วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกนก สุภาพร น้ำตาร่วงกว่าจะมีวันนี้! ถูกหลอกขายตัว-ขอจูบปากแลกเงิน!

หายเงียบไปนาน สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาว ลูกนก สุภาพร ผู้ที่เคยโด่งดังสุดๆ จากเพลง คุณลำไย บอกได้เลยว่า ช่วงนั้นไม่มีใครไม่รู้จักเธอและเพลงของเธอ แต่กาลเวลาเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เธอเริ่มหายหน้าไปจากวงการ ซึ่งตอนนั้นเจอข่าวแรงถึงขั้นตกอับ โดนผัวทิ้ง!! 

ล่าสุดเธอได้มาเปิดใจเล่าถึงชีวิตก่อนที่จะก้าวเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง ทั้งโดนหลอกไปขายตัว บ้านยากจนสุดๆ ไปจนถึงโดนทำคุณไสยใส่เพราะอิจฉา โดยเธอได้เล่าในรายการ ยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ ทางช่อง 9 MCOT ให้ฟังว่า

ทั้งหมดกี่ปีแล้วที่ร้องเพลงนี้? “ก็ประมาณ 14-15 ปี ได้แล้วค่ะ” แล้วตอนนี้เธอยังมีงานเพลงกับเขาอยู่หรือเปล่า? “มีบ้าง มีบ้างค่ะ แต่ว่าไม่ได้เยอะเหมือนสมัยก่อน วิ่งวันนึง 3-4 งานค่ะ” เดือนนึงจะมีสัก 4-5 งานไหม? “ก็พอมีค่ะ ประมาณว่า 14-16 นี้ก็มีค่ะ ไปต่างจังหวัด แต่นอกนั้นจาก 16 ไปถึงปีหน้า ว่างค่ะ” จริงเหรอ?  “(หัวเราะ) ก็มีเรื่อยๆ ค่ะ ใครให้ไปไหนก็ไป”

เดี๋ยวนี้มันไม่มีคิวยาวแบบจองข้ามปี มันแบบหากินเดือนต่อเดือนแล้วเหรอ? “เรายังไม่ถึงขั้นที่ตู้มต้ามอะไรแบบนี้” ไม่หรอก วันเก่าๆ เธอตู้มนะ สนั่นแผ่นดินเลยเพลงเลย? “ก็ยังแบบว่า เจ้าภาพเก่าๆ วันกงวันเกิดหรือว่างานวงงานวัดอะไรก็ยังมีติดต่อมา”

ได้ข่าวว่า เป็นนักร้องคนนึงที่โดนกระแสมากเลย ทำไมมีแต่คนพูดถึงในทางลบทั้งนั้นเลย อย่างเช่นตกอับบ้างล่ะ ผัวทิ้งบ้าง มันลำบากลำบนอะไรอย่างนี้ เคยได้ยินไหมว่ามีคนพูดถึงแบบนี้?

“เอาเรื่องจริงๆ เลยนะ ไอเพจๆ นึงที่เขาจะขายของ เขาก็เลยเอาหัวข้อที่เราออกรายการอ่ะ รายการช่วงก่อนนั้น ว่าลำไยตกอับ ผัวทิ้งแล้วก็คือแบบไปขอข้าววัดกิน (ดูแรงนะ) เลี้ยงลูกคนเดียว ซึ่งในรายการที่เราคุยๆ ที่เราตอบปัญหากันก็คือก็ว่ากันไปใช่ไหมคะ

แต่ไอเพจเพจเนี้ย เอาไปลงถึงขนาดนี้เลย มันก็เลยกลายเป็นว่าภาพนั้นมันติดตัวหนูมา ณ ช่วงนี้ ณ ตอนนี้ ใครๆ ที่เขาดูพาดหัวข่าวก็ต้องเชื่อ (เขาไม่อ่านรายละเอียด) ไม่ๆ ชาวบ้านเราเขาจะไม่อ่านเลยนะ มีนักร้องพี่อ้อยเนี่ย ไอ้นก แกเป็นอะไร คือเขาเคยมาบ้านเราไง เขาก็ถามว่า เฮ้ยไอ้นก แกเป็นอะไร เป็นถึงขนาดนั้นเลยเหรอ แกไม่มีข้าวกินเหรอ สามีแกทิ้งจริงๆ เหรอ อะไรยังงี้ คือโทรมาด้วยความเป็นห่วง”

ข่าวบ้าๆ บอๆ ที่เขาไปโพสต์จั่วแต่หัว มันมีผลกระทบต่อชีวิตไหม? “จิตใจค่ะ กับชีวิตก็คือเราไม่ได้มีผลกับงาน แต่ในเรื่องของจิตใจเนี่ย จิตใจหนูเองแล้วก็พี่โด่งคุณพ่อนิชาเนี่ย สามีเนี่ย เป็นอะไรที่กระทบกับแกมากๆ เลย เพราะแกเป็นคนที่ดูแลครอบครัวมาอย่างดี พอแกเห็นข่าวเนี่ยแกก็บอก อุ๊ยตายแล้ว ภาพพจน์ที่สร้างมาทั้งหมด พัง”

