บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

Bitcoin หรือนี่คือจุดจบของยุคเงินธนบัตร?

โดย เฟื่องลดา

ทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า Bitcoin กันบ้างแล้วใช่มั้ยคะ? หลายคนก็น่าจะพอเข้าใจในคำนิยามของมันว่าเป็น สกุลเงินดิจิทัล แต่อีกนัยหนึ่ง Bitcoin นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงโลกของการใช้เงินหรือธนบัตรได้พอสมควรทีเดียว ถ้าหากผู้คนเริ่มตื่นตัว ศึกษา และมีการนำมาใช้มากขึ้น ในอนาคตเราคงได้เห็น Bitcoin บ่อยขึ้นในธุรกรรมทางการเงินต่างๆ เฟื่องเองก็กำลังติดตามดูอนาคตของ Bitcoin อยู่เหมือนกัน วันนี้จึงขอถือโอกาสมาเล่าให้คุณผู้อ่านฟังกันสักนิดดีกว่าค่ะ

อะไรคือ Bitcoin?

Bitcoin สร้างโดยชายที่ชื่อว่า Satoshi Nakamoto โดยให้คำนิยามของมันไว้ว่า “first decentralized digital currency” หรือ สกุลเงินดิจิตอลที่มีการแพร่ขยายได้ ถ้าจะให้เปรียบเทียบง่ายขึ้น ก็เหมือนกับที่เวลาเราเล่นเกมออนไลน์แล้วมีเหรียญเก็บเอาไว้ซื้อไอเทมต่างๆ ในเกม ซึ่งตัว Bitcoin นี้สามารถที่จะใช้โอนและทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตได้ สามารถใช้โอนโดยตรงจากตัวบุคคลไปยังอีกบุคคลโดยไม่ต้องผ่านธนาคารใดๆ ซึ่งทำให้ค่าธรรมเนียมในการโอนถูกกว่าธนาคารมาก สามารถที่จะโอนข้ามประเทศเลยก็ทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยบัญชีของ Bitcoin จะไม่ถูกแช่แข็งเหมือนบัญชีธนาคารแต่อย่างใด

2. Bitcoin ทำงานอย่างไร?

ข้อมูลของ Bitcoin จะถูกเก็บเอาไว้ใน Digital Wallet (กระเป๋าสตางค์แบบดิจิทัล) ซึ่งจะอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อย่างเช่น คอมพิวเตอร์หรือมือถือก็ได้ การโอนเงินดิจิทัลนี้สามารถทำได้ง่ายดายเหมือนกับการส่งอีเมลเลยก็ว่าได้ เราสามารถใช้จ่ายแทนเงินปกติได้ด้วย

3. สกุลเงิน Bitcoin มีจำนวนจำกัดหรือเปล่า?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า พอเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่สามารถจับต้องได้เหมือนธนบัตร ถ้าเช่นนั้นเราก็สามารถที่จะสร้างเงินในสกุลนี้ออกมาได้เรื่อยๆ แบบไม่จำกัดหรือเปล่า คำตอบก็คือ ไม่ใช่ค่ะ เพราะผู้สร้างอย่างคุณ Satoshi ได้เล่าไว้ว่า Bitcoin นี้เปรียบเสมือนเป็นแร่ชนิดหนึ่งที่เราต้องไปขุดออกมาจากเหมืองแร่ โดยจะกำหนดไว้ว่ามีเพียง 21 ล้าน Bitcoin อยู่ในระบบเท่านั้น นั่นหมายความว่า ถ้าตอนนี้ทั่วโลกขุด Bitcoin ไปแล้วประมาณ 15 ล้าน ก็จะมีเพียงอีก 6 ล้านที่เหลือให้ขุด หมดแล้วหมดเลยนะคะ

4. ข้อดีของ Bitcoin คืออะไร?

เรามาดูข้อดีกันก่อน หนึ่งเลยคือการโอนเงินได้อย่างรวดเร็วทันใจ และเสียค่าธรรมเนียมการโอนในเรตที่ต่ำกว่าธนาคารมากๆ เริ่มต้นได้ง่ายเพียงแค่มีบัญชี ไม่ต้องเสียค่าลงทุนใดๆ ซึ่ง Bitcoin ก็เหมาะกับการทำธุรกิจด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังมีการโกงเกิดขึ้นได้ยาก เพราะข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งลง Blockchain ซึ่งเป็นตัวกลางในการเก็บข้อมูล สามารถตรวจสอบได้ว่าใคร ทำธุรกรรมอะไร ให้กับใคร เรียกได้ว่าสิทธิ์ในการโกงระบบจะหมดไปเลยค่ะ

5. ข้อเสียของ Bitcoin มีบ้างไหม?

ในเมื่อมีข้อดีแล้ว ข้อเสียของ Bitcoin นั้นก็มีเช่นกันค่ะ อนึ่งด้วยตอนนี้ หลายประเทศในโลกก็เริ่มยอมรับสกุลเงิน Bitcoin บ้างแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน อีกหลายประเทศก็ยังไม่ยอมรับ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทย รวมทั้งผู้คนส่วนใหญ่ยังกังวลอยู่เกี่ยวกับเรื่องความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยตัวระบบเอง เนื่องจาก Bitcoin เป็นเงินดิจิทัล ซึ่งไม่ใช่อะไรที่จับต้องได้ ถ้าหากระบบขัดข้องขึ้นมา Bitcoin ก็อาจจะหายไปได้ง่ายๆ ค่ะ

ดังนั้น เฟื่องคิดว่าคำพูดที่ว่า Bitcoin จะเข้ามาแทนที่การใช้ธนบัตร เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่อาจยังไม่ใช่ในเร็วๆ นี้ อาจต้องใช้เวลาสักพัก กว่าที่ทั่วโลกจะสามารถหามาตรฐานกลาง และทำให้บิทคอยน์ถูกยอมรับในวงกว้าง

ซึ่งหากระบบมีการพัฒนาและผู้คนทั่วโลกเริ่มมีการเรียนรู้ และยอมรับกันมากขึ้น เราอาจจะมีตัวเลือกใหม่ในการใช้จ่ายและทำธุรกรรมการเงินควบคู่ไปกับการใช้ธนบัตรแบบปัจจุบันก็ได้ค่ะ

เจอกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ
ABOUT ME
Instagram: http://www.instagram.com/faunglada 
Facebook: http://www.facebook.com/faunglada 
Youtube: http://www.youtube.com/faunglada
Twitter: http://twitter.com/faunglada
Blog: http://www.faunglada.com

เฟื่องลดา