามขัดขวาง จึงคุมตัวมาดำเนินคดีด้วย

สอบสวน นายอัสม์เดช ให้การรับสารภาพว่า นำยาเสพติดดังกล่าวมาจำหน่ายในพื้นที่จริง ทำมานานประมาณ 1 ปี สั่งของผ่านทางไปรษณีย์ และบริษัทขนส่งของเอกชน โดยตำรวจสืบทราบว่าผู้ต้องหา เป็นผู้ค้ารายใหญ่รายหนึ่งในพื้นที่ จึงแจ้งข้อหาผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยผิดกฎหมาย, มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย, ผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา, พืชกระท่อม) และมีไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ส่วน นางเยาวดี ถูกแจ้งข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ คุมตัวไว้ดำเนินคดี และจะขยายผลตรวจสอบบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป.