วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปตำรวจ ปรับโครงสร้างยุบ สตช.

วันนี้ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธาน คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ผมขอเรียกสั้นๆว่า คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ก็แล้วกันนะครับ เรียกประชุมคณะกรรมการ 36 คนนัดแรก หลังจากที่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ จัดสรรปันส่วนให้ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.เป็นเลขานุการ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นโฆษก

การประชุมนัดแรกจะหารือกรอบการทำงานและตั้งคณะอนุกรรมการต่างๆ

เห็นรายชื่อ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ แล้ว ผมเชื่อว่าคงปฏิรูปอะไรไม่ได้มาก กรรมการฝ่ายตำรวจมีถึง 15 คน นำโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เหลือมี ทั้งตำรวจใหญ่ในปัจจุบันและอดีตนายตำรวจ น่าจะรวมตัวกันเหนียวแน่นกว่า กรรมการฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน ที่มาจากต่างทิศต่างทาง ไม่น่าจะฝ่าด่านตำรวจไปได้อย่างแน่นอน อย่าไปคาดหวังอะไรมากนัก

แนวทางการปฏิรูปตำรวจ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบให้กรรมการปฏิรูปไปเรียบร้อยแล้วใน 3 ประเด็นใหญ่

1.เกี่ยวกับองค์กร ให้ไปพิจารณาว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต้องสังกัดที่ใด กลับไปสังกัด กระทรวงมหาดไทย ไปอยู่ กระทรวงยุติธรรม หรือ ขึ้นกับจังหวัด หรือตั้งเป็น กระทรวงตำรวจ โครงสร้างที่มีอยู่ในปัจจุบันอะไรควรจะกระจายออกไป เช่น ตำรวจป่าไม้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจรถไฟ จะอยู่ที่เดิมหรือย้ายไปไหน

2.เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ให้ไปพิจารณาเรื่อง อำนาจสอบสวน จะอยู่อย่างเดิมหรือจะแยก การประสานระหว่างตำรวจ มหาดไทย และอัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

3.การบริหารงานบุคคล เรื่อง การแต่งตั้งโยกย้าย การคัดคนเข้ามาเป็นตำรวจ จะใช้ระบบใด หลักสูตรนักเรียนนายร้อยเหมาะสมทันสมัยหรือไม่ และการจัดสรรกำลังเพื่อสนับสนุนงานตำรวจ

ดร.วิษณุ แถลงด้วยว่า นายกฯได้เขียนสูตรการทำงานด้วยลายมือยาว 13 หน้ากระดาษ แบ่งออกเป็น 2–3–4 คือ 2 เดือนแรกให้คุยเรื่องปัญหาทั้งหมด อ่านงานวิจัยทั้งหมด 3 เดือนถัดไปยกร่างกฎหมายกำหนดกติกาให้เสร็จ 4 เดือนสุดท้ายรับฟังความเห็นและแต่งเติมส่วนที่บกพร่อง

เห็นนโยบายปฏิรูปตำรวจที่ ดร.วิษณุ แถลงแล้ว ผมก็นึกถึงคำพูดของ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ผมนำมาเขียนถึงวันก่อนว่า “การปฏิรูปอะไรก็ตาม จะไม่ใช่การปฏิรูป ถ้าไม่ปรับโครงสร้างและกฎหมายที่เป็นเครื่องตรึงโครงสร้าง...จะไม่มีการปฏิรูปเศรษฐกิจถ้าคุณไม่ปฏิรูปกฎหมายเศรษฐกิจ, จะไม่มีการปฏิรูปสังคม ถ้าคุณไม่ปฏิรูปกฎหมายสังคม, จะไม่มีการปฏิรูปการเมือง ถ้าคุณไม่ปฏิรูปกฎหมายการเมือง เพราะกฎหมายได้สร้าง โครงสร้าง ที่เรียกว่า Infrastructure ของเรื่องนั้น”

ผมขออนุญาตเติม อาจารย์บวรศักดิ์ ไปอีกข้อว่า “จะไม่มีการปฏิรูปตำรวจ ถ้าคุณไม่ปฏิรูปกฎหมายตำรวจ” ตราบใดที่ยังมี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทั่วประเทศขึ้นอยู่กับส่วนกลาง ตราบนั้น การซื้อขายตำแหน่ง ก็จะยั่งยืนตลอดไป ไม่ว่าจะย้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปขึ้นกับกระทรวงไหนก็ตาม

การปฏิรูปตำรวจ ตามนัยของ ดร.บวรศักดิ์ ควรจะมีการ แก้กฎหมาย เพื่อ ปรับโครงสร้างตำรวจ เช่น ยุบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้ว แบ่งตำรวจออกเป็น 2 ส่วน คือ ตำรวจส่วนกลาง ที่มีอำนาจสอบสวนจับกุมทั่วประเทศ และ ตำรวจท้องถิ่น ขึ้นกับผู้ว่าราชการจังหวัด ห้ามย้ายข้ามจังหวัด การซื้อขายตำแหน่งก็จะหายไปทันที

ถ้าไม่ปรับโครงสร้าง ทุกอย่างก็เหมือนเดิม เสียเวลาโดยไม่ได้ปฏิรูปอะไร.

“ลม เปลี่ยนทิศ”