บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล้วงตับ เปิดโคตรสเปกรถถัง เรือดำน้ำและเครื่องบินใหม่กิ๊กของ คสช.

การคานอำนาจทางการทหารระหว่างประเทศด้วยอาวุธใหม่ที่มีประสิทธิภาพทำให้เกิดความยำเกรงในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่รายล้อมประเทศไทยซึ่งมีทั้งจริงใจและไม่ค่อยจะจริงใจสักเท่าไหร่ การซื้อรถถังเพื่อทำรั้วบ้านให้แข็งแกร่งนั้น ซื้อมาต้องใช้ได้ถึงสามสิบปี ไม่ใช่เอามาทำปะการังอย่างที่เคยเกิดขึ้นมากับรถถังจีนรุ่นเก่า ถึงจะซื้อของราคาถูกแล้วพออะไหล่ไม่มีก็ทิ้งซื้อใหม่มันไม่ถูกต้อง

เริ่มจากสเปกของรถถังที่บิ๊กทหารสั่งซื้อจากจีน เป็นรถรบหุ้มเกราะรุ่น VT-4 หรือ MBT-3000 เป็นรถถังยุคที่ 3 ที่ผลิตขึ้นโดยบริษัท Norinco เพื่อส่งออกโดยเฉพาะ ทุกชิ้นส่วนของตัวรถถังนั้นถูกผลิตโดยจีนทั้งหมด ถึงแม้ว่าการออกแบบโดยรวมหลายๆ อย่างจะเอามาจาก T-72 ของรัสเซีย ซึ่งจีนได้รับมาจากโรมาเนียในช่วงทศวรรศที่ 1980 ถึงแม้ว่าเจ้า T-72 นั้นเป็นรถถังที่มีประสิทธิภาพสูง และมีความสมบุกสมบันและน่าเชื่อถือแต่มันก็เปราะบางเมื่อเจออาวุธปราบรถถังในสงครามสมัยใหม่

VT-4 หรือ MBT-3000 นั้นเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการที่งาน the International Defense Exhibition Eurosatory ในเดือนมิถุนายน 2012 ออกแบบมาเพื่อสำหรับความต้องการของประเทศต่างๆ ที่ต้องการรถถังที่มีประสิทธิภาพสูงแต่มีราคาไม่แพงและถูกกว่ารถถังของฝั่งตะวันตกถึง 3-4 เท่า โดยรวมรถถังคันนี้มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับรถถังของตะวันตกอย่างเข้า M1 Abrams หรือจะเป็นรถถังที่ขายดีโคตรๆ อย่าง Leopard 2 Series ที่มีราคาถึง 8 ล้าน US Dollar ซึ่งราคาระดับนั้นกองทัพบกไทยไม่มีเงินจัดซื้อเยอะๆ แน่นอน โดยจีนได้เสนอขายรถถังรุ่นนี้แก่ประเทศต่างๆกว่า 44 ประเทศ

ประสิทธิภาพ
เช่นเดียวกับ T-72 คือรถถัง VT-4 นั้นถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กและเตี้ย มีความสูงไม่มากเพื่อให้เป็นเป้าสายตาของอีกฝ่ายให้น้อยที่สุด รถติดตั้งปืนใหญ่ลำกล้องเลียบขนาด 125 mm แบบ ZPT-98 ระยะยิงสูงสุด 5.5 กิโลเมตรเมื่อรถกำลังเคลื่อนที่ ตัวปืนนั้นวัดระยะและเล็งเป้าด้วยการใช้เลเซอร์วัดระยะตามมาตรฐานของรถถังสมัยใหม่ ปืนใหญ่ติดตั้งบนแท่นถูกควบคุมโดยระบบควบคุมการยิงแบบดิจิตอล และติดตั้ง Stabilised แบบ 2 แกนทำให้รถสามารถวิ่งไปยิงไปได้อย่างแม่นยำ ลำกล้องปืนถูกหุ้มไว้ด้วยปลอกระบายความร้อน บรรจุกระสุนด้วยระบบ Auto-loader ที่ออกแบบมาสำหรับป้องกันอุบัติเหตุ

