บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เงินทอนวัด ฟันรองผอ.พศ. นายกฯ เซ็นเข้าไปสังกัดกพ.

“ผอ.พศ.” เผย ทำเรื่องย้าย “ประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ.” ผู้เกี่ยวข้องคดีเงินทอนวัด ให้ “วิษณุ เครืองาม” พิจารณาความผิดตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. และให้ “บิ๊กตู่” เซ็นเด้งไปสังกัด ก.พ.แล้ว “ออมสิน” ชี้ให้วัดที่เกี่ยวข้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายแจง และเร่งจัดทำบัตรสมาร์ทการ์ดพระ ผบก.ปปป.แจงไม่ลุยตรวจ “เงินทอนวัด” เอง ให้ พศ.แจ้งที่ไหนโกงถึงสอบ เพราะ พศ.มีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้วทำงานง่ายกว่า “อสคพ.” ยื่นเรื่องร้องเรียนถึง ผอ.พศ.กรณีพระพุทธะอิสระนำข้อมูลทางราชการของ พศ. เกี่ยวกับงบฯบูรณปฏิสังขรณ์วัด และเงินอุดหนุนการศึกษาสงฆ์ ออกมาแฉหลุดออกมาได้อย่างไร

กรณีกองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำกำลังเข้าตรวจค้นวัดหลายจังหวัดทั่วประเทศ ตามยุทธการปราบโกงวัด จับกุมผู้เกี่ยวข้องเครือข่ายทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัด ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หลังตรวจพบว่ามีวัดที่ร่วมทุจริต 12 แห่ง สร้างความเสียหายแก่รัฐสูงถึง 60.5 ล้านบาท สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ ป.ป.ช.ไปแล้วชุดหนึ่ง พร้อมขยายผลหาวัดที่กระทำความผิด ชุด 2 อีก 27 วัดทั่วประเทศ สอบสวนรวบรวมหลักฐานพบเจ้าหน้าที่ พศ. และคนใกล้ชิดร่วมกันทุจริตมากว่า 10 ปี ส่งเรื่องให้ พศ.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าที่ บก.ปปป. เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 ก.ค. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยว่า ที่ให้สัมภาษณ์ไปว่าจะให้ พศ. ดำเนินการต่อขยายผลหาวัดกระทำความผิด เนื่องจาก พศ. มีข้อมูลทั้งหมดอยู่ในมือเป็นเรื่องง่ายที่จะตรวจสอบวัดที่กระทำความผิด เมื่อพบวัดที่เข้าข่ายทุจริตก็ส่งเรื่องมาให้ ปปป.สืบสวนสอบสวนตามอำนาจหน้าที่เพียงแต่ ปปป.จะไม่เป็นฝ่ายให้กำลังเจ้าหน้าที่ลงไปกระจายสุ่มตรวจวัดต้องสงสัยทั่วประเทศเหมือนครั้งแรกแล้ว เพราะการลงพื้นที่แต่ละครั้งเสียงบประมาณ เสียเวลารวมถึงกำลังคนจำนวนมาก

“ส่วนที่ประชาชนกังวลเรื่องความโปร่งใสจะให้หน่วยงาน พศ.ตรวจสอบกันเองนั้น เรื่องนี้ตนเชื่อมั่นในหน่วยงาน พศ. ที่มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่จะหากลุ่มผู้กระทำความผิด หากมีข้อมูลอื่นๆว่ามีการทุจริต แต่ พศ.ไม่ได้ลงไปตรวจสอบ ปปป.จะไปดำเนินการสืบสวนเอง ทั้งนี้ เหตุผลที่ ปปป.ไม่ขยายผลต่อไปไม่ได้เกิดจากการถูกกัดดันจากฝ่ายไหน เพียงแต่มองว่าการให้ พศ.ไปตรวจสอบก่อนจนพบว่ามีการทุจริตที่ไหนอย่างไรแล้ว จากนั้นมาแจ้งปปป.ลงไปสืบสวนเป็นวิธีการบริหารจัดการคดีที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด” พล.ต.ต.กมล กล่าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์กรณีที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ไม่สามารถย้ายรอง ผอ.พศ.ที่เข้าไปเกี่ยวกับการทุจริตเงินบริจาควัดได้ว่า กำลังดำเนินการอยู่ และสื่อไม่ต้องรู้ว่าจะใช้วิธีการใด ทำไมสื่อต้องรู้ด้วย ถ้าทำได้คือทำได้คงใช้วิธีการป่าเถื่อน จะให้อุ้มไปหรือ เมื่อถามว่า จะมีความชัดเจนในช่วงใด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เสนอขึ้นมาว่าจะย้ายหรือไม่ย้าย ถ้าย้ายภายในไม่ได้ จะสามารถย้ายภายนอกได้หรือไม่ ถ้าผิดและมีมูลก็ย้าย