แล้วตัวลูกนกเอง นั่งร้องไห้สะเทือนใจไหมมีบ้างไหม? “เครียดสิ คือเราเป็นแม่บ้าน ส่งลูกเสร็จกำลังนั่งล้างจาน พี่โด่งเปิดประตูมาเลยนะ น้องไปให้ข่าวอะไรมา เราก็ล้างจานอยู่ ข่าวอะไรคะ เนี่ยดูสิว่าตกอับผัวทิ้ง (หัวเราะ) ไปขอข้าววัดกิน หนูบอกเดี๋ยวใจเย็นๆ พี่ใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวขอหนูตั้งสติแป๊บนึง แล้วคุยกับหนู พี่ไปเอาข่าวที่ไหนมา (คนอื่นเขาเอาไปจั่วหัว?) ใช่”

ถามจริงๆ มีผัวเป็นจริงเป็นจังกับเขาไหม พูดไปเลย? “มีค่ะ มีจริงค่ะ” ทุกวันนี้ยังอยู่กับผัวอยู่ไหม? “อยู่ค่ะ ไม่อยู่กับผัวแล้วให้ไปอยู่กับใครล่ะคะ”

สามีคนจีนหรือเปล่า? “คนไทยค่ะ” อันนี้ผัวเธอนี้เธอไม่ได้เป็นเมียน้อยเขามาใช่หรือเปล่า? “อันนี้เขาเป็นของหนูจริงๆ ค่ะ แต่ ณ วันนี้ หรือพรุ่งนี้ออกไปเนี่ย ใครห้ามเอา (หัวเราะ) อันนี้ของหนู แล้วรุ่นนี้หาไม่ได้แล้วแบบนี้”

คนไม่รู้เขาก็คิดว่าเป็นเมียน้อยเขาบ้างล่ะ อะไรบ้างล่ะ? “คนก็พูดไปเรื่อย แต่บางคนเขาก็บอกว่า ไอ้นกได้ผัวหน้าตาดี ได้ผัวหล่อกับเขาด้วยเหรอ อะไรยังงี้หนูก็งงกับคำพูดเขา”

แต่เขาก็เม้าท์มอยกันนะ ว่าผัวของลูกนกไม่ค่อยได้กลับบ้านกลับช่อง เขาไปไหนล่ะ ก็สามีไม่ได้อยู่ด้วย เขาก็ต้องคิดกัน? “หน้าตาหล่อขนาดนั้นก็ไปหากินบ้างแหละ (ว้าย เห็นไหมล่ะ)” ก็พูดเอง สรุปแล้วผัวมีกี่เมียล่ะ? “เมียเดียวค่ะ”

แล้วเขาไปไหนล่ะ นานๆ มาทียังงี้? “เขาทำงานเกี่ยวกับทีวี เหมือนอาจารย์นี่แหละ”   

เป็นผู้สื่อข่าวเหรอ? “ใช่ เป็นผู้สื่อข่าว” ผู้สื่อข่าวก็กลับบ้านได้ ทำไมไปทีหลายวัน? “เขาจะศูนย์แบบว่า เขาทำงานอยู่ช่อง 7 เขาก็จะอยู่แบบว่าไปต่างจังหวัดเดือนนึงเข้ากรุงเทพฯ สักสองเดือน พอเสร็จสองเดือนก็หมุนเวียนกันไปค่ะ กับเพื่อนที่ทำงานเขา สลับกัน มีที่เชียงใหม่กับขอนแก่น”

พูดเรื่องลูกดีกว่า ลูกสาวอายุเท่าไหร่แล้ว? “สิงหาคมนี้ 7 ขวบแล้วค่ะ”

กำลังจะเป็นสาวแล้วนะ? 

“ใช่ ตอนนี้ก็ใส่สายเดี่ยว ใส่โชว์สะดือเต้นแล้วนะอาจารย์”

ลูกชื่ออะไรอ่ะ?

“ชื่อนิชา ค่ะ”

แล้วมีชื่อเล่นไหม?

“ชื่อเล่นเขาชื่อ ณิชาค่ะ (ละชื่อจริงล่ะ) ณิชาพร ค่ะ”

ได้ข่าวว่าเธอเพิ่งปล่อยเพลงใหม่ออกมาสดๆ ร้อนๆ เลยเหรอ?

“ใช่ ไปที่ชอบๆ อาจารย์”

อ้าว คุยกันอยู่ดีๆ แปลว่าอะไรยะ ไปที่ชอบๆ?

“(หัวเราะ) ชื่อเพลงอาจารย์ อาจารย์คิดใช่ไหม พอบอกว่าพี่เหน่ง จีรวัฒน์ ปานพุ่ม คิดเพลง พอหนูกลับจะมาทำเพลงใหม่ พี่เหน่งเลยบอกว่าต้องให้ไอ้นกมาร้องเพลงที่มีคำที่มีแก๊ก ก็เลยบอกไปที่ชอบๆ หนูก็เหมือนอาจารย์แหละ คิดเหมือนอาจารย์เลย นึกในใจนะแต่ไม่กล้าพูด

เพราะว่าเป็นครูบาอาจารย์ พอคำว่าไปที่ชอบๆ เนี่ย ผัวเมียจะต้องคิดแล้วใช่ไหมอาจารย์ แหม ตอนที่เราอยู่เนี่ยมันบอกให้เรา เราจะไปไหนเนี่ยไม่ให้เราไป แต่ไอ้ตอนเราตายเนี่ยมันบอกให้เราไปที่ชอบๆ เคาะโลงหาเรา คือเราก็คิดยังงี้เลย

แต่พอเนื้อเพลงออกมาเนี่ยเป็นประมาณว่า ใครที่ชอบหลอกรีบไปที่ชอบๆ มันเป็นเพลงเนื้อหาว่า ผู้ชายรวยแล้วมาแอบชอบเรา เราก็คุย มาจีบเราบอกเดี๋ยวจะซื้อบ้านให้นะ จะซื้อรถให้ อะไรยังงี้ จะพาไปกินชาบงชาบู พอเราจะไปกินชาบูก็บอกหมูกระทะแล้วกัน อะไรประมาณนี้อาจารย์”

ยังมีเหรอ ผู้หญิงนั่งรอผู้ชายเพ้อเจ้อแบบนี้?

