วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องจับที่ต้นตอ

กรณี นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พล.ต.สมศักดิ์ ทรัพย์อนันต์ เจ้ากรมการขนส่งทหารบก นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กวาดล้างขบวนการที่แอบอ้างยื่นเอกสารเท็จรถประมูลขายทอดตลาดของ ขส.ทบ.

ขส.ทบ.พบพิรุธเรื่องการยื่นเอกสารการประมูลรถขายทอดตลาดของ ขส.ทบ. ประสานกรมการขนส่งทางบกตรวจสอบการยื่นเอกสารบัญชี รถประมูลขายทอดตลาด ทั้งที่ช่วงนั้น ขส.ทบ.ไม่มีการประมูลรถขายทอดตลาด แต่มีกลุ่มคนทำปลอมเอกสารเป็นขั้นตอน จึงสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนรถของ ขส.ทบ. 605 คัน จากทั้งหมด 1,136 คัน พบว่า มีข้อมูลรถที่ใช้เอกสารเท็จกระจายขายและจดทะเบียนไปตามจังหวัดต่างๆ 15 จังหวัด

เป็นการยื่นเอกสารเท็จ

กรมการขนส่งทางบกแจ้งไปยังผู้ที่ครอบครองรถทุกคัน และแนะนำให้เจ้าของรถที่ซื้อโดยสุจริตฟ้องร้องกับผู้ที่นำรถมาจำหน่ายในข้อหาฉ้อโกง

เป็นเรื่องใหญ่ เพราะคนที่ทำใช้เอกสารบัญชีรถประมูลขายทอดตลาดของ ขส.ทบ.เท็จ เป็นคดีการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ทำปลอมขึ้นมาทั้งทะเบียน และหมายเลขรถ กรมการขนส่งทางบก และกรมศุลกากร จะตรวจสอบย้อนหลังรถที่นำขายทอดตลาดไปแล้วว่าเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือรถเถื่อนหรือไม่

เป็นเรื่องที่หมักหมมมานาน แต่เริ่มโผล่ออกมา คดีรถหรูเถื่อน ที่นำเข้ามาจดทะเบียนหลบเลี่ยงภาษี ซากรถประมูลที่นำมา “สวมซาก” รถคันอื่น ป้ายทะเบียนปลอม และเครื่องตอกเลขทะเบียนเลขเครื่องรถ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่รู้กันในวงการ ใครอยู่เบื้องหลัง เป็นรายได้มหาศาลของกลุ่ม “คนมีสี” ที่ใช้เครื่องแบบหากินเป็นระบบ

เป็นที่รู้กันในวงการประมูลรถ

มีกลุ่มคนมีสีอยู่เบื้องหลังขบวนการสวมซากรถเถื่อน จดประกอบทะเบียนรถหรูนำเข้าหลบเลี่ยงภาษี ทำกันเป็นขบวนการใหญ่เชื่อมโยงคนไม่กี่คนที่อยู่เบื้องหลัง คดี ขส.ทบ.เป็นเรื่อง “ทหารนอกแถว” ทำเอกสาร ปลอมเอกสารผู้มีอำนาจ เจ้ากรมการขนส่งทหารบก ขายทอดตลาด

แต่ที่เป็นปัญหาตลาดรถเถื่อนที่ระบาดหนัก ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำครบวงจร ทั้งทำป้ายทะเบียนรถปลอม ตอกเลขตัวถังใช้จดประกอบรถหรูหลบเลี่ยงภาษี นำเข้ารถเถื่อน และตลาดค้ารถมือสอง ล่าสุด 191 ตำรวจท่องเที่ยว ทหาร ปิดล้อมตรวจค้นแหล่งสวมซากรถ สวมทะเบียน ทำป้ายทะเบียนปลอม และรับตอกเลขใช้ทำทะเบียน

อยู่ระหว่างขยายผลจับกุมผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ไม่น่าเชื่อว่ามีเครือข่ายกระจัดกระจายทั่วประเทศ มีผลประโยชน์มหาศาล ทำกันมานาน ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เชื่อมโยงขบวนการครบวงจร มี “คนมีสี” เข้ามาเกี่ยวข้อง

ขึ้นอยู่กับว่าจะกล้าทำกันขนาดไหน.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th