วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ

เศรษฐกิจเป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งรัฐบาล คสช.แก้ไขไม่ตก ผลการสำรวจของสำนักโพลยืนยันเรื่องนี้หลายครั้ง การสำรวจความเห็นคนไทยทั่วประเทศของสวนดุสิตโพลครั้งล่าสุด พบว่าคนส่วนใหญ่ชื่นชมผลงานด้านปราบปรามการทุจริต การจัดระเบียบสังคมและทวงคืนผืนป่า แต่ชี้ว่าผลงานแย่ที่สุดคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และการใช้งบทหารซื้อเรือดำน้ำ

โพลเป็นภาพสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปที่มองปัญหาเศรษฐกิจว่ายังย่ำแย่ ขณะที่นักวิชาการอย่าง ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล มองว่า จากข้อมูลยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น การส่งออกปีนี้อาจโตถึงร้อยละ 5 แต่มีปัญหาแทรกซ้อนคือ ความเหลื่อมล้ำ บรรดาบริษัทใหญ่ๆเติบโตดีมีกำไร แต่ธุรกิจเล็กเอสเอ็มอียังอาการร่อแร่

นักวิชาการอีกท่านหนึ่งซึ่งให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเช่นกัน กล่าวว่า เหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจดีขึ้น เพราะเป็นการฟื้นตัวแบบ “กระจุกตัว” ในอุตสาหกรรมบางกลุ่ม ยักษ์ใหญ่ 10 บริษัทแรกฟาดกำไรไปถึง 80% ส่วนการส่งออกของเอสเอ็มอียังติดลบ ส่วนเกษตรกรชาวไร่ชาวนาประสบปัญหาราคาสินค้าตกต่ำมาหลายปี และขายยากเพราะกำลังซื้อหาย

ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) มีปัญหาซื้อยากขายยาก เพราะกำลังซื้อที่หายไป แต่การค้าขายอย่าง หนึ่งของรัฐ กลับรุ่งเรืองเฟื่องฟู นั่นก็คือการซื้ออาวุธ เช่น ซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำ 3.6 หมื่นล้านบาท ที่โพลระบุว่าเป็นผลงานด้านแย่ รวมทั้งการซื้อรถถังกว่า 2 พันล้านบาท และจะซื้อเครื่องบินรบจากเกาหลีใต้ 8 ลำ อีกแค่ 8.8 พันล้านบาท

แม้รัฐบาลจะโฆษณามาอย่างต่อเนื่องว่าเศรษฐกิจของประเทศ “กำลังฟื้นตัว” แต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่เชื่อ เพราะตนเองยังไม่ได้รับอานิสงส์ หลักฐานชัดเจนที่สุดคือรายงานสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ระบุว่า คนไทยมีหนี้ครัวเรือนตามหลักสากลถึง 72.2% เป็นอันดับที่ 3 ของกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก และมีถึง 20% ที่มีแนวโน้มชักดาบไม่ยอมใช้หนี้

ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำเป็นอันดับที่ 3 ของโลก รองจากรัสเซียกับอินเดีย ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ก็มีความเหลื่อมล้ำ โครงการใหญ่ๆของรัฐบาล เช่นโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อี-อีซี) ที่รัฐบาลโหมโฆษณา หรือการออกคำสั่งให้ใช้ที่ดิน ส.ป.ก.เพื่อประโยชน์ด้านธุรกิจพลังงานได้ มีเสียงนินทาว่าอาจเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจยักษ์ใหญ่ได้

รัฐบาลควรรับฟังความคิดเห็นประชาชน ที่แสดงผ่านการสำรวจของสำนักโพลต่างๆ เพื่อประกอบการแก้ปัญหา โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับปากท้องประชาชน การออกกฎหมายใดๆควรรับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้อง มิฉะนั้นอาจซ้ำเติมปัญหาเหมือนกับเรื่องแรงงานต่างด้าว และอาจซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำโดยไม่รู้ตัว.