วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทิศทางดอกเบี้ยโลกเริ่มขาขึ้น คาดกระทบผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาว

บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น พร้อมมองหุ้นไทย และเกาหลี ยังน่าสนใจ เตือนระวังลงทุนตราสารหนี้ระยะยาว หลังสหรัฐฯ ยุโรป เริ่มส่งสัญญาณใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินน้อยลง

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนในตราสารทุน และตราสารหนี้ระยะยาว และเตรียมตัวกับภาวะดอกเบี้ยโลกขาขึ้น หลังจากธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายน้อยลง ซึ่งเร็วกว่าการคาดการณ์ของตลาด โดยคาดว่าจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาดหุ้นโดยรวม เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศขนาดใหญ่ยังคงความแข็งแกร่ง และชี้ถึงการขยายตัวในระดับที่ดีขึ้น ซึ่งยังเป็นภาพที่สนับสนุนการบริโภคและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ จากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเร่งตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าตั้งแต่ช่วงต้นปี เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการบริษัท รวมถึงทยอยสะสมหุ้นญี่ปุ่น หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ และคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ช่วยให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยทางบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรายังแนะนำให้ทยอยซื้อสะสมหุ้นของตลาดหุ้นไทย และเกาหลี จากแนวโน้มการค้าระหว่างประเทศฟื้นตัว ซึ่งทั้งสองประเทศมีสัดส่วนการส่งออกต่อ GDP ในระดับสูง นอกจากนี้ ไทยและเกาหลีมีการค้าเกินดุล และเงินสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง ส่งผลให้ค่าเงินบาทและเงินวอนมีเสถียรภาพ ทำให้ลดความกังวลของนักลงทุนต่างชาติจากความผันผวนของค่าเงิน

ขณะเดียวกัน แนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังกับตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงจากการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ย เช่น H-share และตลาดที่มูลค่าพื้นฐานสูง เช่น อินเดีย โดยให้ชะลอการลงทุนในตลาดหุ้น H-share เนื่องจากเป็นตลาดที่มีความผันผวนสูงกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และชะลอการลงทุนในตลาดอินเดีย เนื่องจากมูลค่าพื้นฐานแพงและการเข้าซื้อสะสมของนักลงทุนต่างชาติอยู่ในระดับสูง ทำให้ความเสี่ยงขาลงมีมาก หากนักลงทุนต่างชาติเทขายจากนโยบายการเงินตึงตัวในหลายประเทศ

สำหรับสินทรัพย์ทางเลือก แนะนำให้นักลงทุนมีทองคำในพอร์ตไว้บ้างเพื่อการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดหุ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ความผันผวนในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังจากธนาคารกลางหลายแห่งออกมาส่งสัญญาณลดความผ่อนคลายของนโยบายการเงิน คาดว่าการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ยังจำกัด เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ทำให้แรงกดดันต่อราคาทองคำลดลง

ส่วนน้ำมันแนะนำให้ทยอยซื้อสะสมน้ำมันจากสต๊อกน้ำมันดิบและแก๊สโซลีนในสหรัฐฯ ที่ลดลงต่อเนื่อง และมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้น้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน (Driving season) นอกจากนี้ คาดว่าความต้องการเพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรมจากสหรัฐฯ จีน และยุโรปยังขยายตัวต่อเนื่อง จากตัวเลขดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมที่ยังคงชี้ถึงการขยายตัวในระดับสูง