ระบบอาวุธ
ในกรณีที่กระสุนที่บรรจุเกิดการระเบิดหรือในขณะการยิงปกติ โดยมีกระสุนให้ใช้พร้อมบรรจุ 22 นัด และบรรจุเก็บสำรองไว้ในส่วนคลังที่เหลือในรถอีก 16 นัด ตัวปืนมีอัตราการยิง 8 นัดต่อนาที และสามารถยิงกระสุนมาตรฐานได้ตามมาตรฐานรถถังทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นกระสุนแบบเจาะเกราะหรือหัวรบระเบิดแรงสูง หมัดเด็ดของ VT-4 คงอยู่ที่ตัวลำกล้องสามารถรองรับการยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถีด้วยเลเซอร์แบบ AT11 Sniper (ลิขสิทธ์โดยจีนที่ซื้อจากรัสเซียมาผลิตเอง) ตัวขีปนาวุธมีระยะยิงสูงสุด 5 กิโลเมตร

ระบบอาวุธ
รถถัง VT-4 นั้นมาพร้อมกับปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62 mm พร้อมกระสุน 3,000 นัดเหนือห้องของผู้บัญชาการรถนั้นติดตั้งปืนกลขนาด 12.7 mm พร้อมกระสุน 500 นัดและสามารถควบคุมด้วย Remote จากภายในตัวรถตามมาตรฐานของรถถังสมัยใหม่ทั่วไป

ระบบป้องกันตัวเอง
รถถัง VT-4 ยังติดตั้งระบบป้องกันตัวเองแบบ GL-5 ประกอบไปด้วยตัวแจ้งเตือนเมื่อถูกเลเซอร์ชี้เป้าและชุดท่อยิงระเบิดควันด้านหลังสำหรับยิงระเบิดควันเพื่ออำพรางตัว ข้างละ 6 ท่อ ตัวรถนั้นใช้พลรถถังทั้งหมด 3 คน ประกอบไปด้วยพลขับที่นั่งอยู่ข้างหน้ารถพร้อมกล้องเพอริปสโคปอ์อีก 3 ตัว ตรงด้านหน้าห้องคนขับโดยสามารถถอดกล้องดังกล่าวออกได้และแทนที่ด้วยกล้องเล็งสร้างภาพด้วยความร้อนสำหรับขับในเวลากลางคืน และห้องคนขับได้ติดจอภาพมอนิเตอร์และกล้องส่องด้านหลังในกรณีที่ขับรถถอยหลัง

Cockpit
เหนือห้องคนขับถูกครอบด้วยช่องสำหรับเข้าออกของตัวรถ ทางด้านห้องสำหรับพลปืนจะอยู่ทางด้านซ้ายของหลังคาป้อมรถโดยมีกล้องเล็งทั้งกลางวัน-กลางคืนแบบสร้างภาพด้วยความร้อนติดอยู่ข้างหน้าห้องพลยิง ในขณะที่ห้องผู้บัญชาการรถจะอยู่ทางด้านขวาของหลังคาป้อมปืนโดยมีกล้องสังเกตการณ์พาโนรามิค และกล้องเล็งกลางคืนแบบสร้างภาพด้วยความร้อนติดอยู่ข้างหน้าห้องผู้บัญชาการรถ และสามารถส่งเป้าหมายที่ผู้บัญชาการรถเห็นไปให้พลยิงจัดการต่อทันทีหรือตัวผู้บัญชาการรถจะเป็นคนยิงเองก็ได้ทำให้รถถังมีความสามารถแบบ Hunter-killer