“ก็มีนะ สมัยนี้”

ฉันว่าสมัยนี้ผู้หญิงตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินเลี้ยงผู้ชายง่ายกว่าไหม?

“เราไง รุ่นเราไงอาจารย์ (หัวเราะ)”

นักร้องลูกทุ่งสมัยนี้เขาสั้นจุ้ดจู๋ ข้างบนเขาเปิดหมด งั่กอย่างเธอจะเอาอะไรไปสู้คนอื่นเขา?

“หนูสู้ไม่ได้อาจารย์ ถอยเลย หนูถอยติดข้างฝาเลย”

นี่ล่ะตอนนี้นะ เขามีลำไย ไหทองคำ ยายลูกนกไหปลาร้าจะไปสู้อะไรกับเขาได้?

“อันนี้ไหดำ (หัวเราะ)”

ตายแล้ว ยายลูกนกไหดำนะคะ จะมาสู้กับเขาไหทองคำ?

“สู้ไม่ได้ๆ แค่อย่างของน้องเขาเต้นทีนึง ขาเขานี่ 90 องศาเลยใช่ไหมอาจารย์ แต่ของเรานี่แค่เดินก็เซแล้ว ก็ไม่ไหวแล้วอาจารย์ ไม่ได้ๆ สู้เขาไม่ได้ ต้องยกให้น้อง”

ถ้าอย่างนั้นยกให้เขาไปท่าทางการร้อง แล้วเธอจะเอาอะไรไปสู้เขาล่ะ?

“รุ่นเราจะโชคดีคือ เสียง เสียงเพลง ขายเสียงขายหน้าตาก็พอแล้วอาจารย์ ทุกวันนี้อยู่ได้ก็คือหน้าตา”

หน้าตาเธอยังขายได้อยู่เหรอ?

“ขายได้สิคะอาจารย์ เพราะว่าทุกวันนี้ก็รอดมาได้เพราะหน้าตา (หัวเราะ)”

ลูกนกคะ ได้ข่าวว่าตอนเด็กๆ เธอลำบากใช่ไหม?

“ลำบากไหม ถ้าเกิดความรู้สึกหนู หนูก็ไม่ได้ลำบากขนาดนั้น แต่ว่าพอเราเกิดมาเราก็เจอสภาพนี้เลย คือเด็กๆ ที่จำความได้เนี่ย เป็นภาพที่แม่หาบหนูใส่กางเกงตัวเดียวหาบใส่กระบุงไปนา เข้าข้างนึง ตัวหนูเนี่ยข้างนึงในหาบที่เขาหาบกัน

แล้วจำได้ว่าแม่วางบนคันนา แล้วมันก็ไม่เท่ากันอ่ะ เด็กกับปิ่นโตข้าว หนูจำได้ว่าหนูก็ตกลงไปในขี้โคลน คือภาพนั้นจะจำได้แม่นเลย”

จังหวัดอะไรอ่ะ?

“กำแพงเพชรค่ะ”

หนูเป็นสาวเหนือเนอะ?

“สาวเหนือเจ้า”

บ้านหนูอาชีพทำนา?

“ทำไร่ทำนาค่ะ”

ได้เรียนหนังสงหนังสือกับเขาไหม?

“เรียนแค่ ป.6 เองค่ะ”

จนเดี๋ยวนี้เธอก็เป็นนักร้องชื่อดังจบแค่ ป.6 เหรอ?

“ใช่ค่ะ เคยไปเรียนต่อ คือเอาน้องชายมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ แล้วตัวเองก็รู้สึกสบายขึ้นเลยไปเรียนต่อ ไปเรียนได้เทอมนึงขอครูลาออก (อ้าว ทำไมล่ะ) นกจำได้ว่าความรู้ของนกแค่ ป.6 เนี่ยเรียนแค่เศษหนึ่งส่วนสอง คูณหารแค่สองหลัก แล้วพอมาเรียนในกรุงเทพฯ อ่ะ เขาให้ต่อไอ้ถ่านไฟฉายอาจารย์ ขั้วบวกขั้วลบ ขั้นโน้น ไอ้นี่เป็นยังไง นั่นเป็นยังไง เรียนไม่ไหว ได้ครึ่งเทอมเดินเข้าไปหาอาจารย์ บอกอาจารย์ขาหนูขอโทษนะคะ หนูขอลาออก อาจารย์เขาก็หัวเราะบอกทำไม หนูเรียนไม่รู้เรื่อง”

