วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมโบรไพรกุก

เปิดฟ้าส่องโลกขอแสดงความยินดีกับรัฐบาลและประชาชนชาวกัมพูชาที่เว็บไซต์ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศขึ้นทะเบียนกลุ่มปราสาทสมโบรไพรกุกในจังหวัดกัมปงธมเป็นมรดกโลกเมื่อ 9 กรกฎาคม 2560 ทำให้ปัจจุบันทุกวันนี้ กัมพูชามีมรดกโลกแล้ว 3 แห่ง คือ ปราสาทนครวัด ในจังหวัดเสียมราฐ ปราสาทพระวิหาร ในจังหวัดพระวิหาร และเขตปราสาทสมโบรไพรกุก แหล่งโบราณคดีแห่งอิศานปุระ จังหวัดกัมปงธม ทั้ง 3 แห่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

กัมพูชาเป็นประเทศขาขึ้น ดูเหมือนในตอนนี้อะไรก็ดีไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยว เมื่อ 2 ปีที่แล้ว คณะเปิดเลนส์ส่องโลก ก็ได้ไปสำรวจเมืองที่หายสาบสูญไป 1,214 ปี และเพิ่งค้นพบเมื่อ พ.ศ.2558 ที่เรียกว่า The Lost City หรือเรียชเทียนีแดลบานบัดบอง ซึ่งกินบริเวณพื้นที่บนเทือกเขามเหนทรบรรพตไปมากถึง 20 ตารางกิโลเมตร เราต้องชมการระหว่างประเทศของกัมพูชาว่า มีความสามารถมากพอสมควร อาจจะเป็นเพราะกัมพูชาเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสมามากมายหลายปี จึงมีเครือข่ายระโนงโยงใยในองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ นอกจากนั้น กัมพูชายังมีประวัติศาสตร์ที่ย้อนหลังไปได้ไกลนับพันปี ตั้งแต่อาณาจักรฟูนัน อาณาจักรเจนละ อาณาจักรขแมร์ ฯลฯ

ใครที่ไปเยือนกัมพูชาโดยใช้บริการของมัคคุเทศก์ชาวกัมพูชาก็คงจะแปลกใจกับความรู้ทางประวัติศาสตร์ซึ่งสามารถอรรถาธิบายขยายความเป็นภาษาต่างๆ ได้เป็นฉากๆ แม้แต่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่นาน เหล่ามัคคุเทศก์กัมพูชาก็เล่าให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพราวกับเข้าไปร่วมอยู่ในเหตุการณ์นั้น ใครไปเยือนกัมพูชากลับมาเป็นต้องได้รับความรู้เพิ่มเติมและก็จะอินกับประวัติศาสตร์กัมพูชาไปสักระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นอารมณ์เดียวกับที่นักท่องเที่ยวไปเยือนเวียดนาม กลับมาก็อินกัประวัติศาสตร์เวียดนามไปหลายสัปดาห์เหมือนกัน

โดยแท้ที่จริง ในห้วงช่วงที่อาณาจักรฟูนันและอาณาจักรเจนละกำลังรุ่งเรืองเฟื่องฟุ้ง ดินแดนไทยของเราบางส่วนก็เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโบราณเช่นเดียวกัน แต่เพราะความเจริญทางวัตถุทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพจนหลายแห่งไม่เหลือสภาพเดิม การขยายตัวของชุมชนในประเทศไทยหลายแห่งทำลายแหล่งโบราณคดีสำคัญไปเป็นจำนวนมาก เมืองต่างๆ ในอาณาจักรทวาราวดีจึงมีแต่เรื่องเล่า และมีแหล่งโบราณสถานให้เห็นบางแห่งเท่านั้น เช่น ศรีเทพ เขาถมอรัตน์ (เพชรบูรณ์) เมืองฟ้าแดดสงยาง (กาฬสินธุ์) ดงพระศรีมหาโพธิ์ หรือเมืองศรีวัตสะปุระ (ปราจีนบุรี) หนองแซง (สระบุรี) เมืองจันเสนและโคกไม้เดน (นครสวรรค์) ฯลฯ

เมืองเหล่านี้เกิดขึ้นและรุ่งเรืองในสมัยเดียวกับที่เขตปราสาทสมโบรไพรกุกเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเจนละหรืออิศานปุระ นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ไทยได้ค้นคว้าศึกษาวิจัย จัดแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ไว้เป็นจำนวนมาก และทำไว้ได้ค่อนข้างครบถ้วน แต่ก็เมื่อเราเข้าไปดูก็ไม่ค่อยอินเหมือนกับแหล่งโบราณคดีประวัติศาสตร์ของกัมพูชาและเวียดนามที่บางแห่งเหมือนกับเราหลุดเข้าไปเป็นตัวละครในยุคอดีตที่อยู่ในแหล่งโบราณสถานนั้น

กัมพูชาไม่หยุดแค่นี้ดอกครับ ขณะนี้มีสถานที่ในกัมพูชาที่ได้รับการขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้นที่เราเรียกว่า Tentative List ซึ่งรอรับการพิจารณาให้เป็นมรดกโลกในอนาคตอีกทั้งหมด 8 แห่ง มีทั้งปราสาทเกาะแกร์ แหล่งกุเลน แหล่งพนมดา แหล่งอุดง เบ็งเมเลีย ปราสาทพระขรรค์แห่งกัมปงสวาย ปราสาทบันทายฉมาร์ และปราสาทบันทายไพรนคร

นอกจากกัมพูชาแล้ว ผมขอแสดงความยินดีกับประเทศอื่นที่ปีนี้ยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพิ่มขึ้นถึง 21 แห่ง เช่น เมืองอัมห์มดาบาด รัฐคุชราต อินเดีย ซึ่งเมืองนี้ตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำสพาร์มตี ที่มีทั้งมัสยิดจามา โบสถ์หัตถีสิงห์ของศาสนาเชน ใครเคยไปเยือนเมืองนี้ก็ต้องทึ่งในความเป็นเมืองแห่ง 3 ศาสนา ทั้งฮินดู เชน และอิสลาม หรืออย่างกรุงแอสมารา เมืองหลวงของเอริเทรีย ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเมื่อ ค.ศ. 1890 หรือ 127 ปีมานี่เอง แต่ที่ได้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเพราะโดดเด่นในด้านวิถีชีวิตในต้นศตวรรษที่ 20 และยังมีมรดกโลกของประเทศอื่นๆอีก แต่วันนี้นำมารับใช้ได้ไม่หมด

ขอแสดงความยินดีอีกครั้งหนึ่งครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com