วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มองระยะยาว

หลังจากยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก มาเกือบ 2 ปี

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน กรุงเทพฯ-โคราช ระยะทาง 253 กม. ราคา 1.79 แสนล้านบาท ก็ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.อย่างเป็นทางการ

“แม่ลูกจันทร์” สรุปข้อมูลย่อๆให้เห็นโฉมหน้าและโหงวเฮ้งโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศไทยได้ 8 ประเด็นดังนี้คือ...

1,โครงการนี้รัฐบาลไทยควักกระเป๋าลงทุนเอง 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศ หรือขายพันธบัตรที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน

ส่วนฝ่ายจีนเป็นผู้ออกแบบและวางระบบโครงการ ควบคุมการก่อสร้างโยธา ควบคุมการเดินรถ ติดตั้งระบบไฟฟ้า ติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ จัดหาหัวรถจักรและขบวนรถโดยสาร ครบวงจร

2,เริ่มคิกออฟก่อสร้างงานโยธา ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป และจะเริ่มเปิดเดินรถรับผู้โดยสารได้ภายใน 4 ปี

3,รถไฟความเร็วสูงสายนี้ มีความเร็วสูงสุด 250 กม.ต่อชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางจากบางซื่อถึงโคราชเพียง 1 ชั่วโมง 17 นาที

4,รถไฟสายมิตรภาพไทย-จีน จะจอดรับส่งผู้โดยสารเพียง 6 สถานี คือสถานีบางซื่อ สถานีดอนเมือง สถานีอยุธยา สถานีสระบุรี สถานีปากช่อง และสถานีนครราชสีมา

5,ช่วงเปิดบริการปีแรกจะใช้ขบวนรถไฟวิ่งไป-กลับ วันละ 11 ขบวน รับผู้โดยสารได้ขบวนละ 600 ที่นั่ง ออกจากสถานีปลายทางทุก 90 นาที

6,อัตราค่าโดยสารจากสถานีบางซื่อถึงสถานีสระบุรี 278 บาทต่อเที่ยวต่อคน

จากสถานีบางซื่อถึงสถานีปากช่อง ค่าโดยสาร 393 บาทต่อเที่ยวต่อคน

และจากต้นทางกรุงเทพฯ ถึงปลายทางโคราช 535 บาทต่อเที่ยวต่อคน

7,ในปีแรก (2564) จะมีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟความเร็วสูง 5,300 คนต่อ วัน หรือ 1.9 ล้านคนต่อปี หรือประมาณ 480 คนต่อเที่ยว ต่อขบวน

คาดว่าจำนวนผู้โดยสารรถไฟความเร็วสูงจะเพิ่มขึ้น 5 เท่าตัว เป็น 26,800 คนต่อวันในอีก 30 ปีนับจากปีที่เริ่มเปิดบริการ

8,หลังจากโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-โคราช สร้างสำเร็จเสร็จสมบูรณ์ รัฐบาลเตรียมอัดฉีดลงทุนเพิ่มอีก 2.5 แสนล้านบาท ขยายเส้นทางจากโคราชขึ้นไปถึงหนองคาย (350 กม.) เพื่อเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงคุนหมิง-เวียงจันทน์-หนองคาย-โคราช-กรุงเทพฯ รวมระยะทางกว่า 600 กม.

แค่วาดภาพอนาคตอันสดใสก็ปลื้มจนหัวใจคับซี่โครง

อย่างไรก็ดี “แม่ลูกจันทร์” ไม่อยากให้รีบฝันไกลเกินไป

เอาแค่ฝันใกล้ๆ กรุงเทพฯ-โคราช ให้เป็นจริงก่อนก็แล้วกัน

ถ้ามองในแง่ยุทธศาสตร์ โครงการรถไฟความเร็วสูงสายนี้จะ “อัพเกรด” ประเทศไทยให้ “ล้ำ” ไปก้าวโต

ถ้ามองในแง่ความคุ้มทุน...คงต้องขาดทุนเยอะและขาดทุนยาว

เฉพาะเงินกู้ก้อนใหญ่ที่รัฐบาลกู้ไปลงทุน 1.79 แสนล้านบาท ต้องจ่ายดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี

ยังไม่รวมค่าจ้างพนักงาน และค่าใช้จ่ายเดินรถอีก 1,000 ล้านบาทต่อปี รวมเป็นยอดรายจ่ายไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี

สมมติว่า มีผู้โดยสารแน่นเอี้ยด 600 คนทุกขบวน หรือ 6,600 คนต่อวัน แถมเก็บค่าโดยสารอัตราสูงสุด 535 บาทต่อเที่ยวต่อคน

จะมีรายได้ 3.5 ล้านบาทต่อวัน หรือ 1,290 ล้านบาทต่อปี

เมื่อเอารายจ่ายไปหักลบจากรายได้ข้างต้น

ระยะแรก รถไฟความเร็วสูงสายนี้จะขาดทุนริดสีดวงบาน 3,700 ล้านบาทต่อปี

ส่วนระยะยาวจะเริ่มมีกำไรเมื่อไหร่...?? คงต้องรอต่อไปอีก 30 ปี

ปั่ดโธ่...30 ปีไม่นานเกินรอ.


“แม่ลูกจันทร์”