แล้วเธอไม่คิดรู้สึกเสียใจเหรอ ทำไมเธอไม่ฉกฉวยโอกาสเรียนหนังสือตั้งแต่ตอนนั้น?
“ตอนนั้นมันมีหน้าที่แบบไปร้องเพลงร้านอาหารด้วยอาจารย์ แล้วก็ส่งน้องเรียนด้วย”

จบ ป.6 เนี่ยนะ?
“ค่ะ พอจบ ป.6 ใช่ไหมคะ ครูถามว่าเรียนหนังสือไหม หนูบอกว่าพ่อกับแม่ไม่ให้เรียน ตอนแรกก็ยกมือแต่พอไปถามพ่อกับแม่ พ่อกับแม่บอกว่าไม่มีตังค์เรียนนะลูก”

ทำไมพ่อแม่ไม่มีตังค์เหรอ เรียนหนังสืออยู่ต่างจังหวัดที่กำแพงเพชรมันจะจ่ายเงินจ่ายทองอะไรกันเยอะแยะล่ะ?

“หนูก็ไม่เข้าใจค่ะ ช่วงนั้นมันเป็นช่วงที่พ่อกับแม่ไม่มีตังค์เลย ทำแต่ไร่แต่นา แล้วเวลาจะทำไร่ทำนาทีนึง ก็ต้องไปกู้เงินเถ้าแก่มาทำ 3-4 หมื่น แต่ถ้าปีไหนฝนแล้งน้ำท่วมก็ไม่ได้ก็เจ๊ง คราวนี้มันก็ดอกทบต้นต้นทบดอก”

ที่เธอเล่าเหมือนคนที่เขาเล่ากันไปเล่ากันมา ฉันก็คิดว่าเขากุเรื่อง ชีวิตจริงชาวนาเป็นอย่างงั้นเหรอ?
“จริงๆ ค่ะ หนูมาใช้หนี้ให้แม่หมดเมื่อตอนที่หนูมาร้องเพลงคาเฟ่ มันเป็นอย่างนี้จริงๆค่ะชีวิตชาวนา แล้วก็ทำไมถึงไม่รวยไม่มีสตางค์กัน เพราะว่าจะลงทุนสักทีนึงเนี่ย ปีนึงสมมติได้ไปกู้เขามาละ สามหมื่นอ่ะบางทีได้สองหมื่นห้า เราก็ใช้หนี้เขาหมด (แล้วเหลืออะไรกิน) ก็นั่นแหละ ก็อยู่กันไปวันๆ”

แล้วชาวนาเดี๋ยวนี้แถวบ้านเธอยังเป็นแบบนี้อยู่ไหม?
“ถ้าคนไม่มีเงินทุน ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ สมมติปุ๋ยหรือยาฆ่าหญ้า ก็ต้องไปเอาของเถ้าแก่มา ตอนนี้ก็มี ธ.ก.ส.ใช่ไหมคะ ก็ต้องไปกู้เงินของ ธ.ก.ส.มาเพื่อที่จะลงทุน หรือว่าปีนึงก็ต้องไปใช้หนี้ ธ.ก.ส. แต่สมัยก่อนมันเป็นเถ้าแก่ เป็นชาวบ้าน แต่ตอนนี้ก็เป็น ธ.ก.ส.ละ”

ลูกนกถามจริงๆ เธอน้อยใจในโชคชะตาตัวเองไหม?

“ไม่เลยค่ะอาจารย์ หนูภูมิใจหนูภาคภูมิใจที่แบบว่า หนูได้เข้าใจชีวิตว่าช่วงนึงที่หนูอยู่บ้านนอกเนี่ย หนูตักน้ำหนูไถไร่ไถนา หนูกลับมาบ้านหนูกินข้าวเสร็จ หนูเหนื่อยมาก เหนื่อยมากๆ แล้วหนูนอนตื่นมาก็มีความสุขเพราะหนูได้อยู่กับพ่อกับแม่ แต่จังหวะชีวิตอีกช่วงนึงที่หนูได้มากรุงเทพฯ”

มายังไงอ่ะ เข้ามากรุงเทพฯ เนี่ยมายังไง?

“เรียนจบ ป.6 ช่วงนั้นไม่ได้เรียนหนังสือ พอจบ ป.6 แล้วเขามีศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนแล้ว ครูเขาจะไปสอนเย็บผ้า เขาก็ไปหาสอนให้เด็กที่ว่าไม่ได้เรียนหนังสือ หนูก็ได้เรียนกับเขาเดือนนึง (ให้มีอาชีพ) พอเรียนได้เดือนนึง ก็เย็บไม่เป็น อะไรๆ ไม่เป็นหรอก น้าพาเข้าในกรุงเทพฯ มาทำงานโรงงานได้เงินเดือนเดือนละ 600 บาท”

ทำโรงงานอะไรเดือนละ 600? “โรงงานเย็บผ้า เขยิบมาเป็นเด็กติดกระดุม” พัฒนาไปเรื่อยๆ 600 บาทนี่ให้พ่อให้แม่บ้างไหม? “ให้หมดเลยค่ะ”

หนูเอาอะไรกินล่ะลูก? “ก็ที่โรงงานจะมี เขาหุงข้าวไว้ แล้วหนูก็จะเหลือเงินไว้บ้าง ซื้อไข่ 10 ฟอง สมัยก่อนกับข้าวถุงละ 5 บาท 3 บาท อาจารย์ พอหุงเสร็จหนูก็ล้างๆ ไข่เอาไปใส่ในหม้อต้ม กินกับข้าวกับน้ำพริกนรกอะไรอย่างนี้”

