บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อสส.' ลุยสอบ อัยการด่าตร. คนเดิมปี58

‘นายธนพล’ เล็งผิดวินัย โทษไล่ออก

อัยการสูงสุดตั้งกรรมการสอบสวนวินัย “ธนพล จูฑะเตมีย์” อัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติดที่เมากร่างด่ากราด 2 ตำรวจสายตรวจที่ไม่ยอมพาไปส่งร้านลาบ ถือเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรอัยการ ระหว่างถูกสอบจะไม่ได้รับการพิจารณาในการโยกย้ายในตำแหน่งสูงขึ้น หรือ “แป้ก” ไปเลย ส่วนการพิจารณาจะนำพฤติกรรมเก่าที่เคยเป็นข่าวฉาวปี 58 มาพิจารณาด้วย หากผลสอบผิดวินัยร้ายแรงมีโทษสูงสุดคือไล่ออก ส่วน 2 ตำรวจคู่กรณีผู้บังคับบัญชาต่างให้กำลังใจแถมชื่นชมที่อดทนอดกลั้นทำให้เรื่องไม่บานปลาย

จากเหตุการณ์คลิปเสียงชายอ้างเป็นอัยการเมากร่างด่ากราด ส.ต.ต.กิตติคุณ แสงเรือง กับ ส.ต.ต.อานุภาพ โพธิ์พิมพ์ ผบ.หมู่งาน ป.สภ.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี อย่างไม่ไว้หน้าและหยามศักดิ์ศรี สาเหตุเพราะโมโหที่ตำรวจทั้งสองไม่ยอมพาไปส่งร้านลาบ เนื่องจากต้องปฏิบัติหน้าที่ป้องกันเหตุในพื้นที่ แถมยังข่มขู่อ้างว่าจะบอกผู้การ ภายหลังตำรวจทั้งสองนายได้ไปขอโทษชายที่อ้างเป็นอัยการที่ร้านข้าวต้มแห่งหนึ่งตามคำสั่งของ พ.ต.อ.จารุวัฒน์ สุริยาทิพย์ ผกก.สภ.แสนสุข แต่กลับถูกด่าซ้ำอีก โดยเฉพาะ ส.ต.ต.กิตติคุณ แสงเรือง ถูกด่าอย่างรุนแรงแกมขู่จะขัง ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ยืนยันไม่มีอัยการโทร.มาหาเพื่อสั่งให้ไปขอโทษชายคนดังกล่าวแต่อย่างใด หลังเรื่องนี้ฉาวกระฉ่อนไปทั่วเมืองทางสำนักงานอัยการสูงสุดสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงและจากการตรวจสอบพบว่าชายเมากร่างรายนี้เป็นคนเดียวกับที่เมากร่างข่มขู่ตำรวจ สน.บึงกุ่มมาแล้วเมื่อปี 2558

ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ก.ค. พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เดินทางไป สภ.แสนสุข เรียกประชุมนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาของ สภ.แสนสุข โดยมี ส.ต.ต.กิตติคุณ แสงเรือง กับ ส.ต.ต. อานุภาพ โพธิ์พิมพ์ คู่กรณีชายอ้างเป็นอัยการข่มขู่เข้าร่วมประชุมด้วยและยังมีสารวัตรทหารเรือสัตหีบ 3 นาย เข้าร่วมรับฟังข้อเท็จจริง ในที่ประชุม พล.ต.ท.จิตติกำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและให้ตำรวจทุกนายต้องให้กำลังใจ ส.ต.ต.กิตติคุณและ ส.ต.ต.อานุภาพ ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดกลั้นอดทน หากไม่เช่นนั้นแล้วอาจเกิดเหตุบานปลายลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โต

