วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถนนลู่เดียวในชีวิต...มุมคิด 'ผกก.มาร์ค ห้วยขวาง' ผมมาเพื่อสร้างชื่อเสียง!

"ความสามารถที่ปราศจากโอกาส ไร้ความหมาย.. มีโอกาสแต่ ไม่มีความสามารถ ไร้ค่า" บนถนนลู่เดียวในชีวิต สู่หนทางการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร สานฝันใส่เครื่องแบบตำรวจตามรอยพ่อและพี่ชายของ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป หรือมาร์ค ผกก.สน.ห้วยขวาง นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 36 นักเรียนนายร้อยรุ่น 52 บุตรชายคนกลางของ พล.ต.ต.กฤษณ์ รัตนประทีป อดีตรอง ผบช.ภ.6 เปิดตัวแรงแซงโค้งก้าวเข้ารับตำแหน่งใหม่ ติดยศ "พ.ต.อ." พื้นที่ทำเลทอง บก.น.1 สน.ห้วยขวาง

จะด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ ประกอบกับภารกิจ ส่ง-มอบ สืบต่อตำแหน่งผู้กำกับโรงพัก จากผู้กำกับคนเก่า มาสู่ตัวเขาเอง พร้อมตั้งปฏิญาณตน "ผมมาเพื่อสร้างชื่อเสียง" คำพูดประโยคนี้ เรียกกระแสฮือฮาให้ทุกคนที่ติดตามข้อมูลหันกลับมาตั้งใจมองหน้าคนพูดชัดๆ พร้อมคำถามที่มากมายตามมา..... ไทยรัฐ ออนไลน์ โดย "Police Community" รับหน้าที่ล้วงลึกสยบทุกข้อสงสัยภายใต้เครื่องแบบสีกากีของ "ผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรง วาระแต่งตั้ง 2559" 

"วันประกาศผลสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย คุณพ่อพี่ไปดูรายชื่อที่บอร์ดให้ พร้อมกลับมาบอกว่าพี่ไม่มีรายชื่อนะ พี่สอบไม่ติด......"เป็นไปไม่ได้"...มันคือประโยคแรกที่พี่พูดย้อนกลับไป ก่อนจะเข้าไปตรวจสอบด้วยตัวเอง"

"ผู้กำกับมาร์ค" หนุ่มเมืองนครราชสีมา จบชั้นมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย กระทั่งมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ พยายามสอบเข้า โรงเรียนเตรียมทหาร ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรก ความไหวเอน โอนอ่อนตามสภาพแวดล้อมของเด็กวัยรุ่นทำให้เขาไม่มีความตั้งใจเท่าที่ควร ครั้งแรกจึงสอบไม่ได้ ต่อมาครั้งที่ 2 เจ้าตัวยืนยันตั้งใจทำข้อสอบเต็มร้อย และเชื่อมั่นว่าต้องสอบติดแน่ๆ ...บทสรุปสุดท้าย คล้ายๆ ว่าคุณพ่อแท้ๆ จะดับฝัน ไปดูประกาศรายชื่อแล้วไม่มีชื่อลูก ???

"พี่นั่งรถไปดูเองเลย เริ่มตรวจทานใหม่อีกรอบทุกใบรายชื่อ.. สรุปสอบได้นะ พี่มีรายชื่อ! ใจชื้นขึ้นมาเลย พร้อมกับรู้ความจริงว่า พ่อดูกระดาษผิดใบ เพราะท่านดันไปส่องรายชื่อแผ่นที่ประกาศผลตัวสำรอง...โล่งอกนะ ดีใจมากๆ เพราะตั้งใจอ่านหนังสือ ซื้อข้อสอบมาอ่านเองที่บ้าน อ่านวนๆ ซ้ำๆ จนจำขึ้นใจ สุดท้ายได้เดินตามฝันเข้าเป็นนายร้อยตำรวจ ระหว่างเรียนพ่อพูดเสมอว่า ถ้าทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทนนะลูก แต่ขอให้เป็นคนสุดท้ายของ นักเรียนนายร้อยรุ่น 52 ที่ทน ... คือคุณพ่อหมายความว่า ให้เพื่อนทุกคนทนไม่ได้นั่นแหละ เราถึงจะค่อยหมดความอดทนเป็นคนสุดท้าย แต่พอเรียนจริงๆ ไม่มีอะไรต้องทนครับ เป็นไปตามระเบียบ"

และถึงแม้ชื่อเสียงของผู้กำกับมาร์ค เพิ่งจะออกสู่สายตาประชาชนได้เพียงไม่นาน แต่สำหรับผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น ชำแหละซากรถ จยย.ไทยเกอร์ ดัดแปลงเป็นรถจยย. ดูแลความปลอดภัยร้านทองในพื้นที่ หรือกิจกรรมเปิดบทเทศนาสวดมนต์ให้กับผู้ต้องขังในโรงพัก รวมไปถึงความเป็นหนึ่งทางด้านเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย ทำคลิปลงยูทูบให้ความรู้กับประชาชนเรื่องการทำเว็บไซต์ ล่าสุด ...การบุกเบิกใช้เทคโนโลยี กล้องจับความผิดควบคุมวินัยจราจร ขณะดำรงตำแหน่ง รองผู้กำกับการงานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานเพื่อส่วนรวมทั้งสิ้น 