แล้วชีวิตของการเป็นนักร้องมันเริ่มยังไง ในเมื่อเธออยู่โรงงานเดือนละ 600? “พอเริ่มจากทำงานเย็บผ้า หนูก็กลับไปอยู่บ้านช่วงนึง แล้วกลับมาในกรุงเทพฯ อีก โดยที่ป้าพามาเป็นคนใช้เขา (ป้าแท้ๆ) ใช่ ป้าเนี่ยเป็นคนทำงานบ้านอยู่แถวๆ ปทุมวัน แล้วเสร็จเด็กที่บ้านเขียนจดหมายไปบอกว่า ป้าหางานให้หนูหน่อย

แล้วจังหวะนั้นเจ้าของบ้านเขาจะคลอดลูกพอดี เขาก็เลยหาเด็ก พอไปรับเด็กคนที่เขียนจดหมายดันไม่ไป ทีนี้ก็บอกเจ้านายแล้วป้าหนูนะ บอกเจ้านายแล้วว่าจะต้องมีเด็กไปทีนี้ก็มองหาใครไม่เห็น หนูกำลังไถนาเสร็จกำลังเอารถไถนาขึ้นบ้านเลยนะอาจารย์ ไปกับป้าหน่อย ร้องไห้ด้วยนะกรุงเทพฯ ครั้งนั้นน่ะ ด้วยความที่เราไม่อยากมา”

ไม่เคยคิดว่าจะมาทำงานกรุงเทพฯ จะมาเป็นสาวใช้? “ไม่ๆ ไม่เคยคิดเลย (ตอนนั้นป้าให้เงินเดือนเท่าไหร่) พันกว่าบาทมั้งคะ มันพลิกผันอีกชีวิตหนูก็คือ แม่โทรศัพท์มาว่าวันลอยกระทงจะกลับบ้านไหมลูก จังหวะโทรศัพท์ดังกริ๊ง เจ้านายผู้ชายเขาก็รับแล้วเมียเขาก็ถามว่าโทรศัพท์ใคร หนูก็ยืนอยู่ข้างหลัง

เขาก็บอกโทรศัพท์คนใช้ คำๆ นี้แหละอาจารย์ มันรู้สึกมันเจ็บ โทรศัพท์คนใช้ แล้วเราก็ไปรับ แม่ก็ถามบอกว่ากลับบ้านไหมลูกช่วงลอยกระทง ในขณะนั้นหัวเราคิดเลยนะ ไม่กลับบ้านฉันจะไม่กลับบ้าน ตราบใดถ้าเกิดฉันไม่มีรถเก๋งขี่ ฉันไม่มีเงิน ฉันจะไม่กลับบ้าน ก็ลาออกจากที่ที่เป็นคนใช้ ไปหาสมัครงานที่เขาเขียนป้ายว่ารับช่างเย็น ช่างโพง แล้วมีกินอยู่ด้วย

ก็คือเข้าไปอยู่ในบ้านเขา แล้วก็อยู่แบบนั้นสักพักนึง แล้วก็มีจังหวะที่หนูรู้จักกับคนข้างบ้าน ได้ยินเขาพูดบอกว่า เนี่ยเขาไปร้องเพลงเขาได้เงิน เขาบอกว่าต้องไปเรียนร้องเพลง แล้วหนูก็เลยเขียนจดหมายไปขอตังค์แม่ว่าค่าเรียนร้องเพลงเนี่ย 1,500 ก็เขียนบออกแม่ขอตังค์หน่อย 1,500 จะไปเรียนร้องเพลง แล้วจังหวะนกเจอเพื่อนดีอาจารย์ พอไปเรียนร้องเพลงได้วันนึง เพื่อนพาเข้าไปร้องเพลงในคาเฟ่”

เข้าไปอยู่ในคาเฟ่ง่ายดายอย่างนั้นเลยหรอ กล้าได้ไงไม่รู้หรอคาเฟ่เขามีอะไรสมัยก่อนน่ะ? “ไม่รู้เรื่องเลย รู้แต่ว่าหัวสมองคิดแต่ว่าร้องเพลงได้ตังค์ เขาได้ตังค์มา 3-4 พัน แต่ไม่รู้ว่าข้างในคืออะไร”

เขาไม่หลอกเธอเข้าซ่องไปล่ะ? “ก็นั่นแหละ หนูถึงบอกว่าหนูโชคดีเจอเพื่อนที่เขาไปเรียนร้องเพลงอ่ะอาจารย์ เขาพาไปร้อง แต่ไปร้องวันนั้นก็ไม่ได้สวยหรูไม่ได้เลิศหรูอลังการ ไม่ได้ตังค์เลยนะ”

วันแรกที่ไปร้องคาเฟ่เป็นยังไง? “แขกขอจูบปาก เป็นนักร้องใหม่หรอ หนูก็บอกค่ะ ไข่แตกหรือยัง คือภาษาในคาเฟ่เขาถามใครแตกหรือยัง หนูก็ไข่แตกคืออะไร เพื่อนๆข้างๆ ก็บอก ไข่แตกคือเราได้มาลัยหรือยัง หนูบอก อ๋อไม่ได้ค่ะ อยากไข่แตกหรือเปล่า เขาถามอย่างนี้เราก็บอกอยากค่ะ

เขาก็บอกว่าถ้าอยากไข่แตก มาให้เขาจูบปากทีนึง หนูก็มีความรู้สึก จูบไม่ได้ยังไงก็จูบไม่ได้ เขาบอกทำไมจะจูบไม่ได้ เขาก็นั่งจูบนักร้องที่ข้างๆ เขาให้หนูดู พอจูบเสร็จเขาก็จะชะโงกมาจูบหนู หนูก็ลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำร้องไห้ ร้องไห้แบบ ฉันต้องมานั่งขายตัวแล้วหรอ อะไรยังงี้ อาจารย์อย่าพูดเรื่องนี้ได้หรือเปล่า มันจะร้องไห้”

ฉันก็ไม่เข้าใจ มันมีเรื่องแบบนี้ด้วยหรอ? “มีอาจารย์ แล้วเราก็มีความรู้สึกว่าฉันจะต้องแบบ มาขายตัวแล้วหรอ ฉันจะต้องตกอับขนาดนี้ (เสียงสั่นคลอ)”

ไม่รู้ตัวด้วยนะ เข้าไปนึกว่าร้องเพลง? “ก็เลยเดินกลับบ้าน ตรงแยกอุรุพงษ์ ร้องไห้นะ ร้องไห้กลับบ้าน ทำยังไงดี แล้วก็กลับไปเย็บผ้าเจ้านายก็พูด โดยที่เราแอบฟัง เขาก็บอกว่าเนี่ยคอยดูนะไอ้นกมันไปร้องเพลง มันจะต้องใจแตก เขาพูดแบบนี้เราก็มีความรู้สึก อีกแล้วหรอ”

เธอมาเป็นคุณลำไยได้ยังไงอ่ะ เพลงเนี้ย?

“ก็ร้องๆ ร้องเพลงมาเรื่อยๆ ก็จังหวะช่วงนึงเข้าไปร้องในคาเฟ่ มิลาด สมัยก่อนตรงรัชดา เขาจะมีแต่แบบนางงามไปร้องสวยๆ ไปร้อง ด้วยหน้าตาหนู หนูก็คิดว่าหนูสวย ก็เข้าไปร้องแต่ว่าไปกับเพื่อน เพื่อนที่เขาหน้าตาดี ไปร้องเสร็จเจอพี่พล พี่พล พันลาว เนี่ยเขามาเล่นตลกอยู่ที่ในคาเฟ่ที่เราร้อง

ก็นั่งๆ กันอยู่ เพื่อนก็บอกกับพี่พลบอกว่า ซึ่งนกกับพี่พลก็ไม่ได้รู้จักกันนะ เขาก็บอกเฮ้ย พี่พล ไอ้นกมันร้องเพลงเสียงดีนะพี่ แล้วพี่พลก็ไปบอกพี่จรัญ วงษ์สัจจะ กับพี่เหน่ง นิติพล คือเขาคงไปคุยกันในกลุ่มของเขาว่าหานักร้องที่จะไปทำวง ฉิ่งฉาบทัวร์ มีนักร้องทั้งหมด 9 คน แต่ขาดผู้หญิงอยู่คนนึงที่ร้องเพลงสนุกสนาน

พี่พลก็เลยบอกว่า มีนักร้องอยู่ที่มิลาดอยู่คนนึงไปดูสิ แล้ววันนั้นพี่เหน่งกับพี่จรัญก็เลยมาดู พอมาดูเสร็จก็ให้นกไปเทสต์เสียงกับอาจารย์สมปอง ให้ร้องแบบว่าทำแบบนี้ได้ไหม เสียงออกเป็นธรรมชาติได้ไหม พอเขาฝึกเรา เราร้องได้ เราทำได้ อาจารย์เขาก็เลยรับ

เพลงลำไยที่เขาตั้งใจให้นกร้องก็จะอยู่ในอัลบั้มฉิ่งฉาบทัวร์ ชุดที่สอง แต่ว่าฉิ่งฉาบทัวร์นี่วงแตก นกก็เลยเซ็น บริษัทบอกว่าถ้าใครจะทำเพลงต่อ ต้องเซ็นสัญญา นกกับน้องหนูแหม่มเซ็น ก็เลยได้ทำเพลงกันเป็นอัลบั้มในชุดของคุณลำไยค่ะ”

แถวๆ บ้านเธอเขาชอบชวนมาอยู่บางกอกกันแล้วก็ชวนมาขายตัวกัน จริงหรอ?

“จริงค่ะ เรื่องจริง เพราะว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันมาทำแล้วก็กลับไป ชีวิตตอนนี้ก็คือก็เสียชีวิตไปแล้ว 2-3 คน (เป็นอะไรตาย) เป็นโรคเอดส์ แล้วช่วงนั้นมีกลุ่มหนูที่เป็นวัยรุ่น มีหนูคนเดียวในหมู่บ้าน ถ้ารุ่นๆ หนูนะที่ไม่ได้มา”

