วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาวะข้อสะโพกเสื่อม ผ่าตัดแบบใหม่ซ่อนแผล

นพ.พนธกร พานิชกุล

ความสุข... ที่แสนธรรมดาของคนเราอย่างหนึ่งที่มักมองข้ามกันไปนั่นก็คือ การได้ใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติสุข เพราะหากวันใดความเจ็บปวดเข้าก่อกวนโดยไม่มีทีท่าว่าจะจากลา จนทำให้เราไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือเดินเหินได้ดีเหมือนเดิม...

“ความสุข” ที่เคยมีก็จะถูกแทรกด้วย “ความทุกข์” ที่คอยบั่นทอนคุณภาพชีวิตลงอย่างมาก

แม้ว่าภาวะข้อสะโพกเสื่อมในเมืองไทยอาจจะพบได้น้อยกว่าชาวตะวันตก แต่ก็พบได้ในคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป คนที่มีความผิดปกติของข้อสะโพกมาแต่กำเนิด หรือคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ SLE โรคไต หูดับ รูมาตอยด์ ผู้ที่ใช้สเตียรอยด์ต่อเนื่องนานๆ ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก หรือผู้สูงอายุที่ประสบอุบัติเหตุหกล้มข้อสะโพกหักในอดีต

เมื่อข้อสะโพกเสื่อมในระยะท้ายๆ มักจะมีอาการปวดเรื้อรัง รับประทานยาไม่เห็นผล ปวดเมื่อขยับตัว เมื่อขึ้นลงบันได ปวดแม้กระทั่งขณะนอนหลับ...จึงจำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมทดแทนข้อเดิมที่เสื่อมลง เพื่อให้สามารถกลับมาเคลื่อนไหวใช้ชีวิตได้ดีดังเดิมโดยไม่ปวดอีก

หลายคนอาจจะมีคำถาม ข้อสะโพกเสื่อมมากน้อยแค่ไหน รุนแรงขนาดไหนถึงขั้นต้องเปลี่ยน?

นพ.พนธกร พานิชกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ เฉพาะทางศัลยศาสตร์ ตกแต่งข้อเทียม ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพบอกว่า ถ้าเป็นคนทั่วไป ถ้าเป็นรุนแรง ถ้าเป็นข้อสะโพกเสื่อมจะเปลี่ยนในกรณีที่ว่าปวดมาก ปวดๆๆมีการปวดเยอะ ประการต่อมาก็คือการเคลื่อนไหวไม่สะดวก เช่น เมื่อก่อนเดินได้ตอนนี้ก็เริ่มเดินกะเผลก เดินเอียง ขึ้นลงบันไดแล้วเจ็บ นั่งขัดสมาธิ นั่งพับเพียบไม่ได้

แล้วก็เคยรักษาด้วยการกินยาแล้วไม่ดีขึ้นก็น่าจะต้องเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก

สัญญาณเตือนหรือสาเหตุสำคัญเป็นอย่างไรบ้างนั้น ต้องย้ำว่า สาเหตุสำคัญอันดับแรกก็คือเรื่องของอายุ...คนที่อายุมากขึ้นก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดข้อสะโพกเสื่อมก็มีมากขึ้น

คนแก่ก็เป็นมากกว่าคนหนุ่มสาวหรือกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงก็คือการทานยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ เช่น ยาหม้อ ยาลูกกลอน ยาชุดที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ก็ทำให้ข้อสะโพกเสื่อมได้

“หรือไม่ก็พวกกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ดื่มแอลกอฮอล์นานๆเยอะๆก็ทำให้ข้อสะโพกเสื่อมก่อนวัยได้ ผู้หญิง...ผู้ชายสำหรับคนไทยที่ว่าอายุมากเสี่ยงมากขึ้นก็อยู่ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป จะเริ่มพบได้กับกลุ่มคนที่เป็น โรคเอสแอลอี...โรคภูมิแพ้ตัวเองก็พบได้ เพราะต้องกินสเตียรอยด์”

“สัญญาณเตือน อาจจะเริ่มรู้สึกเสียวๆตรงขาหนีบ เจ็บ ปวด พอเวลาขยับงอข้อสะโพกแล้วก็รู้สึกเสียวๆแปลบๆเจ็บๆข้างในหรือว่าข้อสะโพกติดขัดก็เป็นอาการเริ่มแรกเลย ถ้าคนเป็นมากๆก็จะกลายเป็นข้อสะโพกติดเลย ขยับไม่ได้ แล้วขาก็จะสั้นขึ้นมาเลย” หมายถึงว่า...ข้อสะโพกติดแล้ว ขาทั้งสองข้างจะสั้นยาวไม่เท่ากัน หัวสะโพกเป็นเยอะจนกระทั่งยุบ ทำให้ขาข้างซ้ายขวาไม่สมดุล

นพ.พนธกร ให้ข้อมูลอีกว่า ในอดีตนั้นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเป็นเรื่องที่ใครๆก็อยากหลีกเลี่ยง เพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องมีการตัดกล้ามเนื้อ เจ็บปวด แผลยาวและอาจเกิดแผลเป็น ต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัวขณะเดินเป็นเวลานาน

“กว่า...จะฟื้นตัวใช้เวลาหลายเดือน แถมมีความเสี่ยงที่ขาสองข้าง อาจยาวไม่เท่ากันหลังผ่าหรือมีโอกาสที่ข้อสะโพกหลุดเมื่อเคลื่อนไหวผิดท่าก็เป็นได้”

