วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัญหาราคายางตกต่ำ ยังต้องเหนื่อยไปอีกนาน

โดย ซูม

ผมอ่านข่าวกรณีราคายางตกต่ำ สร้างความเดือดร้อนอย่างใหญ่หลวงให้แก่เกษตรกรที่ปลูกยางพาราเป็นอาชีพ แล้วก็รู้สึกเห็นใจเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง

ขณะเดียวกัน ก็รู้สึกเห็นใจรัฐบาลที่คงจะพยายามหาทางแก้ไขอยู่แล้วละ แต่เรื่องราคายางนั้นเป็นเรื่องใหญ่ และขึ้นอยู่กับกลไกของตลาดโลก ยากที่จะมีรัฐบาลไหนเพียงรัฐบาลเดียวจะช่วยแก้ปัญหาได้

เท่าที่ผมติดตามอ่านข่าว ก็พบว่ากระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการปลูกและการค้ายางพาราของ 3 ประเทศหลักในอาเซียน อันได้แก่ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ต่างก็ต่อสายคุยกัน หรือไม่ก็บินไปพูดคุยกันหลายครั้ง รวมทั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมนี่เอง

มีมติว่าอาจต้องมีมาตรการจำกัดปริมาณการส่งออกยางพาราของทั้ง 3 ประเทศ รวมไปถึงควรมีมาตรการแก้ไขความผันผวนต่างๆ แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดออกมาชัดเจนว่าจะทำอย่างไรกันบ้าง

มติที่ชัดเจนที่สุดดูเหมือนจะมีข้อเดียว คือขอให้เร่งรัดให้มีการประชุม ระดับรัฐมนตรี ของทั้ง 3 ประเทศโดยเร็ว ภายในเดือนกันยายนนี้ จากเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนธันวาคมโน่น

จริงๆแล้วเดือนกันยายนก็อาจจะช้าเกินไปกระมัง ควรจะจัดประชุมระดับรัฐมนตรีที่ว่าภายในเดือนนี้ หรือเดือนหน้า (สิงหาคม) เสียด้วยซํ้า

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ราคายางพารากับราคาน้ำมันดิบโลกจะผันแปรขึ้นลงไปในทิศทางเดียวกัน

ถ้าน้ำมันราคาสูง ราคายางก็จะสูงตามไปด้วย

เหตุเพราะโรงงานอุตสาหกรรมจะใช้ยางสังเคราะห์จากยางพารา หรือจากพอลิเมอร์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ หากน้ำมันดิบแพง พอลิเมอร์ก็จะแพง โรงงานก็จะหันมาซื้อยางพาราแทน ทำให้ราคายางดีขึ้น

ตรงข้ามกับในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันดิ่งเหวลงทุกวัน อย่างที่เกิดขึ้น ในช่วงเวลานี้

ราคาพอลิเมอร์จึงพลอยต่ำลงด้วย โรงงานก็จะหันมาใช้พอลิเมอร์แทนยาง ส่งผลให้ราคายางร่วงลงไปด้วยเช่นกัน

ทางแก้ที่รัฐบาลไทยดำเนินการอยู่ขณะนี้ เช่น พยายามจะให้มีการใช้ยางพาราในเมืองไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ยางพาราในการทำถนนจึงเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

แต่ก็ติดขัดด้วยระเบียบราชการด้านการออกมาตรฐาน มอก.และระเบียบในการตรวจรับงานอยู่พักใหญ่ ล่าสุด ข่าวว่าแก้ไขปัญหาได้แล้ว หน่วยราชการสามารถเปิดประมูลได้แล้ว

ผมก็ได้แต่หวังว่า คงจะมีการเริ่มต้นซื้อยางไปทำถนนในเร็วๆนี้ ซึ่งก็จะช่วยเพิ่มราคายางพาราขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง

การเพิ่มปริมาณความต้องการใช้ยางในประเทศอีกประการหนึ่งก็คือ การส่งเสริมการใช้ ที่นอนยางพารา ให้มากขึ้น ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศควบคู่กันไป

ทุกวันนี้ที่นอนยางพาราไทยฮิตมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจะแห่กันไปซื้อแทบทุกราย เมื่อมาเที่ยวประเทศไทย

ปรากฏว่าโดนพวกทัวร์ศูนย์เหรียญหลอกขายราคาแพงๆ แถมยังใช้วิธีจัดส่งให้โดยไม่ให้ลูกทัวร์ขนกลับเองซะอีก

เสร็จแล้วทัวร์ศูนย์เหรียญก็ไปตั้งโรงงานที่นอนยางที่เมืองจีนโน่นเลย เอายางจีนมาทำแล้วก็ส่งให้ลูกค้า แทนที่จะส่งจากประเทศไทย

เป็นพฤติกรรมที่คนในวงการท่องเที่ยวเขารู้กันมานานแล้ว และดีใจที่ทางการเอาจริงกับการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญดังที่เคยเป็นข่าว

หวังว่าต่อไปนี้นักท่องเที่ยวจีนจะซื้อที่นอนยางจากประเทศไทยได้ง่ายขึ้น และเป็นของไทยแท้ๆ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็จะเป็นการช่วยเพิ่มปริมาณความต้องการยางพาราในประเทศไทยของเราโดยตรง และคงจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องราคายางได้ระดับหนึ่งเช่นกัน

แต่ลงท้ายแล้วก็ยังต้องพึ่งราคาตลาดโลก และปริมาณความต้องการใช้ยางของโลกอยู่ดีละครับ ซึ่งก็แปลว่าตราบใดที่ราคาน้ำมันดิบของโลกยังต่ำอยู่อย่างนี้ ราคายางในตลาดโลกก็คงจะตกต่ำต่อไป และยากที่จะฟื้นกลับมาสู่ราคาสูงๆได้อย่างที่เคยเป็นในอดีต

มองไปข้างหน้าแล้วเหนื่อยแทนทั้งรัฐบาลและคนปลูกยางจริงๆ เพราะผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเขาพยากรณ์กันว่าราคาน้ำมันจะต่ำแบบนี้ไปอีกนานมากครับ.

“ซูม”