เกราะป้องกัน
เกราะด้านข้างกระโปรงของตัวรถถูกทำจากเกราะผสม ในขณะที่ป้อมปืนของรถได้รับการออกแบบใหม่ และเกราะของป้อมปืนนั้นเป็นเหล็กเชื่อมและเกราะผสมทั้งหมด เกราะข้างหน้าป้อมปืนมีลักษณะเอียงคล้ายลิ่ม และมีความคล้ายคลึงกับป้อมของรถถัง Type 99 ของจีน ป้อมปืนยังสามารถติดเกราะ ERA(Explosive reactive armour) และเกราะผสมเข้าไปเพิ่มเติมได้อีก (ตัวรถก็เช่นกัน) นอกจากนี้รถถัง VT-4 ก็ยังมีระบบอื่นๆ ตามที่รถถังสมัยใหม่ควรจะมี ไม่ว่าจะเป็นระบบทำสงครามภายใต้สงครามนิวเคลียร์-เคมี-ชีวะ ระบบบริหารจัดการข้อมูลสนามรบแบบดิจิตอล ระบบเครื่องปรับอากาศ ระบบดับเพลิงรุ่นใหม่ ระบบสื่อสารแบบดิจิตอลระหว่างรถถังกับรถถังด้วยกันและผู้บัญชาการ ระบบนำทางด้วย GPS และระบบ Explosion suppression system

เครื่องยนต์
VT-4 ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลระบายความร้อนด้วยน้ำ แรงขับขนาด 1,300 แรงม้า อยู่ทางด้านหลังของตัวรถ มีน้ำหนักรวม 48 ตัน รถสามารถความเร็วได้สูงสุดบนถนน 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไต่มุมลาดเอียงได้สูงสุด 60 องศา ข้ามล่องลึกได้กว้างสุด 2.7 เมตร ไต่ข้ามสิ่งกีดขวาดได้สูงสุด 1.2 เมตร และดำน้ำได้ลึกสุด 1.2 เมตร และ 4-5 เมตรเมื่อติดตั้งท่อช่วยหายใจ

โดยรวมเจ้า MBT-3000 หรือ VT-4 เป็นรถถังที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ราคาสมเหตุสมผล อะไรที่รถถังสมัยใหม่ควรจะต้องมีเจ้ารถถังคันนี้ก็มีหมด แต่ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงอยู่ดีว่ารถถังคันนี้นั้นจริงๆ มันก็คือ Type 99 ของจีนเวอร์ชั่นส่งออก ซึ่งแน่นอนมันมีการลดดาวน์สเปกและประสิทธิภาพไปมากพอสมควรจาก Type 99 มันด้อยกว่า Oplot และเมื่อเทียบกับเจ้า T-90MS รถคันนี้ในความคิดเห็นส่วนตัวมันยังด้อยกว่า T-90 MS พอสมควร แต่ถามว่ามันคุ้มค่าไม้ที่จะซื้อส่วนตัวก็ยังคงอยากได้ T-90 อยู่ดี

อ้างอิง
https://pantip.com/topic/34765458

https://en.m.wikipedia.org/wiki/VT-4_Main_Battle_Tank


http://www.military-today.com/tanks/mbt_3000.htm

http://www.armyrecognition.com/china_chinese_heavy_armoured_vehicle_tank_uk/vt4_mbt3000_norinco_main_battle_tank_technical_data_sheet_specifications_pictures_video_uk.html

http://tanknutdave.com/the-chinese-mbt-3000-main-battle-tank/


http://www.militaryfactory.com/armor/detail-page-2.asp?armor_id=624

เรือดำน้ำ S-26T
เป็นเรือดำน้ำลาดตระเวนเดินสมุทรขนาดใหญ่ มีราคาค่าตัว 13,000 ล้านบาทต่อลำ และเป็นรุ่นพิเศษที่จีนต่อขึ้นสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ ซึ่งพัฒนาจากเรือดำน้ำคลาส Yuan Class S26 มีขนาดยาว 77.7 เมตร กว้าง 8.6 เมตร มีระวางขับน้ำอยู่ที่ 2,600 ตัน และใช้เครื่องยนต์ดีเซลไฟฟ้า