เขาบอกว่าเขาจะชวนไปทำงานนั่งดริ้ง? “ใช่ค่ะ ว่ามีรายได้ดี” ปู่ย่าตายายแก่ขนาดนี้ จะรู้ไหมว่าดริ้งมันแปลว่าอะไร? “ถูกค่ะอาจารย์ แต่ชาวบ้านพอจะรู้ว่าเขามาทำงานขายตัวกันเนี่ย ทุกคนกลับไปแล้วถึงได้มีคำนี้ขึ้นมา แต่พอไปถึงในวงจรตรงนั้นแล้วถ้าไม่ทำมันก็ไม่ได้แล้วเด็กไปเจออะไรมา เขาคงจะไม่บอกใช่ไหม เราก็จะไปรู้หรอ แล้วสมัยก่อนที่นกจำได้ว่าเราไม่ได้เรียนหนังสือเนี่ย

เราก็ทำงานส่งเงินให้พ่อกับแม่ เรามีความรู้สึกว่าถ้าเราให้ตังพ่อแม่ คนบ้านนอกคนต่างจังหวัดจะภูมิใจมากเลย ลูกคนนี้ไปทำงานได้เงินดีมาเยอะเนอะ ดีจังเลยมาปลูกบ้านมานู่นมานี่ อะไรแบบนี้ด้วยความที่เขาเป็นกันอย่างนั้นไงคะอาจารย์”

สงกรานต์นะไม่กลับนะ เสียใจอายเขา ต้องกลับเอาเงินไปให้เป็นฟ่อนๆ?  “ใช่” มันมีนายหน้าใช่ไหม ที่เดินเข้าไปหาเด็ก แล้วนายหน้าก็เป็นคนบ้านเดียวกันไหม? “มี เป็นคนบ้านเดียวกัน” แล้วทำไมเขากล้าทำอย่างนี้ใส่คนบ้านเดียวกัน? “ก็เขาทำอาชีพนี้อยู่แล้วค่ะ เขาพาเด็กมา”

แล้วเธอรู้ไหมตอนนั้นใครเป็นนายหน้าแถวบ้านเธอ? “ตอนนี้เขาเสียชีวิตไปแล้วค่ะอาจารย์ (เป็นโรคเอดส์ตายเหมือนกันหรอ) ก็คงแก่ตายไม่ก็เป็นโรคอะไรเนี่ยละตาย แล้วก็เพื่อนหนูเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันเลย แล้วทุกวันนี้แม่เพื่อนที่เห็น เขาเห็นหน้าหนูเขาก็จะร้องไห้ตลอดเลย เพราะคิดถึงลูก”

มันได้ค่าตอบแทนมากหรอ เขาถึงได้ยอมมาขายเนื้อขายตัวกัน? “มันก็ไม่ได้เห็นจะรวยไปถึงไหนเลยอาจารย์ ก็ยังอยู่เหมือนเดิม สุดท้ายก็คือความเจ็บปวด ไม่ได้อะไรเลย” ทำงานด้วยความวิริยะอุตสาหะยังจะดีซะกว่า? “ใช่”

ฉันได้ข่าวว่าชีวิตของเธอก็ข้องแวะกับไสยศาสตร์ด้วยหรอ เธอเคยถูกทำของจนเธอต๊องไปเลยหรอ จริงหรือเปล่า? “(หัวเราะ) ถ้าต๊องเนี่ยไม่น่าต๊อง แต่ถ้าดำเนี่ยดำมากกว่าเดิม มันเป็นเรื่องที่มองไม่เห็นก็ไม่รู้”

เป็นคนเชื่อเรื่องไสยศาสตร์แบบนี้ด้วยหรอ? “ตอนแรกๆ ก็เฉยๆ คิดว่ามันจะไม่มีหรือเปล่า เพราะเราไม่รู้ไม่เห็นแต่พอหลังๆ มาหนูก็เชื่อนะอาจารย์ เพราะว่ามีคนทักหนูเนี่ยเป็นสิบๆ คนเลย แล้วก็มันก็มีอยู่ช่วงนึงมีคนทักบอกว่าเนี่ยหนู เป็นร่างทรงหรืออะไรก็ตามเจอหนู หนูโดนของนะลูก ต้องมาแก้นะเราก็ใครจะมาทำของเรา

เราไม่ได้มีศัตรูตรงไหนนี่ หนูก็เฉยๆ มีคนทักก็เฉย จนผ่านไประยะเวลา 2 ปี แล้วมีอยู่คนๆ นึงที่เดินเข้ามาทักหนู ถ้าเกิดมีใครถามอาจารย์ อาจารย์ทุกวันนี้อาจารย์ยังนอนได้อยู่หรือเปล่า อาจารย์ยังมีงานอยู่อีกไหม

ทุกวันนี้อาจารย์ยังนอนหลับอีกหรอ (เขาถามอย่างนี้หรอ) ถามหนูอย่างนี้เลย ถามนกทุกวันนี้นกยังมีงานอีกหรอ นกยังนอนหลับอีกหรอ เหมือนอาจารย์ไปทำๆ หนู มัดหุ่นมัดนู่นมัดนี่แล้วทำไมหนูยังอยู่ได้อะไรยังงี้ เขาก็ถาม”

หนูโดนเหตุการณ์แบบโดนกระทำแบบนี้มานานทั้งหมดกี่ปี?