จากนั้น พล.ต.ท.จิตติให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เดินทางมาให้กำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะ 2 ตำรวจสายตรวจที่อยู่ในคลิปและปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องเพื่อให้มีขวัญกำลังใจ ไม่ต้องกลัว เพราะผู้บังคับบัญชาดูแลตลอดเวลาอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ ได้ให้ ผบก.ภ.จ.ชลบุรีตั้งคณะกรรมการหาข้อเท็จจริง สืบสวนข้อเท็จจริงให้ตรวจสอบว่าผู้ใดมีความบกพร่องบ้าง โดยให้เวลา 7 วัน ผลสรุปออกมาเป็นยังไง มีใครผิดบ้าง มีใครบกพร่องบ้างจะดำเนินการตามนั้น ขณะที่ ส.ต.ต.กิตติคุณ กล่าวว่า ตอนนี้กำลังใจเต็มที่เหมือนเดิมเพราะผู้บังคับบัญชาให้กำลังใจตลอด ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่เกิดเหตุมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง ส.ต.ต.กิตติคุณตอบว่าเป็นไปตามรายงานผู้บังคับบัญชาที่ปรากฏตามคลิป

ส่วน พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.ภ.จ.ชลบุรี กล่าวว่า ต้องชมเชย ส.ต.ต.กิตติคุณ กับ ส.ต.ต.อานุภาพ คู่ตรวจในวันเกิดเหตุ ซึ่งถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในการอดทนอดกลั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยังโทรศัพท์มาฝากขอบคุณด้วย ในวันประชุมประจำเดือนจะเรียก 2 ตำรวจที่อยู่ในคลิปเข้ารับใบประกาศเกียรติคุณด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่าในคลิปมีเสียงพูดของ ส.ต.ต.กิตติคุณ พูดว่า “ผกก.ให้ผมมาพบเพื่อขอโทษที่ไม่พาท่านมาที่ร้าน” พล.ต.ต.สมประสงค์ตอบว่า “ผมถาม ผกก.สภ.แสนสุข แล้วเขาบอกว่ามีคนโทรศัพท์มาร้องเรียนเขาว่า ตำรวจสวมหมวกหมายเลข 2163 ปฏิบัติหน้าที่กร่าง ผกก.แสนสุขเลยเรียก ส.ต.ต.กิตติคุณมาสอบถาม จากนั้น ผกก.แสนสุขบอกกับ ส.ต.ต.กิตติคุณให้ไปเคลียร์กับชายที่อ้างเป็นอัยการ เพราะเขาร้องเรียน ไม่ได้เป็นการสั่ง”

ผู้สื่อข่าวถามถึงเอกสารบันทึกรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรายละเอียด พล.ต.ต.สมประสงค์ตอบว่า เอกสารดังกล่าวมีคนไลน์ส่งมาแต่ดูแล้วไม่มีลงชื่อท้ายเอกสาร อีกทั้ง ส.ต.ต.กิตติคุณยังไม่ได้ยื่นเอกสารให้ตนหรือ ผบช.ภ.2 สอบถามไปยัง ผกก.สภ.แสนสุข บอกว่ายังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าวเช่นกัน ฉะนั้นเอกสารรายงานที่เขียนขึ้นมาโดยไม่ลงชื่อจะให้นำมาใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ “เรื่องนี้ผมได้ตั้ง พ.ต.อ.รณชัย จินดามุข รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ดูแลการสืบสวนตรวจสอบหาชายที่อ้างเป็นอัยการแล้ว โดยให้รวบรวมข้อมูลให้ได้ภายใน 7 วัน” พล.ต.ต.สมประสงค์กล่าว ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวพยายามสัมภาษณ์ พ.ต.อ.จารุวัฒน์ สุริยาทิพย์ ผกก.สภ.แสนสุข แต่ พ.ต.อ.จารุวัฒน์โบกไม้โบกมือไม่ให้สัมภาษณ์เดินเลี่ยงหนีตลอด บอกเพียงว่า “พูดไม่ได้ต้องไปถามผู้การเท่านั้น”