รายละเอียดเกี่ยวกับ S-26T
สเปคของเรือดำน้ำจากจีน S-26T ใช้เครื่องยนต์ดีเซละวางขับ 2,600 ตัน สามารถดำปฏิบัติการได้นาน 21 วันใต้ผิวน้ำโดยไม่ต้องโผล่มาชาร์จไฟเหมือนเรือดำน้ำรุ่นเก่า ขณะที่เรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้าแบบปกติจะดำน้ำได้นาน 7-10 วันเท่านั้น และเป็นเครื่องยนต์สเตอร์ลิงที่จีนซื้อต้นแบบมาจากสวีเดนมาพัฒนาต่อยอดเพิ่มประสิทธิภาพในการดำทน มีตอร์ปิโด 6 ท่อยิง พร้อมระบบยิงขีปนาวุธ ยิงไกลกว่า 250 กิโลเมตร กำลังพล 65 นาย ถือว่ามีความทันสมัยที่สุด รองจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ระบบติดจรวดเรือผิวน้ำที่มีความทันสมัยที่สุด Yuan Class S26T ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการต่อเรือที่มาจากเรือดำน้ำชั้นกิโลของ "รัสเซีย" เป็นเรือดำน้ำพลังดีเซลไฟฟ้า และมีระบบ AIP ที่ไม่ต้องขึ้นมาผิวน้ำเพื่อชาร์จไฟฟ้า 

มิติตัวเรือ
เรือดำน้ำ S-26T นี้ถูกออกแบบมามีความยาว 79.5 เมตร กว้าง 8.6 เมตร สูง 9.2 เมตร เปลือกลำตัวแบบ 2 ชั้น ระวางขับเหนือนํ้า 1,850 ตัน ระวางขับขณะดำ 2,600 ตัน S-26T ยังถูกออกแบบเป็นโมดุลเมื่อเพิ่มโมดุล AIP อาวุธเลือกได้ตามกำลังเงินของประเทศที่สั่งซื้อ ความเร็วสูงสุด 18 นอต ระยะทำการ 8,000 ไมล์ทะเล ดำลึกสูงสุด 300 เมตร ลูกเรือประจำการ 50 นาย ระยะเวลาปฏิบัติการต่อการออกทะเล 1 ครั้ง นาน 2 เดือน 

เครื่องยนต์และประสิทธิภาพในการปฏิบัติการรบใต้น้ำและผิวน้ำ
ความลึกปฏิบัติการน้อยสุด 50 เมตร ระดับความลึกปลอดภัย 60 เมตร
ระบบขับเคลื่อน ใช้เครื่องยนต์ดีเซล (สิทธิบัตร MTU เยอรมนี) สองเครื่อง และ Motor ไฟฟ้ากำลังขับ 5,515kW พร้อมระบบขับเคลื่อน AIP แบบวัฏจักร Stirling สามชุดให้กำลังชุดละ 75kW รวม 225kW ความเร็วขณะดำใต้น้ำสูงสุดเมื่อใช้ Battery: 18knots ในเวลา 10 นาที 17knots ในเวลา 1 ชั่วโมง
ความเร็วขณะดำใต้น้ำสูงสุดเมื่อใช้ กล้องตาเรือ และท่อ Snorkel: 10knots
ความเร็วเงียบ (Silent Speed): 4knots เมื่อใช้ Battery และ 3.2knots เมื่อใช้ AIP ความเร็วการดำเนินกลยุทธต่ำสุด 3knots ความเร็วเดินทาง 8knots
พิสัยทำการไกลสุด (เมื่อใช้แหล่งความเร็วและพลังงานขับเคลื่อนผสมกันทั้งเครื่องดีเซล, Battery และ AIP): 8,000 นอลติเคิลไมล์ พิสัยทำการเมื่อดำใต้น้ำต่อเนื่อง: 260nmi ที่ความเร็ว 4knots โดยระดับพลังงาน Battary ลดจาก 100% เหลือ 20% ใช้กำลังไฟฟ้านอกจากระบบขับเคลื่อน (Hotel Load) 60kW
ระยะเวลาทำการ 60-65 วัน ดำน้ำได้นานที่สุดมากกว่า 20 วัน เมื่อใช้ AIP ต่อเนื่องที่ความเร็ว 3.2knots 10 วัน เมื่อใช้กำลังไฟฟ้านอกจากระบบขับเคลื่อน (Hotel Load) 75kW