“มีคนทักหนูเนี่ย แล้วผู้หญิงคนนี้มาพูดเนี่ย ประมาณ 2 ปี ที่เรารู้ พอเขามาพูดปุ๊บหนูก็จะปรึกษาอาเสรี สมัยก่อนเขาอยู่เดลินิวส์ หนูก็บอกอา มีคนมาพูดแบบนี้กับหนู หนูไม่เข้าใจเพราะว่าหนูบ้านนอกอ่ะ หนูไม่เข้าใจคำพูดคำนี้ว่าเขาหมายความว่ายังไง

แล้วอาเขาก็เลยเอาวันเดือนปีเกิดหนูไปให้ปู่เสือดู พอเขาไปให้ดูแต่หนูก็ยังไม่รู้จักปู่เสือนะคะ พอไปให้ดูปุ๊บปู่ก็เลยบอกว่า มาหาปู่ด่วน เขาก็แก้ของให้ และในขณะที่เขาแก้ให้หนู หนูก็ไปนั่งก็ยังงงอ่ะ ในใจนะ มันใช่หรอ มันจริงหรอ เพราะเราไม่เห็น แต่ปู่เขาก็แก้ของอะไรให้หนู

แล้วพอเสร็จ มีคนโรศัพท์มาหา พี่นิดโทรมาหาเลยบอกได้สักวันนึงหรือสองวันเนี่ย นกแกหายไปไหน ทำไมไม่เห็นแกเลย หนูก็บอกก็อยู่เนี่ยแหละพี่ แต่ว่าในขณะที่ อันนี้เป็นความเชื่อนะคะ เขาบอกนะ หนูก็ไม่รู้ไม่เห็น แต่ปู่บอกว่าเขามัดหุ่นหนู ปิดงานปิดหูปิดตาปิดจมูก ปิดทุกอย่างแล้วเอาเข็มทิ่มหัวใจ แล้วก็เอาดินเจ็ดป่าช้ายัดในหุ่นเพื่อจะให้หนูตาย”

เธอไปทำอะไรเขาขนาดนั้นอ่ะ คนที่ทำเขาเป็นผู้หญิงผู้ชาย? “เป็นผู้หญิงค่ะ (เธอไปแย่งผัวเขามาหรือเปล่า) ถ้าหนูแย่งนะ หนูจะไม่ว่าเลยให้เอามาเป็นสิบๆ หุ่น” แล้วหนูไปทำอะไรเขา ถึงได้ต้องเกลียดกันขนาดนี้? “แค่ด้วยความแค่อิจฉาริษยากันแค่นั้นเอง” เพื่อนนวงการเดียวกันเลยหรอ? “ประมาณนั้นแหละอาจารย์”

ร้องเพลงด้วยกันหรอ? “ช่างมันเถอะอาจารย์ ไม่ต้องไปบอกหรอก” ไม่ต้องเอ่ยชื่อแต่ว่าฉันอยากรู้? “เดี๋ยวก็รู้เองแหละ (เต้นๆ อยู่ด้วยกันเนี่ยหรอ) เราไม่รู้นะคนเชื่อก็เชื่อ”

ทำไมใจร้ายกันขนาดนี้ล่ะ? “หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมต้องทำหนูขนาดนี้ แล้วมีผู้หญิงเค้าถามหนูเนี่ยอาจารย์เขาก็บอกว่าให้หนูไปขอโทษเขาซะ เขาเป็นผู้ใหญ่ หนูก็บอกหนูจะไปขอโทษได้ยังไง เพราะหนูไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถ้าหนูผิดให้หนูกราบหนูก็ยอม”

เขาเป็นผู้ใหญ่กว่าด้วยหรอ? “ใช่ แต่หนูบอกว่าหนูไม่ได้ทำอะไรเขาเลย” ฉันสงสัยวงการลูกทุ่งทำไมมันต้องชิงดีชิงเด่นอะไรกันขนาดนี้เลยหรอ? “มันเยอะ เยอะอาจารย์”

ไปดังทับเส้นใครหรือเปล่า หรือไปดังจนกระทั่งเขากระเด็นออกจากค่ายหรือเปล่าตอนนั้นอ่ะ? “ไม่ใช่ๆ เพียงแต่ว่าเราไม่ยอมเขา ไม่อะไรกับเขาแค่เนี้ยประมาณนี้ หรือว่าอาจจะเป็นไปพูดยุแหย่โดยให้ไม่ถูกกันเราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาเกิดอะไรขึ้น”

ไสยศาสตร์มนต์ดำออกไปจากตัวเธอหมดหรือยัง? “ตัวหนูเองหนูก็ไม่ได้อะไรนะ เพียงแต่ว่าหนูเป็นคนที่สวดมนต์นั่งสมาธิอาจารย์ แต่มีคนที่เข้ามาก็จะบอกว่าเนี่ยเติมอีกแล้วนะ”

ถ้าคนที่เขาทำใส่หนู เขานั่งดูโทรทัศน์อยู่หนูมีอะไรจะบอกเขาไหม? “ก็จะบอกว่า หนูไม่รู้หนูทำอะไรให้ไปผิดใจหรือว่าอะไร แต่ว่าอย่าทำอย่างนี้เลยมันไม่ดีหรอก เพียงแต่ว่าคนเราชีวิตมันก็สั้น มันสั้นมาก มันจะอยู่กันได้ไม่กี่ปีหรอก คือมันมีแต่สิ่งดีๆ ให้กัน ถ้าไม่คุยกันหรืออะไร ก็เดินห่างไปซะ อย่าทำ เพราะชีวิตเราแก่ลงทุกวัน เราอยู่ให้เด็กเคารพดีกว่า”.