ที่ห้องประชุม 303 สำนักงานอัยการสูงสุด ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกับนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีที่ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ให้นายธีระ หงส์เจริญ อธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงคลิปเสียงผ่านโซเชียลมีเดียมีเนื้อหาบุคคลอ้างเป็นอัยการบีบแตรรถเพื่อให้ตำรวจสายตรวจไปส่งที่ร้านลาบ ก่อนสายตรวจจะปฏิเสธเพราะมีภารกิจ แต่สุดท้ายตำรวจสายตรวจต้องกลับมาขอโทษ เนื่องจากไม่ทราบว่าเป็นอัยการจริงหรือไม่ ยิ่งทำให้อัยการคนดังกล่าวฉุนเฉียวตอบโต้ด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมถึงพฤติกรรมของอัยการคนดังกล่าว

ร.ท.สมนึกกล่าวว่า วันนี้นายธีระ หงส์เจริญ อธิบดีอัยการสำนักงาน ก.อ.แจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าว่า ได้พิจารณาคลิปเสียงที่เผยแพร่ในสื่อมวลชน ข้อมูลที่ปรากฏจากสื่อแล้ว รวมทั้งข้อความในเฟซบุ๊กของนายธนพล จูฑะเตมีย์ และพฤติกรรมในอดีต น่าเชื่อว่าเป็นคลิปเสียงพูดของนายธนพล จูฑะเตมีย์ อัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 1 ที่มีลักษณะคล้ายเมาสุรา เป็นคำพูดไม่เหมาะสมกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ การกระทำของนายธนพล จูฑะเตมีย์ ดังกล่าวเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัยฐานกระทำการที่อาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 64 ประกอบมาตรา 74 ซึ่งได้นำเรียนให้อัยการสูงสุดทราบเพื่อขอให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายวินัยพิจารณาดำเนินการทางวินัย โดยอัยการสูงสุดได้เห็นชอบและมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับนายธนพล จูฑะเตมีย์ แล้ว

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวว่า ส่วนการสอบสวนวินัยและผลของการลงโทษ ตามระเบียบว่าด้วยการสอบสวนที่เกี่ยวกับการพิจารณาการกระทำความผิดทางวินัยของข้าราชการฝ่ายอัยการ คณะกรรมการจะมีเวลาสอบสวนและรายงานให้อัยการสูงสุดทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการรับทราบคำสั่งแต่งตั้ง แต่หากครบ 30 วันแล้ว การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น สามารถขยายระยะเวลาได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน ส่วนการสอบสวนจะต้องประสานตำรวจและทหารที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบถามเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงชัดเจนหรือไม่ คณะกรรมการที่อัยการสูงสุดตั้งขึ้นมีหน้าที่จะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงทุกด้านมาพิจารณาถึงการกระทำดังนั้น จึงเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการว่าจะเรียกใครมาสอบบ้าง

“ส่วนนายธนพลทางทีมโฆษกฯยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ สุดท้ายผลการสอบสวนถ้าผิดต้องว่ากันไปตามที่ผิด ส่วนการพิจารณาเรื่องโยกย้ายประจำปีกรณีนายธนพลที่ถูกตั้งกรรมการสอบจะไม่ได้รับการโยกย้าย เนื่องจากตามระเบียบแล้วบุคคลใดที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอยู่จะไม่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายในตำแหน่งที่สูงสุดหรือแป้กนั่นเอง” โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าว

ร.ท.สมนึกกล่าวอีกว่า ทุกสังคมย่อมมีแกะดำปะปน แต่ว่าสังคมอัยการอยู่มา 100 กว่าปีแล้ว เจริญรุ่งเรืองและทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมาอย่างยาวนาน ถ้าหากมีกรณีที่คนใดคนหนึ่งทำให้เกิดความเสียหายจะถูกตัดออกไปจากสังคม ฉะนั้นสำนักงานอัยการสูงสุดโดยผู้บริหารทุกระดับพยายามดูแลตรงนี้ ในอดีตมีหลายคนที่ถูกลงโทษและออกจากราชการไป ปลาที่อยู่ในข้องเดียวกันบางครั้งตัวหนึ่งเน่าย่อมส่งกลิ่นไปกระทบกระทั่งปลาตัวอื่นด้วย พยายามเอาปลาที่เน่าออกจากข้องไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับประชาชน

ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายธนพลเคยถูกสอบสวนและลงโทษการกระทำผิดในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ที่มีอาการมึนเมาและใช้คำพูดไม่เหมาะสม เมื่อปี 2558 คณะกรรมการสอบสวนวินัยเห็นว่า ผิดวินัยไม่ร้ายแรง ฐานทำให้เสื่อมเสียแห่งการดำรงตำแหน่งหน้าที่อัยการประกอบกับคู่กรณีแจ้งต่อสำนักงานอัยการสูงสุดว่าไม่ติดใจ จึงลงโทษเป็นทัณฑ์บน การสอบสวนวินัยกรณีใหม่นี้คณะกรรมการจะนำผลการกระทำในปี 58 ดังกล่าวมาพิจารณาประกอบด้วย

“หากผลออกมาว่าเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 กำหนดการลงโทษไว้ 5 สถาน ในมาตรา 84 คือ ไล่ออก ปลดออก ให้ออก งดเลื่อนตำแหน่งหรืองดเลื่อนขั้นเงินเดือนและภาคทัณฑ์ หากพิจารณาโทษเห็นว่าเป็นการผิดวินัยไม่ร้ายแรงตามมาตรา 88 ระบุว่าผู้บังคับบัญชาเสนอคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ให้ลงโทษได้ตั้งแต่งดการเลื่อนตำแหน่ง งดเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี หรือภาคทัณฑ์หรือทำทัณฑ์บน” นายประยุทธกล่าว

นายประยุทธเผยอีกว่า ส่วนจะมีความผิดอาญาด้วยหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ปรากฏข้อมูลทุกอย่างต้องรอผลสอบสวน เท่าที่มีข้อมูลขณะนี้เป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสมทำให้เสื่อมเสียเกียรติแต่ข้อกล่าวหาทางอาญาข้อเท็จจริงยังไปไม่ถึงขณะนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุดทุกระดับรู้สึกไม่สบายใจ และไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอสื่อสารทางสังคมด้วยว่าเรื่องที่เกิดขึ้น อัยการได้ดูแลหลักสูตรของการเข้ามาเป็นอัยการทุกคนซึ่งจะสอนคนเป็นอัยการให้มีความสุภาพนอบน้อม ทั้งต่อประชาชนที่ติดต่อข้าราชการทั้งในและนอกกระบวนการยุติธรรมแต่ให้มั่นคงและแข็งแกร่งในภารกิจหน้าที่ที่จะอำนวยความยุติธรรมให้พี่น้องประชาชน

“นี่คือปณิธานที่แน่วแน่ของสำนักงานอัยการสูงสุดที่จะผลิตอัยการที่มีทั้งความรู้และความประพฤติที่เหมาะสม เมื่อเกิดเรื่องขึ้นทางผู้บริหารได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยทันที ยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นประเด็นความขัดแย้งระหว่างองค์กรอย่างแน่นอนเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวเพียงแต่ว่าผู้ที่กระทำนั้นมีตำแหน่งอัยการเท่านั้น” นายประยุทธกล่าว
ส่วน พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวีดิโอและข้อความในโลกออนไลน์ระบุว่ามี เสธ.ทหารเรือส่งทหารเรือ 3 นาย ไปนำตัวตำรวจสายตรวจแสนสุขที่มีปัญหากับชายที่อ้างเป็นอัยการมาขอโทษ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนกับสำนักงานอัยการสูงสุดจะต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป ส่วนที่มีบางเพจเผยแพร่ข้อความว่า เสธ.ทหารเรือที่ส่งลูกน้องไปคุมตัวตำรวจเป็นเสนาธิการทหารเรือนั้น นายทหารคนสนิทของ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ กล่าวยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง