วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โบรกเกอร์ ให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มส่งออก รับแรงหนุนเงินบาทอ่อนค่า

บล.เคทีบี มองหุ้นกลุ่มส่งออกน่าสนใจ ได้แรงหนุนจากเงินบาทอ่อนค่า พร้อมมองปัจจัยกดดันเรื่องการลด QE ธนาคารกลางต่างๆ ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม 

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ (11 ก.ค.) ว่า ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาดีเกินคาด นักลงทุนกำลังปรับพอร์ตรับการขึ้นดอกเบี้ย และลดการทำ QE หรือนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางอื่นๆ (ยกเว้นญี่ปุ่น)

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลยุโรปและรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ 26 มิ.ย.เป็นต้นมา (US Gov. 30 yrs Bond Yield สูงขึ้นถึง 0.20%) แรงขายพันธบัตร มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยอยู่บ้าง แต่น่าจะได้เห็น คือ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เรามองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออก ที่หุ้นกลุ่มนี้ได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอยู่แล้ว ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ น่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ $43-50 เหรียญ จนกว่าภาวะ oversupply จะเริ่มลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับต่ำเรามองเป็นบวกต่อผู้ผลิตปิโตรเคมีขั้นต้นหรือสายการบิน

ส่วนผลประชุม G-20 ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นไทย คือ สหรัฐฯ ลดการใช้มาตรการภาษีนำเข้าเหล็ก และอลูมิเนียมต่อออสเตรเลีย น่าจะลดแรงกดดันต่อสินค้าทั้งสองตัว และสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากความตกลงปารีส ว่า ด้วยปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ โดยรวมๆ แล้วผลออกมาดีต่อตลาด และสัปดาห์นี้น่าจะเห็นมาตรการตอบโต้เกาหลีเหนือบางอย่างออกมา

สำหรับ ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ อาจเห็นการรีบาวน์ของตลาดหลังผ่านวันหยุดมาแล้ว แต่การปรับพอร์ตของนักลงทุนรับการลด QE ผสมกับแรงขายหุ้นในตลาดต่างประเทศ รวมทั้งราคาน้ำมันดิบลดลง และสถานการณ์เกาหลีเหนือ จะทำให้ทิศทางตลาดยังมีความเสี่ยงขาลงอยู่ โดยเฉพาะถ้าหลุดแนวรับสำคัญลงไป ในด้านเทคนิค แนวรับแรกของดัชนีฯ ที่สำคัญ 2 จุด คือ 1,566 และ 1,553 จุด ส่วนแนวต้านของสัปดาห์นี้ เราให้ไว้ที่ 1,583 จุด

"ด้วยตัวแปรในต่างประเทศที่ยังกดดันตลาดหุ้น ส่วนปัจจัยบวกในประเทศรับรู้มาระดับหนึ่งแล้ว กลยุทธ์ลงทุนจึงต้องเลือกทั้งสองด้านคือ ลดพอร์ตหุ้นที่ราคามีแนวโน้มลงต่อ หรือรอจังหวะซื้อหุ้น เมื่อดัชนีฯ มีการฟื้นตัว เนื่องจากเรามองว่า upside ของดัชนีฯ นั้นมีไม่มากนัก คือโอกาสผ่าน 1,590 ยังยากเพราะปัจจัยบวกไม่มากพอ นักลงทุนควรเพิ่มการถือเงินสดให้มากขึ้น ในระดับ 30-40%"

ส่วนหุ้นกลุ่มที่มีแนวโน้มบวกสัปดาห์ เราให้ความสนใจกับ หุ้นกลุ่มส่งออก หุ้นงบ 2Q ที่คาดจะออกมาดี และหุ้นมีข่าวบวก (เก็งกำไรช่วงสั้น) สำหรับหุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุนในวันนี้ อาทิ HANA, SINGER, MTLS, BPP, PTTGC, TMT หุ้นแนะนำเชิงเทคนิค PTG, SCI, AMA