วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การเมืองต้องไม่มีอคติและทิฐิ

โดย หมัดเหล็ก

กรณีที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกดำเนินคดี โครงการรับจำนำข้าว ตามกฎหมายอาญามาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่จนทำให้เกิดความเสียหายกับรัฐ คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่ง พ.ร.บ.วิธีการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อยู่ในระหว่างการแก้ไขของ สนช. โดยให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้ มีโอกาสอุทธรณ์คดี ได้จากเดิมเป็นศาลชั้นเดียวที่พิจารณาม้วนเดียวจบ

คดีนี้เบื้องต้นคาดว่าจะมีการพิจารณาปิดคดีประมาณวันที่ 21 ก.ค.นี้ จากนั้นไม่น่าจะเกินเดือน ส.ค.ก็จะมีการตัดสินคดีออกมา ซึ่งกลายเป็นช่องว่างของการพิจารณาคดีนี้ ระหว่างวิธีพิจารณาคดีฉบับปัจจุบันที่ไม่สามารถจะร้องอุทธรณ์คดีได้ กับฉบับแก้ไขใหม่ที่สามารถจะร้องอุทธรณ์คดีได้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามทั้งหมดอยู่ที่พยานหลักฐานในคดี ซึ่งทีมทนายอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ได้ต่อสู้เพิ่มเติมโดยการไปยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ส่วนกรณีมีหลักฐานเพิ่มเติมอันจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งด้วยความเป็นธรรมแล้วผู้ถูกกล่าวหาก็จะต้องดิ้นรนต่อสู้ถึงที่สุด

เรื่องนี้ถูกลากมาเป็นเรื่องการเมืองจนได้ เมื่อฝ่ายที่ตามล้างตามเช็ดโครงการรับจำนำข้าว ออกมาตอบโต้แทนกระบวนการยุติธรรม ว่าเป็นความพยายามที่จะยืดเวลาในการพิจารณาคดีของฝ่าย อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ เป็นการนำเสนอพยานหลักฐานเพียงด้านเดียว สุดแล้วแต่จะวิพากษ์วิจารณ์กันไปตามเรื่องตามอคติส่วนตัว

ในมุมการเมืองแล้ว อคติทางการเมืองระหว่างกันคงไม่จบลงด้วยดี ต่อให้มีการเลือกตั้งอีกกี่รอบหรือยึดอำนาจอีกกี่ครั้ง การเมืองก็คงอยู่ในวังวนเดิมๆ พอการเมืองกระเพื่อม กระบวนการยุติธรรมก็กระเพื่อมไปด้วย ไม่ว่าจะตัดสินออกมาอย่างไรก็มีผลต่อมวลชนของทั้งสองฝ่าย

เพราะฉะนั้น กระบวนการยุติธรรม จึงต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาอย่างตรงไปตรงมาโดยปลอดจาก กระแสกดดันทางสังคม และต้องยึดตัวบทกฎหมายด้วยความโปร่งใส ชัดเจน ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด

แน่นอนว่า โครงการรับจำนำข้าว มีผลกับมวลชนในสังคมที่แบ่งแยกกันอย่างถาวร ส่วนหนึ่ง คนที่เป็นชาวเมือง ก็จะไม่เห็นด้วยกับโครงการรับจำนำข้าว คนที่เป็นชาวนา ก็ยังรอโครงการรับจำนำข้าว มีความหวังที่จะขายข้าวได้ราคาเกวียนละ 15,000 บาท

การตัดสินคดีก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติการเมืองต่อไป

ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก มีความเห็นจากอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พิชัย รัตตกุล มองการเมืองจากประสบการณ์ เมื่อรัฐธรรมนูญใหม่ออกมาแล้วเอื้อให้มี นายกฯจากคนนอก ก็ต้องยอมรับ ส่วนโมเดลการจัดตั้งรัฐบาล นักการเมืองต้องจับมือปรองดองประสานรอยร้าวให้ได้ เพื่อตั้งรัฐบาลที่ไม่มีทหารแต่ถ้าจับมือกันไม่ได้ก็ต้องยอมให้ ทหาร มาเป็นนายกฯ ในเงื่อนไขที่ว่าจะต้องเอาคนที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยกันบริหารบ้านเมืองตามโมเดลสมัยที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เคยทำเอาไว้ ถ้าจะใช้ทหารมาบริหารทั้งหมดบ้านเมืองจะไปไม่รอด.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th