ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    คปร.ยกมาร์ค อภิสิทธัตถะ ตั้งใจดีเพื่อชาติ

    ไทยรัฐออนไลน์31 ก.ค. 2553 14:30 น.
    SHARE

    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

    ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คณะกรรมการปฏิรูป(คปร.) ยกย่อง มาร์ค "อภิสิทธัตถะ" เชื่อตั้งใจดีเพื่อชาติ ย้ำ การปรองดองต้องเริ่มที่นักการเมือง พร้อม แนะยึดหลักสามประการแก้ปัญหาแตกแยก...

    เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 31 ก.ค. 2553 ที่ รร.เมอร์ลิน บีช รีสอร์ท หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นประธานการสัมมนากรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ในหัวข้อ “รวมพลังแก้ไขวิกฤตชาติ” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-1 ส.ค. ช่วงเช้ามีการบรรยายในหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยบนพื้นฐานความปรองดอง” โดยนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม คณะกรรมการปฏิรูป(คปร.)

    โดย นายไพบูลย์กล่าวว่า พรรคการเมืองเป็นกลไกและเป็นแรงผลักดันที่สำคัญ แต่พรรคการเมืองยังอ่อนแอ ไม่ได้เป็นเสาหลักให้กับบ้านเมือง บ้านเมืองจึงประสบกับวิกฤต พรรคการเมืองไม่ได้เป็นเสาหลักที่ดี เพราะนักการเมืองเป็นต้นเหตุและไม่สามารถเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ได้ เป็นคำถามให้เราต้องคิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีและหลายฝ่ายในสังคมมีความตั้งใจร่วมกันว่าจะต้องทำให้เกิดการปรองดองและปฏิรูป

    นายไพบูลย์กล่าวว่า คำว่าปรองดองและปฏิรูปเป็นสองคำที่วนเวียนเวียนอยู่ในสังคม เพราะเราแตกแยกสับสนและเป็นปฏิปักษ์กันมามากพอและนานจนเกิดความรุนแรง แต่ถ้าเทียบกับหลายประเทศแล้ว วิกฤตประเทศไทยไม่ถึงกับรุนแรงเช่น แอฟริกาใต้ที่รบกันเป็นสิบปีฆ่าฟันกันจนล้มตายเป็นจำนวนมาก กระทั่งคิดได้ ทำให้สองฝ่ายหันมาเจรจาพูดคุยจนทำให้เกิดสันติภาพ เกิดการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่คนส่วนใหญ่พอใจ ได้ริเริ่มคณะกรรมาธิการค้นหาความจริงและสร้างความปรองดอง ซึ่งก็เหมือนกับประเทศไทย ที่ได้คณะกรรมการอิสระเพื่อการตรวจสอบและค้นความจริงเพื่อความปรองดอง(คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน

    ทั้งนี้ถ้าเทียบกับแอฟริกาใต้แล้ว เรายังไม่เกิดความชัดเจนมากนัก ก้ำกึ่งครึ่งๆ กลางๆ แต่นายกฯและรัฐบาลมีความตั้งใจ แต่นายคณิต จะสร้างการค้นหาความจริงได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าคิด ทั้งนี้นักการเมืองควรเป็นฝ่ายนำในการสร้างความปรองดอง แต่ต้องหาวิธีแก้ให้ถูกต้อง และต้องกลับไปสู่หลักพื้นฐานโดยมีเพื่อนสนับสนุน ปัญหาวิกฤตเกิดจากนักการเมืองและมีประชาชนต้องเข้าไปสมทบจนกลายเป็นความแตกแยกไปทั่วประเทศ นายอานันท์ ปันยารชุน น.พ.ประเวศ วะสี และนายคณิตแก้ปัญหาไม่ได้ 