แต่วิทยาการทางการแพทย์ในปัจจุบันไม่เคยหยุดนิ่ง นพ.พนธกร ผู้สั่งสมประสบการณ์ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่จากประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดามากว่า 2 ปี แนะนำให้รู้จักกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่ แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ

ด้วยเทคนิคซ่อนแผลผ่าตัด หรือ Direct Anterior Approach Cosmetic Incision Hip Replacement ซึ่งเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา แคนาดาและยุโรป

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความแตกต่างจากการผ่าตัดแบบเดิมที่มักจะทำการผ่าตัดจากด้านหลังหรือด้านข้างและต้องตัดกล้ามเนื้อรอบข้อสะโพกออก ทำให้เจ็บปวดเพิ่มขึ้น แผลยาว 6-8 นิ้ว

แต่สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่ที่ว่านี้ เป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็กแบบซ่อนแผลผ่าตัด Minimally Invasive Surgery (MIS) ความยาวแผล 3–4 นิ้วบริเวณขาหนีบซ่อนใต้แนวกางเกงในด้วยเทคนิคผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมทางด้านหน้าและไม่มีการตัดกล้ามเนื้อใดๆ

“สามารถเปลี่ยนข้อสะโพกได้โดยแทรกผ่านช่องระหว่างกล้ามเนื้อลงไป จึงทำให้เจ็บปวดน้อย ที่สำคัญคือ ฟื้นตัวเร็ว สามารถเดินได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า เคลื่อนไหวสะดวก อยู่โรงพยาบาล 2-4 วันก็กลับบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น ลดโอกาสเกิดข้อสะโพกหลุดหลังผ่าเพราะกล้ามเนื้อด้านหลังไม่ถูกตัด”

นพ.พนธกร บอกอีกว่า เมื่อเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแล้วยังสามารถนั่งไขว่ห้าง คุกเข่า ขัดสมาธิได้ โดยก่อนผ่าตัดจะมีการวางแผนด้วย Digital Template Surgical Planning เพื่อเลือกขนาดข้อเทียมที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล มีทั้งข้อ Cobalt Chromium หรือข้อเซรามิก และใช้แกนกระดูกข้อเทียม (STEM) รุ่นใหม่

จึงไม่มีปัญหาข้อสะโพกจมเมื่อใช้ไปนานๆ การผ่าตัดแนวใหม่มีความแม่นยำในการเช็กความยาวขาและตำแหน่งของข้อสะโพกได้ดีขึ้นเพราะเป็นการผ่าตัดในท่านอนหงาย สามารถใช้ C-arm x-ray วางตำแหน่งข้อเทียมให้ถูกต้องเพื่อตรวจความยาวขาทั้งสองข้างให้เท่ากันขณะผ่าตัด ลดปัญหาขาสั้นยาวไม่เท่ากันหลังผ่าตัด

นอกจากนี้ ยังสามารถผ่าตัดข้อสะโพกพร้อมกัน 2 ข้างได้ในครั้งเดียว อีกทั้งระหว่างผ่าตัดมีระบบป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะผ่าตัด แพทย์จะใส่ชุดผ่าตัดพิเศษเหมือนชุดมนุษย์อวกาศ ช่วยลดอัตราการติดเชื้อหลังผ่าตัดได้อีกด้วย

ที่สำคัญ...การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่ แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ ด้วยเทคนิคซ่อนแผลผ่าตัดแนบเนียน เพราะแผลผ่าตัดจะอยู่ด้านหน้าบริเวณขาหนีบซ่อนใต้แนวกางเกงใน (Bikini Incision) ทำให้ไม่เห็นรอยแผลเมื่อใส่กางเกงขาสั้นหรือชุดว่ายน้ำ ลดโอกาสเกิดแผลเป็น

“การผ่าตามทิศทางธรรมชาติของผิวหนัง แนวเส้นใยคอลลาเจนของผิวหนังชั้น dermis ซึ่งเป็นแนวที่ขนานไปกับแนวเส้นมัดกล้ามเนื้อ การผ่าตามแนวทิศทางธรรมชาติของผิวหนังจะทำให้การสมานตัวของแผลผ่าตัดดีขึ้นจึงลดการเกิดแผลเป็น ซึ่งเป็นเทคนิคที่ศัลยแพทย์ด้านความงามใช้กันเพื่อซ่อนแผลผ่าตัดไม่ให้เห็นได้”

ถึงตรงนี้ พอจะเป็นความรู้ใหม่กันไม่น้อยสำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่ที่มีความละเอียดซับซ้อน ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยผ่าตัดชนิดพิเศษและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง

ปัจจุบัน นพ.พนธกรได้รับเชิญไปเป็นผู้ถ่ายทอดวิทยาการความรู้และทักษะการผ่าตัดแนวใหม่นี้ให้แก่โรงเรียนแพทย์และคณะแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ รวมถึงคณะแพทย์จากต่างประเทศในโซนเอเชียแปซิฟิก เช่น อินเดีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น พม่า ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และจีน

ต้องย้ำว่า ภาวะข้อสะโพกเสื่อม ป้องกันได้ด้วยการป้องกันความเสี่ยง หลีกเลี่ยงความเสี่ยง...แอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือหลีกเลี่ยงการใช้สเตียรอยด์ เป็นเวลานานๆ ถ้าเป็นแล้วการรักษาเริ่มแรกจะกินยาก่อน ไม่ดีขึ้นก็เริ่มทำกายภาพบำบัดหรือถ้ายังไม่ดีขึ้นอีกก็จบด้วยการผ่าตัด

“อโรคยา ปรมาลาภา”...ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ.