วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนฝนตกหนัก 11-17 ก.ค.นี้

กรมชลฯยันเขื่อนมีพื้นที่รับน้ำอื้อ-กรุงเทพฯไม่ท่วม

นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในช่วง 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 -17 ก.ค.60 นี้ จะมีฝนตกหนักในทุกพื้นที่ ของประเทศไทย ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ แบ่งเป็นช่วงวันที่ 11-13 ก.ค.60 มีฝนตกกระจายตัวประมาณ 40-60% ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนช่วงวันที่ 14-17 ก.ค.มีฝนตกหนัก 60-70% ของพื้นที่ทั้งหมด โดยมีปริมาณฝนตกมากกว่าช่วงเดียวกันของปี 59 ประมาณ 52%

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเขื่อนเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางของประเทศ มีปริมาณนํ้า 42,006 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือประมาณ 56% ของความจุอ่างเก็บน้ำ มีพื้นที่รองรับน้ำฝนเพื่อกักเก็บไว้ใช้อีก 44% หรือประมาณ 33,208 ล้าน ลบ.ม. ประกอบกับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำปีนี้มีปริมาณน้ำมากกว่าปีที่ผ่านมา 8,565 ล้าน ลบ.ม. กรมชลฯจึงขอยืนยันว่าจะมีน้ำให้เกษตรกรใช้ตลอดฤดูเพาะปลูก ส่วนน้ำท่วมขังจะมีแค่บางพื้นที่ โดยพื้นที่การเกษตรและกรุงเทพฯ ยังไม่ได้รับผลกระทบ

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า 4 เขื่อนหลักในลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน ป่าสักชลสิทธิ์ และภูมิพล มีปริมาณน้ำใช้การได้ 4,636 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปีที่ผ่านมา 3,000 กว่าล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็นเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำใช้การ 1,668 ล้าน ลบ.ม. แควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำใช้การ 369 ล้าน ลบ.ม. ป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำใช้การ 353 ล้าน ลบ.ม.และภูมิพล มีปริมาณน้ำใช้การ 2,226 ล้าน ลบ.ม. “ปัจจุบัน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยามีการระบายน้ำออกรวมกันวันละ 32 ล้าน ลบ.ม. แม้ช่วงนี้จะมีฝนตกติดต่อกัน โดยเขื่อนภูมิพลต้องระบายน้ำจากท้ายเขื่อนวันละ 5 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากตั้งแต่จังหวัดตากลงไปยังต้องใช้น้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศและน้ำเพื่อทำการเกษตร เพราะพื้นที่เหล่านั้นไม่มีฝนตก ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ต้องระบายน้ำวันละ 10-20 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากต้องช่วยสนับสนุนน้ำด้านท้ายเขื่อนใน จ.อุตรดิตถ์ จนถึงพิษณุโลก”

นอกจากนี้ กรมชลฯจะควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 850 ลบ.ม.ต่อวินาที เนื่องจากช่วง 7 วันต่อจากนี้จะมีฝนตกลงมาอีก ซึ่งจะเร่งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังให้เตรียมรับมือ.