บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลอต 2 พบอีก 27 วัด งบ ‘บูรณปฏิสังขรณ์’ จนท.พศ.ทุจริตเอง!

ปปป.ชงพงศ์พรฟัน

“ปปป.” แถลงผลสอบงบบูรณปฏิสังขรณ์วัดลอต 2 จำนวน 27 วัด เบื้องต้นไม่พบว่ามีพระเข้าไปเกี่ยวข้อง มีแต่เจ้าหน้าที่ พศ.และคนใกล้ชิดร่วมกันทุจริตกันมากว่า 10 ปี หลังจากนี้จะส่งไม้ต่อให้ พศ.ตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงดำเนินการต่อ ยันไม่ได้ถูกกดดันจนต้องส่งไม้ต่อ ด้าน “พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์” รับลูก แจง พศ.ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงควบคู่ไปอยู่แล้ว ถ้าเกี่ยวพันถึงใครดำเนินการหมด ทั้งพระ เจ้าหน้าที่ พศ. หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง วอนอย่าจุดประเด็นตรวจสอบเฉพาะวัดมหานิกาย สร้างความแตกแยกในวงการศาสนา “อสคพ.” เตรียมเข้าพบ ผอ.พศ. เรียกร้องหาคนปูดข้อมูลงบบูรณปฏิสังขรณ์วัดรั่วไหล

กรณีกองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดยุทธการปราบโกงวัดที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ ป.ป.ช.ไปแล้วชุดหนึ่ง และกำลังดำเนินการขยายผลผู้เกี่ยวข้อง หลังตรวจพบว่ามีวัดที่ร่วมทุจริตจำนวนมาก สร้างความเสียหายแก่รัฐถึง 60.5 ล้านบาท ขณะที่เรื่องเก่ายังตรวจสอบไม่เสร็จ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดประเด็นการตรวจสอบทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาทั่วประเทศขึ้นมาอีกตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจาก บก.ปปป.เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 11 ก.ค. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รอง ผบก.ปปป. พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปปป. และพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมสรุปสำนวนคดีทุจริตโกงเงินงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัดทั่วประเทศลอตที่ 2 พล.ต.ต.กมล เผยหลังการประชุมว่า วันนี้ ประชุมสรุปผลดำเนินการของแต่ละกองบังคับการ ที่แบ่งพื้นที่กันลงตรวจสอบตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัดลอตที่ 2 จำนวน 27 วัด มีหลายวัดเป็นพระอารามหลวง มีเจ้าอาวาสเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ หลังตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่พบว่า มีพระร่วมกระทำผิด พบแต่การกระทำของเจ้าหน้าที่พศ.และคนใกล้ชิดที่ทุจริตมานานกว่า 10 ปี และใช้วัดเป็นทางผ่านเงินเท่านั้น

“ทั้งนี้ การตรวจสอบการทุจริตงบบูรณปฏิสังขรณ์วัดลอต 2 มีผู้ต้องหาเพิ่มแน่ ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างรอบคอบรัดกุมก่อนแถลงต่อสื่อมวลชน ขอยืนยันว่าการทำงานของ บก.ปปป.คืบหน้าไปมาก แต่ที่ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เนื่องจากเสี่ยงกระทบต่อความเลื่อมใสศรัทธาของชาวพุทธ ขอให้มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด หลังจากนี้การขยายผลการตรวจสอบจะมอบหมายให้ พศ.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เมื่อพบผู้กระทำผิดจะส่งกลับมายัง บก.ปปป. และยื่นสำนวนให้ ป.ป.ช.ต่อไป กลุ่มบุคคลกระทำผิดอยู่ใน พศ.ทั้งหมด เพราะเริ่มต้นจากที่นั้น เชื่อมั่นว่า พศ.จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ขอย้ำว่าไม่ได้ถูกกดดันจนต้องโอนคดีให้ พศ.บก.ปปป.เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลสามารถตรวจสอบต่อไปได้” พล.ต.ต.กมลกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ทราบเบื้องต้นว่า ปปป.ยุติการสืบสวนเกี่ยวกับการทุจริตเงินทอนวัดต่างๆแล้ว หลังจากนี้จะมอบให้ พศ.สืบสวนข้อเท็จจริงวัดที่เหลือแทน จากนี้ พศ.จะดำเนินการตรวจสอบเรื่องทุจริตเงินทอน หากพบว่ามีพระสงฆ์เกี่ยวข้องจะส่งเรื่องไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองพิจารณาดำเนินการทางวินัย หากพบเจ้าหน้าที่ พศ.เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามขั้นตอนราชการ ส่วนความผิดอาญา พศ.จะส่งเรื่องให้ ปปป.พิจารณาโทษ ขณะนี้ พศ.ตรวจสอบอยู่แล้ว คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงลงพื้นที่อยู่

“ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า พศ.และ ปปป.ตรวจสอบวัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายอย่างเดียว ไม่ตรวจสอบวัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ทั้งที่ได้งบประมาณอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์เช่นเดียวกัน ผมไม่อยากให้สื่อหรือใครเข้าใจว่า ตรวจสอบแต่ฝ่ายมหานิกาย เพราะทำให้เกิดความแตกแยก จริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ต้องการตรวจสอบวัด แต่ต้องการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ พศ.ทำถูกหรือไม่ ปรากฏว่าไปโดนวัดด้วย วัดฝ่ายมหานิกายมีมากกว่าวัดฝ่ายธรรมยุต งบประมาณที่โอนไปส่วนใหญ่ไปลงที่วัดฝ่ายมหานิกายมากกว่า ขอยืนยันไม่มีการเลือกปฏิบัติ” พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าว

ขณะที่นายวิชัย ประเสริฐสุดศิริ ผู้ประสานงาน องค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา (อสคพ.) กล่าวว่า วันที่ 12 ก.ค. เวลา 10.00 น. ตนพร้อมคณะจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึง ผอ.พศ.ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พุทธมณฑล เพื่อสอบถามถึงการแสดงความรับผิดชอบกรณีมีข้อมูลราชการของ พศ. เผยแพร่ไปยังพระรูปหนึ่ง ใช้กล่าวหาโจมตีวัดทั้งฝ่ายธรรมยุตและมหานิกาย รวมทั้งมหาเถรสมาคม สร้างความเสียหายให้สถาบันพระพุทธศาสนาอย่างรุนแรง จึงต้องการสอบถามว่า พศ.จะดำเนินการเช่นไร และแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ อย่างไรด้วย