บ่ายวันเดียวกันที่อาคารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หลังใหม่ พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายวิชัย ประเสริฐสุดสิริ ผู้ประสานงานองค์กร ส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา (อสคพ.) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ให้ตรวจสอบกรณีมีข้อมูลทางราชการของ พศ. เกี่ยวกับงบฯบูรณปฏิสังขรณ์วัด และเงินอุดหนุนการศึกษาสงฆ์ หลุดไปอยู่ในมือของพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และนำข้อมูลออกมาเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวโจมตีพระมหาเถระ พระสังฆาธิการ วัดต่างๆ รวมทั้งมหาเถรสมาคม (มส.) สร้างความเสียหายต่อคณะสงฆ์ โดย พ.ต.ท.พงศ์พร ติดประชุมอยู่มอบให้นายประดับ โพธิกาญจนวัตร ผอ.สำนักงานพุทธมณฑล ในฐานะโฆษก พศ. เป็นผู้รับหนังสือแทน

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายวิชัยกล่าวว่า เรื่องดังกล่าว ผอ.พศ. และ ปปป. กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ไม่ควรมีบุคคลใดนำข้อมูลมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตนเอง และสร้างความเสื่อมเสียให้กับสถาบันพระพุทธศาสนา อยากให้ ผอ.พศ. ตรวจสอบ หากพบเป็นบุคคลใน พศ. ขอให้พิจารณาลงโทษ หรือหากข้อมูลดังกล่าวมาจาก ผอ.พศ.เอง ขอให้แสดงความรับผิดชอบทางจริยธรรมด้วย อสคพ.จะรอฟังผลภายใน 15 วัน

ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวก่อนเข้าร่วมหารือกับตัวแทนมหาเถรสมาคม (มส.) ประกอบด้วย พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส พระพรหมโมลี วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิต มหาสีมาราม พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. และผู้บริหาร พศ. ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ว่า คณะสงฆ์ท่านต้องการหารือเรื่องสถานการณ์ คณะสงฆ์ที่เป็นข่าวขณะนี้ ขณะเดียวกันจะหารือถึงเรื่องการจัดทำบัตรสมาร์ทการ์ดพระ ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเท่าที่ทราบก่อนหน้านี้กรมการปกครองได้ทำบัตรประชาชนให้กับพระสงฆ์อยู่แล้ว

นายออมสินกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จะสอบถามถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีทรัพย์สินของวัด ขณะนี้มีรายงานมายัง พศ.แล้วประมาณร้อยละ 96 การนัดหารือครั้งนี้คณะสงฆ์ห่วงเรื่องข่าวของวัด และพระสงฆ์ที่เกิดขึ้น กรณีออกข่าวไปว่าตรวจสอบวัดนั้น วัดนี้ นำเสนอคล้ายกับว่าพระสงฆ์ผิด ความจริงพระสงฆ์อาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และคนผิดอาจจะเป็นฆราวาสฝ่ายเดียวก็ได้ ข้อมูลขณะนี้ยังชี้ไม่ได้ว่าใครผิด ขณะที่ผลการตรวจสอบของ ปปป.ล่าสุด พบว่าไม่มีพระสงฆ์เกี่ยวข้อง

จากนั้นเวลา 18.00 น. นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมงว่า คณะสงฆ์เสนอให้ตนรับทราบว่า คณะสงฆ์มีแผนแม่บทปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาอยู่ หนึ่งในนั้นมีเรื่องการใช้เทคโนโลยีมาดูแลพระพุทธศาสนา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ทั้ง 3 รูป ยินดีที่จะให้มีสมาร์ทการ์ดสำหรับพระสงฆ์โดยเร็ว แต่ขอดูรายละเอียดที่จะใส่ในฐานข้อมูลที่จะเชื่อมโยงกับสมาร์ทการ์ดพระว่าจะมีอะไรบ้าง และพระเถระระดับใดที่จะเข้าไปตรวจสอบข้อมูลได้ พร้อมทั้งต้องแยกข้อมูลของพระสงฆ์ออกจากฐานข้อมูลประชาชนทั่วไป เพื่อง่ายต่อการค้นข้อมูล ทั้งนี้ผู้แทน มส.จะนำเรื่องเสนอ มส.อีกครั้ง คาดว่า ภายใน 3 เดือนจะเห็นผลเป็นรูปธรรม

นายออมสินกล่าวอีกว่า ส่วนบัญชีรายรับรายจ่ายของวัด ที่ประชุมได้แจ้งกับ พศ.ให้ดำเนินการอธิบายต่อวัด ให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างง่ายก่อน และค่อยพัฒนาไปตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) แต่อาจจะไม่ต้องทำถึงขั้นงบดุล งบกำไรขาดทุน ขณะที่เรื่องการทุจริตเงินทอนวัด มีการพูดคุยไม่มาก เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม หากทาง ปปป.ส่งเรื่องกลับมายัง พศ. ก็ดำเนินการตามหน้าที่ของ พศ. ส่วนเรื่องของการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงที่มีชื่อไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินวัดนั้น ขอให้ไปถาม ผอ.พศ.

ด้าน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. กล่าวว่า ตนได้เสนอเรื่องการโยกย้าย น.ส.ประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. มีรายชื่อเกี่ยวข้องตามสำนวนของ ปปป. ให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณา เมื่อวันที่ 11 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งโอนย้าย น.ส.ประนอม ให้ไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) แล้ว ส่วนเรื่องของคดีก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