วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ยันกองทัพไม่ต้องปฏิรูปแบบตำรวจ ย้ำมียุทธศาสตร์ระยะยาว

นายกฯ แนะ 3 แนวทางปฏิรูปตำรวจ ยันพร้อมพัฒนากองทัพ ให้นายพลช่วยงาน กอ.รมน. ลดอาวุธ-กำลังพล ตามสถานการณ์

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ว่า ได้ให้แนวทางการทำงานไป โดยให้รวบรวมความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ภาคประชาชน สื่อมวลชน พร้อมให้แนวทาง 3 หลักสำคัญในการปฏิรูปองค์กรว่า 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ควรอยู่กับหน่วยงานใด 2.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ว่ากฎหมายที่ตำรวจใช้ในการทำงาน เช่น การสอบสวน พิสูจน์หลักฐาน จะปฏิรูปจากเดิมที่มีปัญหาอยู่อย่างไร 3.การปฏิรูปบุคลากรว่า จะดูแลตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เท่าเทียมกัน ซึ่งมีหลายอย่างประกอบกัน เช่น งบประมาณ หากเป็นไปอย่างเหมาะสม ตำรวจก็จะไม่ต้องไปหาเงินด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง โดยเรื่องงบประมาณนี้จะต้องเกิดความชัดเจนว่าตำรวจจะได้จากส่วนใดบ้าง และจากนั้นคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจจะมีการประชุมเพื่อวางแผนงานกันอีกครั้ง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เสนอให้มีการปฏิรูปกองทัพเหมือนที่มีการปฏิรูปตำรวจว่า การปฏิรูปกองทัพคงไม่ใช่แบบเดียวกับการปฏิรูปตำรวจ แต่ต้องใช้คำว่าการพัฒนากองทัพ โดยกองทัพมียุทธศาสตร์อยู่แล้ว ทั้งยุทธศาสตร์ 10-15 ปี ว่าจะพัฒนาทั้งคนและอุปกรณ์อย่างไร ซึ่งวันนี้มีความจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยี โดยทั้งหมดนี้ต้องมีแผนพัฒนาในระยะยาว และอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

"อาวุธยุทโธปกรณ์วันหน้าเราอาจจะลดจำนวนให้น้อยลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ทั้งกล้อง อุปกรณ์การยิงระยะไกล ฯลฯ โดยไม่ต้องมาเสียเวลาซ่อม นอกจากนี้ยังต้องมองเรื่องการผลิตเอง ส่วนที่มองกันว่ามีตำแหน่งนายพลอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้เราก็จะเอามาทำงานให้ถูกต้อง โดยให้อยู่ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เพราะรัฐบาลจะเพิ่มบทบาทของ กอ.รมน.ให้มากขึ้น เพื่อทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้ผู้ว่าฯ มีลูกมือ โดยมีทั้งตำรวจ ทหาร อยู่ใน กอ.รมน.จังหวัดเพื่อทำงานด้านความมั่นคง ยุติความขัดแย้งในพื้นที่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการลดกำลังพลที่ผ่านมาก็ได้ทยอยลดลงตามลำดับปีละ 5-10% ตามสถานการณ์ ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะปลดออกหมด เพราะต้องคำนึงถึงบุคลากรที่กำลังจะเติบโตด้วย ตอนนี้บริหารบุคลากรตามภารกิจเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ก็ย่อมดีกว่าให้อยู่เฉยๆ โดยไม่มีอะไรทำ วันนี้ได้มีการจัดคณะทำงานหลายด้าน นอกจากนี้ยังต้องดูสายงานที่เกี่ยวกับการติดตามสอบสวนเพื่อให้เกิดความชัดเจน.