ระบบอาวุธ
ระบบอาวุธ จำนวนเป้าหมายสูงสุดของสถานีวิเคราะห์การเคลื่อนที่ (Target Motion Analysis 64 เป้าหมาย (64 Targets) กำหนดการยิงเป้าหมายได้ต่อเนื่อง 4-6 เป้าพร้อมกัน โจมตีเป้าหมายได้พร้อมกันสูงสุด 2 เป้าหมาย ระบบอาวุธ: ท่อ Torpedo 6 ท่อยิง สามารถใช้ได้ทั้ง Torpedo, อาวุธปล่อยนำวิถี และทุ่นระเบิด ประกอบด้วย

-Torpedo แบบ ET38 (รุ่นส่งออกมีพื้นฐานจาก Yu-6) ทวิประสงค์ต่อต้านเรือดำน้ำและเรือผิวน้ำ นำวิถีด้วยเส้นลวด, เสียงและพลิ้วคลื่น (Fiber-Optic Wire-Guided+Passive/Active Acoustic Homing+Wake Homing) ระยะยิงประมาณ 45-50km ความเร็วสูงสุด 50-65knots(ไม่ทราบระยะยิงที่ความเร็วสูงสุด)


-อาวุธปล่อยนำวิถีแบบ CM-708UNB ระยะยิง 290km ยิงได้ทั้งเป้าหมายเรือผิวน้ำขนาด 3,000tons ที่ความเร็วไม่เกิน 30knots และเป้าหมายตรึงประจำที่ภาคพื้นดินชายฝั่ง (Surface Ships and Inshore fixed Targets) ควบคุมการยิงได้พร้อมกัน 5 นัด และเตรียมข้อมูลได้พร้อมกันอีก 2 นัด ใช้ได้ที่ความลึก 100m ขึ้นไป

-ทุ่นระเบิด 36 ทุ่น แบบ Smart Mine, Bubble Shell, เป้าลวง Torpedo Decoy แบบ MSS-01

กำลังพลประจำการ
กำลังพล: ประมาณ 50 นาย (การฝึกครอบคลุมกำลังพล 176 นาย ประกอบด้วยนายทหารชั้นประทวน 105 นาย, นายทหารสัญญาบัตรประจำแผนก 28 นาย, นายทหารบังคับบัญชา 8 นาย, ผู้บังคับการเรือ 8 นาย, ครูฝึก 8 นาย, ช่างซ่อมบำรุง 13 นาย, นายทหารแพทย์ใต้น้ำ 4 นาย และช่างเชื่อม 2 นาย) อายุการใช้งานตัวเรือนาน 25 ปี (25 years)

