วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนฝนหนัก วันที่14-17ก.ค. ‘อยุธยา’ ทะลัก สี่แควนํ้าท่วม สกลนครอ่วม

ฝนถล่มหนักหลายพื้นที่ สกลนครอ่วมทะเลสาบหนองหารปริมาณน้ำใกล้จุดวิกฤติ เร่งระบาย ออกพื้นที่ 2 ตำบล จมบาดาลเสียหายกว่า 1 พันไร่ มวลนํ้ากัดเซาะตลิ่งและถนนขาดกว้าง 10 เมตร นครสวรรค์ฝนตกน้ำท่วมไร่อ้อยเสียหายกว่า 100 ไร่ ส่วนชาวนาเร่งนำกระสอบทรายบรรจุดินเหนียวกั้นตลิ่ง หลังปริมาณน้ำคลองเพิ่มสูง เมืองกรุงเก่า แม่น้ำน้อย ล้นตลิ่งทะลักท่วมกลางดึกสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้าน ขนย้ายทรัพย์สินไม่ทันเสียหายอื้อ อุตุฯเตือนเตรียมรับมือฝนตกหนักต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 17 ก.ค.

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วม เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายธนวัฒน์ ชัชวาลธาตรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด จ.สกลนคร เปิดเผยว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในทะเลสาบหนองหาร มีปริมาณความจุ 88 เปอร์เซ็นต์ หรือ 236 ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณกักเก็บ 266 ล้าน ลบ.ม. ต้องเปิดประตูระบายน้ำสุรัสวดี 3 บาน ที่ความสูง 220 ซม. เพื่อระบายน้ำออก 120 ลบ.ม.ต่อวินาที เตรียม รองรับน้ำฝนที่จะตกลงมาอีกใน 2-3 วันนี้ ส่งผลให้ พื้นที่ใต้ประตูระบายน้ำมีน้ำเพิ่มสูงและล้นตลิ่งไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ต.บ้านโพน อ.โพนนาแก้ว และ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ อยู่รอบทะเลสาบเสียหายกว่า 1 พันไร่

วันเดียวกัน นายเอกภพ โสภณ นายอำเภอโคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เข้าตรวจสอบเหตุตลิ่งกั้นลำน้ำก่ำ บ้านปาปอ หมู่ 8 ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ หลังถูกกระแสน้ำที่ระบายจากทะเลสาบหนองหาร กัดเซาะตลิ่งและถนนจนขาดกว้างกว่า 10 เมตร นายเอกภพเปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำชาก ภาครัฐแก้ไขขุดลอกลำน้ำก่ำและทำคันดินริมตลิ่งให้สูงขึ้น แต่ยังอยู่ในขั้นดำเนินการ ทำให้บางจุดคันดินยังไม่แข็งแรง และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

นายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาลำปาว อ.เมืองกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่าช่วงนี้มีฝนตกหนักส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่เขื่อนจำนวนมาก ขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บ 924 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 46 ของความจุ ขณะเดียวกันเพิ่มการระบายน้ำวันละ 5.25 ล้าน ลบ.ม. จากเดิม วันละ 4 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากยังมีฝนตกหนัก และ ฤดูฝนยังเหลืออีก 4 เดือน คาดว่าจะมีมวลน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง

ส่วน จ.ศรีสะเกษ เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน จนถึงรุ่งเช้า ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมถนนภายในหมู่บ้าน ชุมชนหนองยาง ซอยเจริญสุข หมู่ 6 ต.หนองครก อ.เมืองศรีสะเกษ ระดับน้ำสูงประมาณ 15 ซม. นานกว่า 2 ชั่วโมง หลังจากฝนหยุดตกระดับน้ำเริ่มลดจนเข้าสู่ภาวะปกติ เช่นเดียวกับ จ.นครสวรรค์ เกิดฝนตกหนักส่งผลให้น้ำท่วมขังไร่อ้อย หมู่ 15 ต.พระนอน อ.เมืองนครสวรรค์ จนได้รับความเสียหายกว่า 100 ไร่ ส่วนชาวนาในพื้นที่ ต.สายลำโพง อ.ท่าตะโก เร่งนำกระสอบบรรจุดินเหนียวมาวางกั้นริมตลิ่ง หลังระดับน้ำในคลองเพิ่มสูงเพื่อป้องกันน้ำไหลท่วมนาข้าว จ.ชลบุรี มีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.บางละมุง นานกว่า 1 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมถนนสุขุมวิท ถนนพัทยาสาย 3 และถนนเลียบชายหาด ระดับน้ำท่วมสูง 30-50 ซม. ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความลำบาก

นายทองสุข กิจปลื้ม อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 1 ต.บ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน 900 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับ น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองสาขาเพิ่มสูงขึ้น และล้นตลิ่งไหลท่วมบ้านของตนอยู่ริมแม่น้ำน้อยเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ทรัพย์สินและเครื่องมือการเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก นายเฉลิมชัย สระบัว ปลัดอำเภอเสนา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ อ.เสนา ประกอบด้วย ต.บ้านโพธิ์ ต.หัวเวียง ต.บ้านกระทุ่ม อ.สามกอ ต.บ้านแพน และต.รางจระเข้ ระดับน้ำท่วมสูง 50 ซม.-1.50 เมตร มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 100 ครัวเรือน ขณะนี้ประกาศให้ประชาชนขนย้ายทรัพย์สิน ไปไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว พร้อมสั่งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ เตรียมมาตรการป้องกันพื้นที่การเกษตรเพื่อไม่ให้ได้รับความเสียหาย

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วงนี้จนถึงวันที่ 13 ก.ค. ประเทศไทยยังมีฝนต่อเนื่องและจะมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 14-17 ก.ค. มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณทะเล อันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ที่อาคารบึงบอระเพ็ด ต.เกรียงไกร อ.เมืองนครสวรรค์ ทหารมณฑลทหารบกที่ 31 ค่ายจิรประวัติ และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมด้วยชาวนากว่า 200 คน ในพื้นที่ ต.ทับกฤช อ.ชุมแสง ต.วังมหากร ต.พนมเศษ อ.ท่าตะโก ร่วมหารือแก้ปัญหากรณีน้ำจากบึงบอระเพ็ดไหลท่วมพื้นที่นาข้าวของเกษตรกร 3 ตำบล จำนวนนับหมื่นไร่จนได้รับความเสียหาย จากการพูดคุยกลุ่มชาวนาต้องการให้เปิดประตูระบายน้ำ แต่น้ำจะไหลท่วมนาข้าวของนายจร เอมศร อายุ 48 ปี อยู่ในพื้นที่หมู่ 1 ต.หนองปลิง อ.เมืองนครสวรรค์ จำนวน70ไร่ มูลค่าความเสียหายกว่า 1 แสนบาท เบื้องต้นกลุ่มชาวนา 3 ตำบล ทำข้อตกลงร่วมกันจะจ่ายค่าชดเชยให้นายจร 1 แสนบาท เพื่อแลกกับการเปิดประตูระบายน้ำ ทำให้ทุกฝ่ายพอใจและแยกย้ายเดินทางกลับ