    นายไพบูลย์กล่าวว่า หลักการแก้ปัญหามีหลัก 3 อย่างคือ

    1.ต้องมีกระบวนการที่ดี มีการจัดขั้นตอนการสรรหาคนที่เหมาะสมจากจุดเล็กๆ นำไปสู่การขยับที่สูงขึ้น ไม่ใช่เริ่มต้นจากนายรัฐมนตรีไปเจรจากับกลุ่ม นปช.ซึ่งเป็นการทำที่ไม่มีกระบวนการเป็นการข้ามไปสู่สาระ ผลที่ออกมาคือไม่สามารถตกลงกันได้ บรรยากาศแทนที่จะดีกับไม่ดี เพราะมีการกล่าวหากันในที่สาธารณะ ต้องมีการสรรหาคนกลางที่เป็นที่ยอมรับให้ได้ และต้องหากติกาว่าจะใช้กติกาแบบไหน

    2.ต้องทัศนคติซึ่งถือเป็นสามเส้า สันติวิธีป้องกันแก้ไขความขัดแย้ง ต้องมีทัศนคติที่เป็นบวก ไม่ถึงกับรักใคร่ปรองดองกัน แต่สามารถคุยกันได้ จากนั้นค่อยเริ่มคุยกันในประเด็นที่

    3.คือ สาระ โดยเริ่มจากคุยกันจากเรื่องง่ายๆ ไป หากยากขึ้นไปและทำสัญญาประชาคม มีกลไกติดตามดูแลข้อตกลงให้มีความต่อเนื่อง แผนปรองดองเป็นแผนข้างเดียว คิดข้างเดียว ไม่ใช่ข้อตกลง จะมีฝ่ายต่อต้านไม่เห็นด้วยเป็นธรรมดา อะไรที่คิดข้างเดียวจะมีปัญหา ถูกต้องแต่เนื้อในยังมีปัญหา

    นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงทฤษฎีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาของ น.พ.ประเวศ วะสี ที่ใช้พลังทางสังคม พลังปัญญา และพลังอำนาจรัฐ เข้ามาช่วยการแก้ไขปัญหา เพราะความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ความขัดแย้งสามารถนำไปสู่การแปรเปลี่ยนไปสู่การสร้างสรรค์ จากสู้เป็นสร้าง เราต้องสร้างก่อนซ่อม หากเราสร้างก่อนซ่อมจะไม่มีคนตายกว่า 80 คน คนเจ็บเป็นพัน อาคารบ้านเรือนเสียหายเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท การสร้างต้องลงทุนมาก ซึ่งรัฐบาลและนายกฯได้ลงทุนด้วยการตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ และการมุ่งสู่การลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม ต้องเริ่มต้นจากตัวเรา ไม่ใช่ไปเสนอให้คนอื่นปฏิรูปแต่ตัวเองไม่ทำ ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะชี้นิ้วสั่งคนอื่นแต่ตัวเองไม่ทำอะไร

    ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายการบรรยาย นายไพบูลย์ ได้กล่าวชื่นชมนายอภิสิทธิ์ว่า ส่วนตัวแล้วชื่นชมและให้ความเคารพนับถือนายอภิสิทธิ์ ที่กำลังสร้างความปรองดองมีปณิธานที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศให้ดีกว่า ถ้าทำได้ก็จะเป็นสัตตอภิสิทธิ์คือเป็นคนดี และถ้าทำได้สำเร็จคนเป็นสัตตบุรุษ ซื่อตรงตามภาษาบาลีก็จะเรียกว่า สิทธัตถะ ที่แปลว่าผู้สำเร็จความมุ่งหมายซึ่งไม่ได้ใช้เฉพาะกับพระพุทธเจ้าเท่านั้น เรียกนายอภิสิทธิ์ว่า จาก “สัตตอภิสิทธิ์” เป็น “อภิสิทธัตถะ” ขอเอาใจช่วยนายกฯด้วยความจริงใจ และมีคนไทยจำนวนมากเอาใจช่วยนายกฯ แต่คนไม่ชอบนายกฯ ก็มี ซึ่งเป็นธรรมชาติ เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้ายังมีคนไม่ชอบได้ แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เอาใจช่วยนายกฯ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้