KAI T50TH Golden Eagle
เครื่องบินเก่าใช้งานมานานกว่า 23 ปี ทั้ง Alpha jat และ L-39 Albatros ย่อมต้องมีการเสื่อมสภาพเป็นเรื่องปกติ แต่มันไม่ปกติตรงที่เรายังคงใช้เครื่องฝึกแบบเก่าฝึกนักบินรุ่นใหม่ก่อนการขึ้นชั้นไปบินกับเครื่องบินรบที่ทันสมัย เมื่อเครื่องบินฝึกหัดนักบินใหม่เริ่มหมดอายุบินหรือมีค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อมบำรุงเพื่อรักษาสภาพให้สามารถใช้งานได้ ความจำเป็นในการหาเครื่องบินฝึกรุ่นใหม่เข้าประจำการแทนที่ของเก่าที่เริ่มหมดสภาพและอาจเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ จากความชราภาพรับใช้นักบินฝึกหัดมานานแสนนานเกือบ 30 ปีเข้าไปแล้ว บินกันบานซ่อมแล้วซ่อมอีกจนเหลืออยู่แค่ไม่กี่ลำ ลองนึกเอาเองว่า ถ้าหากลูกหลานของคุณที่เป็นนักบินฝึกหัดในกองทัพอากาศ จะต้องขึ้นบินกับเครื่องบินที่ใกล้หมดอายุการใช้งานหรือใกล้ปลดประจำการเต็มทนคุณจะรู้สึกอย่างไร?

เครื่องบินฝึกแบบเจ็ตสองที่นั่งความเร็วเหนือเสียงประสิทธิภาพสูงจึงมีความเหมาะสมกับการฝึกนักบินใหม่ของกองทัพอากาศไทย เนื่องจากเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงที่มีประจำการอยู่ในกองทัพทั้ง F16 และ JAS-39 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีความเร็วเหนือเสียงที่มีความทันสมัย ในส่วนของเครื่องบินฝึกสำหรับใช้ฝึกหัดนักบินรุ่นใหม่ของกองทัพนั้น จำเป็นจะต้องมีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีใหม่ที่เชื่อมโยงกันกับเครื่องบินรบที่ใช้งานประจำการอยู่แล้ว

วันที่ 17 กันยายน 2558 พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง เสนาธิการทหารอากาศในฐานะประธานกรรมธิการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ขั้นต้นของกองทัพอากาศ เป็นผู้แทนกองทัพอากาศลงนามในสัญญาจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ขั้นต้นแบบ T50 จำนวน 4 ลำ พร้อมอะไหล่ขั้นต้น อุปกรณ์เครื่องมือประกอบการบินและการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่พร้อมนักบิน การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงข้อเสนอพิเศษจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัท Korea Aerospace Industries

เมื่อเครื่องบินฝึกหัดนักบินใหม่เริ่มหมดอายุบินหรือมีค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อมบำรุงเพื่อรักษาสภาพให้สามารถใช้งานได้ ความจำเป็นในการหาเครื่องบินฝึกรุ่นใหม่เข้าประจำการแทนที่ของเก่าที่เริ่มหมดสภาพและอาจเกิดอุบัติเหตุ จากความชราภาพรับใช้นักบินฝึกหัดมานานแสนนาน เครื่องบินฝึกแบบเจ็ตสองที่นั่งความเร็วเหนือเสียงประสิทธิภาพสูงจึงมีความเหมาะสมกับการฝึกนักบินใหม่ของกองทัพอากาศไทย เนื่องจากเครื่องบินขับไล่สมรรถนะดีที่มีประจำการอยู่ในกองทัพทั้ง F16 และ JAS-39 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีความเร็วเหนือเสียงที่มีความทันสมัย

ในส่วนของเครื่องบินฝึกสำหรับใช้ฝึกหัดนักบินรุ่นใหม่ของกองทัพนั้น จำเป็นจะต้องมีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีใหม่ที่เชื่อมโยงกันกับเครื่องบินรบที่ใช้งานประจำการอยู่แล้ว วันที่ 17 กันยายน 2558 พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง เสนาธิการทหารอากาศในฐานะประธานกรรมธิการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ขั้นต้นของกองทัพอากาศ เป็นผู้แทนกองทัพอากาศลงนามในสัญญาจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ขั้นต้นแบบ T50 จำนวน 4 ลำ พร้อมอะไหล่ขั้นต้น อุปกรณ์เครื่องมือประกอบการบินและการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่พร้อมนักบิน การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงข้อเสนอพิเศษจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัท Korea Aerospace Industries

