บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนพ.ย้ำลอยตัว “แอลพีจี” ไม่มีปัญหา

ผู้ใช้ไฟฟ้าก้มหน้ารับชะตากรรม จ่ายเพิ่มอีก 8.87 สตางค์ต่อหน่วย

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล โฆษกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยหลังการประชุม กกพ.ว่า กกพ.ได้คำนวณค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ที่จะเรียกเก็บในบิลค่าไฟฟ้าจากประชาชนงวดใหม่ในเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ โดยจะปรับเพิ่มขึ้น 8.87 สตางค์ (สต.) ต่อหน่วยส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ 3.5966 บาทต่อหน่วย ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) โดย กกพ.จะประกาศรับฟังความเห็นจากประชาชน ผ่านเว็บไซต์ กกพ.ในวันที่ 12-26 ก.ค. ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการในเดือน ส.ค.นี้ และเริ่มเก็บเงินจากผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.-31 ธ.ค.นี้ ส่วนแนวโน้มเอฟทีในงวดถัดไปหรือเดือน ม.ค.-เม.ย. 2561 ก็ยังมีทิศทางปรับขึ้นโดยคาดการณ์ไว้ว่าจะปรับขึ้นอีก 12-13 สต.ต่อหน่วย

“ปัจจัยหลักๆที่ค่าเอฟทีปรับขึ้นมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็น เชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า อยู่ในช่วงขาขึ้นโดยราคาปรับขึ้น 3.80 บาทต่อล้านบีทียู ถ่านหินนำเข้าราคาเพิ่มขึ้น 70 บาทต่อตัน ขณะที่เงินบาทแข็งค่ากว่างวดก่อนหน้า 0.12 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯหรืออยู่ที่ 34.19 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ และสัดส่วนการใช้พลังน้ำมาผลิตไฟฟ้า ที่ช่วยให้ค่าไฟฟ้าลดลงในงวดที่คำนวณครั้งนี้ ได้ปรับลดการใช้น้ำผลิตไฟฟ้าลดลงตามฤดูกาล เป็นต้น”

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า มติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ที่เห็นชอบแนวทางการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ทั้งระบบตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ ขอยืนยันว่า จะไม่ส่งผลกระทบทำให้ราคาขายปลีก ในประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาแอลพีจีตลาดโลก (ซีพี.) เดือน ก.ค. อยู่ที่ 355 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน หรือปรับตัวลดลง 32.5 เหรียญสหรัฐฯ จากเดือนก่อนหน้า และราคาน้ำมันตลาดโลกเดือน มิ.ย.ที่ลดลง เพราะมีการส่งออกน้ำมันจากอิหร่านที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความต้องการใช้แอลพีจี ในญี่ปุ่นที่ลดน้อยลงหลังเข้าสู่ฤดูร้อน โดยปริมาณสำรองแอลพีจีของญี่ปุ่นเดือน พ.ค.อยู่ที่ 1.54 ล้านตัน ถือว่าสูงสุดในรอบ 4 เดือน และ สนพ. มีกลไกการติดตามราคานำเข้าแอลพีจี และต้นทุนโรงแยกก๊าซธรรมชาติ เป็นรายเดือน หากราคาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือหากราคาในตลาดโลกผันผวน ปรับขึ้นจนเกิดวิกฤติ สนพ.จะนำเงินจากกองทุนน้ำมันเข้าไปช่วยเหลือให้ราคาขายปลีกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่เป็นภาระของประชาชน.