วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ที่นี่เคยเตือนไว้แล้ว คน "อยากจน" มีเยอะ!

โดย ซูม

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” ของ “แม่ลูกจันทร์” คอลัมน์ฮิตประจำหน้า 1 ไทยรัฐ ทำให้ทราบว่า ล่าสุดของล่าสุด กระทรวงการคลังได้ส่งบัญชีรายชื่อผู้ลงทะเบียนคนจนทั่วประเทศ 14 ล้านคน ให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นเสร็จแล้ว

พบว่าผู้ที่ไม่มีฐานะยากจน แต่ “มั่วนิ่ม” ไปลงทะเบียนคนจน หวังรับสวัสดิการสารพัดแจกจากรัฐบาลจำนวนมากถึง 7 แสนคน

แถมยังตรวจเจอ “บัญชีผี” คือ มีรายชื่อแต่ไม่มีตัวคน เพราะใช้ชื่อคนตายไปลงทะเบียนแหกตาอีกกว่า 4 หมื่นราย

ทำให้จากยอด 14 ล้านคน กระทรวงการคลังสามารถตัดรายชื่อออกไปได้ 7.4 แสนคน ช่วยเซฟเงินหลวงที่จะต้องจ่ายได้อย่างมหาศาล

ส่วนผู้ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเบื้องต้น ซึ่งจะมี 13 ล้านคนเศษๆก็จะได้รับ “บัตรคนจน” ไปรูดปื๊ดภายในไม่เกิน 2 เดือนจากนี้

ผมอ่านข้อเขียนชิ้นนี้แล้ว ก็อดนึกถึงข้อเขียนเก่าๆที่ผมเคยเขียนเตือนกระทรวงการคลังเอาไว้เมื่อหลายเดือนก่อนเสียมิได้

ที่ผมบอกต้องระวังเอาไว้ว่าเมืองไทยเรานี้จะมีทั้งคน “ยากจน” และ “อยากจน” คือมีทั้งคนจนจริงๆกับคนที่จนไม่จริง แต่อยากจนหรือแกล้งจน เพื่อหวังสิทธิประโยชน์ในการช่วยเหลือต่างๆอยู่เสมอๆ

สมัยป๋าเปรมเป็นนายกฯ ทางสภาพัฒน์เคยจัดอันดับอำเภอยากจนทั่วประเทศ เพื่อจะดูว่ามีอำเภอยากจนต่ำกว่ามาตรฐานตามดัชนีที่ตั้งไว้กี่มากน้อย จะได้วางแผนช่วยเหลือถูก

ปรากฏว่า ตัวเลขออกมาประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนอำเภอใน พ.ศ.ดังกล่าว ซึ่งปรากฏว่า สภาพัฒน์ที่ปรารถนาดีหวังแบ่งอำเภอยากจนออกมาจะได้ช่วยง่ายๆ กลับถูกสวดกระหึ่มจากจังหวัดและอำเภอที่ไม่ยากจนจากตัวเลขที่วัดทั่วประเทศ

หาว่าเอาตัวเลขอะไรมาวัด? วัดกันยังไง? ของอำเภอฉันยากจน ชัดๆ มาหาว่าไม่ยากจน

มิไยสภาพัฒน์จะตอบไปว่า ก็เอาจากตัวเลขที่มีอยู่บนอำเภอของคุณนั่นแหละ คุณขึ้นกระดานไว้ว่า เรื่องเกษตรเป็นอย่างไร เรื่องอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร การศึกษาเป็นอย่างไร ฯลฯ ก็คัดลอกมาตรงๆไม่ได้ไปเอาตัวเลขที่ไหนมาเลย

แต่อำเภอไม่ยากจนก็ยังไม่ยอม มีการร้องทุกข์ มีการอุทธรณ์ต่างๆ นานา จนเกิดคำพูดว่า “ไม่จน” แต่ “อยากจน” ขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.นั้น

ซึ่งมองอีกมุมก็เป็นเรื่องที่ดี แสดงถึงความกระตือรือร้น อยากทำงานของนายอำเภอไม่จนในยุคโน้น เกรงว่าจะตกสำรวจ จึงต้องร้องขอมาเป็นอำเภอยากจนกับเขาบ้าง

ผมก็เอาสำนวน “อยากจน” มาเล่าและบอกกระทรวงการคลังว่า ต้องตรวจสอบให้ดีๆ เพราะคราวนี้จะต้องมีคนอยากจนเข้ามากันเยอะ

ยิ่งบอกว่าจะได้รับสิทธิ์ได้รับสวัสดิการโน่นนี่ด้วย จะต้องอยากจนกันมากขึ้นอย่างแน่นอน

ก็ต้องขอขอบคุณที่ได้มีการตรวจสอบและสามารถกลั่นกรองคัดคนไม่จนแต่อยากจนออกไปได้ถึง 7 แสนกว่าคน ดังที่กระทรวงการคลังแถลง

ลึกๆในใจผมยังเชื่อว่าอาจมีมากกว่านี้ เพราะให้กระทรวงมหาดไทย เป็นฝ่ายเช็ก หรือตรวจสอบ อาจจะมีการตกหล่นอีกได้...ในความคิดของผมน่าจะมีพวกมั่วนิ่มไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน

แต่ก็เอาเถอะ สกัดได้ถึง 7 แสนกว่าคนก็ยังดี สามารถทุ่นเงินแจกฟรีจากภาษีของประชาชนด้วยกันเองไปได้เยอะ

เรื่องจริงเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนไทยเราที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ที่คิดเอาเปรียบคนไทยและสังคมไทยยังมีอีกมาก จะต้องระมัดระวังกันต่อไปในทุกๆเรื่อง

อย่างที่เขาบอกว่า การพัฒนาประเทศไทยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่สังคมแย่ลงนั้นเป็นเรื่องจริงพอสมควรทีเดียว

ในแง่เศรษฐกิจทำท่าจะไป 4.0 กันแล้ว แต่ในแง่สังคมทำท่าจะถอยหลังไป 0.4 เสียก็ไม่รู้ เพราะยังเต็มไปด้วยคนขี้โกง คนคอร์รัปชัน คนทำผิดกฎหมาย คนเอาเปรียบสังคมและเพื่อนมนุษย์อื่นๆ

ดูเถอะแม้แต่เงินที่รัฐบาลอยากจะช่วยคนจนจริงๆเท่านั้น ยังมีคนจนไม่จริงมาขอแบ่งปันถึง 7 แสนคน...ดีนะเนี่ยที่กระทรวงการคลังเขาจับไต๋ได้ซะก่อน...เฮ้อ!

“ซูม”