เครื่องบินฝึกขับไล่ความเร็วเหนือเสียง T50TH นับเป็นอากาศยานฝึกนักบินใหม่ด้วยเครื่องยนต์เจ็ตที่สามารถทำความเร็วเหนือเสียงที่เหนือชั้่นกว่าเครื่องฝึกบินเครื่องยนต์เจ็ตความเร็วต่ำกว่าเสียง กองทัพอากาศเล็งเห็นถึงสมรรถนะของตัวเครื่องที่ใช้ในการฝึกนักบินที่จะก้าวขึ้นไปบินจริงกับเครื่องบิน F16 และ JAS-39 โดยจะเข้ามาแทนที่เครื่องบินฝึกแบบ L-39 หรือ บขฝ 1 โดยที่เครื่อง T50TH มีสมรรถนะทางการบินสูงกว่าและมีคุณลักษณะที่คล้ายกับเครื่องบินขับไล่โจมตี F16 เนื่องจาก T50 มีการร่วมมือกันระว่าง Korea Aerospace Industries กับบริษัท Lockheed Martin ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินขับไล่แบบ F16 จนบางครั้งเครื่องบิน T50 ได้รับชื่อเล่นว่า MINI F-16 ซึ่งมีการจัดวางอุปกรณ์ในห้องนักบิน รูปทรงและจอภาพ HUD คล้ายกับเครื่อง F-16 / JAS-39

เมื่อนักบินใหม่จบหลักสูตรการฝึกบินกับ T50TH จึงสามารถเรียนรู้และปรับตัวกับ Cockpit ของ F-16 / JAS-39 ได้อย่างรวดเร็ว เครื่อง T50TH อาจมีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับการฝึกบินแต่หากใช้เครื่องฝึกด้วยเครื่องจริงอย่าง F-16 /JAS-39 ค่าใช้จ่ายในการฝึกนักบินใหม่จะเพิ่มมากขึ้น การฝึกบินกับเครื่อง T50TH ของนักบินใหม่จะช่วยลดชั่วโมงการฝึกบินกับเครื่องขับไล่จริงๆ ลงได้เหลือเพียงแค่ 9 เที่ยวบินเท่านั้น

เครื่องบินเจ็ตฝึกบินและขับไล่โจมตี T50TH ใช้เครื่องยนต์ General Electric F-404-102 เป็นเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ตในตระกูลเดียวกันกับ RM 12 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ของ JAS-39 C/D โดยมีพื้นฐานมาจากเครื่องยนต์ไอพ่นเทอร์โบแฟน F404 ของ General Electric เพียงแต่เครื่อง RM 12 นั้นผลิตโดยบริษัท VOLVO จากสวีเดนภายใต้สิทธิบัตรจากบริษัท General Electric ขณะเดียวกันเครื่องยนต์ของ T50TH ผลิตโดยบริษัท Samsung Techwin ภายใต้สิทธิบัตรจากบริษัท General Electric เช่นเดียวกัน

คุณสมบัติของเครื่องฝึก T50TH มีการติดตั้งระบบควบคุมการบินแบบ Fly-By-Wire ที่ล้ำสมัย ฝาครอบห้องนักบินแบบชิ้นเดียว เหมือนกับเครื่องบินขับไล่ที่ประจำการในกองทัพอากาศ ตำแหน่งที่นั่งที่อยู่ด้านหลังสูง ทำให้ศิษย์การบินและครูฝึกมองเห็นได้รอบตัว ฝาครอบห้องนักบินยังมีความทนทานสูงมากหากชนปะทะเข้ากับนก ระบบควบคุมการบิน HOTAS handon Throttle and Stick เหมือนเครื่องบินขับไล่ยุคใหม่ เพื่อลดภารกรรมการบินของนักบินให้เหลือน้อยลง มีการติดตั้งจอภาพแสดงผลแบบสี Multi function Display หน้าจอกว้าง 127 มิลลิเมตร จำนวน 2 จอภาพ แสดงผลข้อมูลระหว่างทำการบิน โดยมีจอภาพ HUD อุปกรณ์เครื่องวัดประกอบการบินที่สำคัญได้แก่ เครื่องช่วยเดินอากาศ Navigation / Attack -System H764G รวมถึงเก้าอี้ดีดตัวของ Martin Maker