เส้นทางรับราชการ ส่วนใหญ่ได้รับมอบหมายนั่งเก้าอี้ สายปราบปรามและจราจร ซึ่งก็เหมาะกับบุคลิกตัวเองดี เนื่องจากเป็นคนที่ชอบอยู่ในระเบียบวินัยเคร่งครัด การแต่งชุดเครื่องแบบตำรวจทุกวันจึงไม่รู้สึกอึดอัด ชอบด้วยซ้ำ "จริงๆ ก็ทำได้หมดทุกงานที่เป็นงานตำรวจ สืบ ปราบ จับ หรืออะไรก็แล้วแต่ เพียงแค่ผู้บังคับบัญชามองเห็นว่าเราเหมาะสมที่จะรับตำแหน่งตรงไหนยังไง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของท่าน เราเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชา รับทราบและปฏิบัติให้ดีที่สุด" เมื่อถามว่าเคสไหน คดีไหน ยากสุดสำหรับที่ผ่านๆ มา ผู้กำกับหนุ่มไฟแรง ตอบว่า "ไม่มีเคสไหนยากหรือหินเกินความสามารถ ส่วนมากผ่านได้หมด"

หลังเข้ารับตำแหน่ง มีการจัดพิธีส่งมอบภารกิจ จากผู้กำกับคนเก่าสู่ตัวเขาเองนั่งเก้าอี้ ผกก.สน.ห้วยขวาง เต็มตัว พร้อมให้คำมั่นสัญญาจะสานต่องานให้ดียิ่งขึ้นไป นั้น ผกก.หนุ่มไฟแรง บอกว่า "ขอให้คำมั่นสัญญาสิ่งใดที่ท่านอดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางคนเก่าทำไว้ดีแล้ว เราจะสานต่อ และจะทำให้ที่นี้ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องประกอบไปด้วยพวกเราต้องร่วมแรงร่วมใจของพวกเราทุกคน เราจะนำชื่อเสียงมาสู่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เราจะนำผลงานชั้นเลิศมาสู่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เราจะนำแบบอย่างที่ดีมาสู่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลห้วยวาง ที่ไหนมีชื่อ "เสีย" ที่นี้จะมีแต่ชื่อ "เสียง" ผมพร้อมจะดูแลพวกเราและตั้งใจอย่างเต็มที่จะพัฒนาที่นี้ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป "

เมื่อถามถึงตำรวจต้นแบบที่เรายึดถือเป็นแบบอย่าง ผู้กำกับมาร์ค ตอบอย่างไม่รีรอว่า คนแรกคือ คุณพ่อแท้ๆ ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ส่วนคนที่ 2 คือ พี่ชายแท้ๆ เป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ จ.ตาก คนที่ 3 พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 4 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคนที่ 5 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการ 191   ตำรวจทุกนายที่กล่าวมา ล้วนแล้วแต่เป็นเบ้าหลอมที่ดีในแต่ละด้าน เราค่อยๆ หยิบมุมต่างๆ ของแต่ละท่านมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด ที่สำคัญคือ ทั้ง 5 ท่านคือผู้มีพระคุณ 

ประโยคดังแห่งปี "มาร์ค-ห้วยขวาง 1 ผมมาเพื่อสร้างชื่อเสียง" ดังกึกก้อง แพร่สะพัดไปทั่วโซเชียล ประโยคคำพูดง่ายๆ สะดุดทุกสายตาผู้อ่าน นั่นเพราะเขาเอง ชื่นชอบที่จะเขียนบทความสร้างแรงบันดาลใจ ในเพจเฟชบุ๊กชื่อ "คิดดี ชีวิตรุ่ง" เผยแพร่ในโลกโซเชียล ได้รับความสนใจถูกแชร์ต่อๆ กันบทความละนับหมื่นครั้ง ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งบทบบาทความสามารถ ใช้ภาษาได้สวยตรึงใจคนอ่าน มีพลังคิดบวกในใจอยู่ตลอดเวลา สำคัญที่สุดคือชอบเล่นดนตรีไทยเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะระนาดเอก เนื่องจากสมัยเรียนอยู่โรงเรียนนายร้อย สังกัดชมรมดนตรีไทย 

"สำหรับภาพจำของพี่ในสายตาประชาชน จนกลายเป็นกระแสขึ้นมา น่าจะมาจากการจัดพิธีส่งมอบตำแหน่ง ประจวบเหมาะกับเหตุการณ์คุณลุงใช้มีดจี้คอตัวเองบนสถานีตำรวจ กระทั่งมีลูกน้องชุดสืบสวนเข้าช่วยเหลือจนภาพถูกเผยแพร่ออกสู่สายตาประชาชนโด่งดังทั่วโลก น่าจะมาจากจังหวะชีวิต ค่อยๆ บวกผสมกัน และก็เป็นชื่อเสียงในด้านที่ดี จากนี้ไป พี่ตั้งใจจะทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด ตามที่เคยให้สัญญาไว้ ส่วนประชาชนชาวห้วยขวางท่านใด ได้รับความเดือดร้อน ท่านเดินมาหาเราที่ สน.ห้วยขวาง ได้ เราพร้อมให้บริการ" 

คำตอบสุดท้ายที่สาวๆ ทั้งประเทศคงจะรออ่านกันอยู่มาจนบรรทัดนี้ถึงสถานะความสัมพันธ์ ด้านคู่ครอง ขอตอบแทนตรงนี้เลยว่า ผู้กำกับมาร์ค แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว พร้อมมีทายาทเป็นลูกสาววัยน่ารัก อายุ 10 ขวบ เป็นโซ่ทองคล้องใจ

..นอกจากผู้กำกับมาร์ค จะเป็นตำรวจที่มีความสามารถ, เป็นนักดนตรีไทย, เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดีย, เป็นนักเขียนสร้างแรงบันดาลใจ .... เขายังเป็นผู้ชายที่มีความเชื่อมั่นเรื่องพรหมลิขิต และศรัทธาในความรักเป็นที่สุด

"Police Community"