เครื่องยนต์ General Electric F-404-102 ให้แรงขับ 17,700 ปอนด์ เมื่อจุดสันดาปท้าย เครื่องยนต์ General Electric F-404-102 ควบคุมการทำงานด้วยระบบ FADEC ทำการปรับปรุงให้เหมาะสมกับ T50TH ทำความเร็วสูงสุดได้ 1.5 มัค หรือ 1,020 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 1,640 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ระดับความสูง 30,000 ฟุต หรือ 9,144 เมตร เครื่องฝึก T50TH มีเพดานบินสูงสุด 48,000 ฟุต หรือ 14,600 เมตร พิสัยบิน (บินไกล) 1,150 ไมล์ หรือ 1,851 กิโลเมตร โครงสร้างออกแบบให้มีอายุการใช้งาน 8,000 ชั่วโมงบิน สื่อมวนชนเกาหลีใต้รายงานว่า KAI T50 จะถูกส่งมอบให้กับกองทัพอากาศไทยภายในปี พศ 2561 และเข้าเสริมฝูงเครื่องบินฝึกนักบินใหม่ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ช่วยลดระยะเวลาในการเปลี่ยนแบบของนักบินใหม่และลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาขณะทำการบินดีกว่าเครื่องบินฝึกแบบเดิมที่มีประจำการอยู่ในขณะนี้.

เอกสารข้อมูลประกอบบทความ
TANGO นิตยสารเพื่อคนรักการบินและเทคโนโลยี พฤจิกายน 2558

Specifications for the KAI / Lockheed Martin T-50 Golden Eagle
Advanced Trainer / Light Attack Aircraft

Focus Model: KAI T-50 / TA-50 Golden Eagle
Country of Origin: South Korea
Manufacturer: Korean Aerospace Industries - South Korea / Lockheed Martin - USA
Initial Year of Service: 2005
Production Total: 158
Crew: 2

Length: 42.59 ft (12.98 m)
Width: 30.09 ft (9.17 m)
Height: 15.68ft (4.78 m)
Weight (Empty): 14,200 lb (6,441 kg)
Weight (MTOW): 26,422 lb (11,985 kg)

Powerplant: 1 x General Electric F404-102 turbofan engine delivering 17,700lbs of thrust with afterburning.


Maximum Speed: 990 mph (1,593 kmh; 860 kts)
Maximum Range: 1,150 miles (1,851 km)
Service Ceiling: 47,999 ft (14,630 m; 9.1 miles)
Rate-of-Climb: 0 feet-per-minute (0 m/min)

Hardpoints: 7 (including wingtips)
Armament Suite:

STANDARD:
1 x 20mm General Dynamics A-50 Vulcan gatling three-barrel cannon.
2 x AIM-9 Sidewinder air-to-air missiles (wingtip mounts).

OPTIONAL:
6 x AGM-65 Maverick air-to-surface missiles
CBU-58 Cluster Bombs
Mk-20 Cluster Bombs
LAU-3 Rocket Pods
LAU-68 Rocket Pods
Mk 82 General Purpose Bombs
Mk 83 General Purpose Bombs
Mk 84 General Purpose Bombs
Guided Drop Bombs

Variants:
T-50 - Advanced Jet Trainer Designation; sans internal gun and radar system.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/