วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กู้ได้อีกบาน

เพราะรัฐบาล คสช.ขยันใช้จ่ายเงินกระตุ้นเศรษฐ-กิจ และอัดฉีดลงทุนโครงการต่างๆมากกว่า เยอะกว่า ทุกรัฐบาลที่ผานมา

ทำให้งบรายจ่ายติดลบตัวแดง 3 ปีติดต่อกัน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีโครงการเมกะโปรเจกต์ใหม่ๆเข้าคิวรอรับการอัดฉีดอีกบานตะเกียง

การที่รัฐบาลนายกฯบิ๊กตู่ต้องกู้เงินมาลงทุนมากเป็นประวัติการณ์ ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นๆ อาจกระทบกรอบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งกำหนดให้รัฐบาลก่อหนี้ได้ไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า ยอดหนี้สาธารณะปัจจุบันอยู่ที่ 6 ล้านล้านบาท

หรือ 42 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี

ยังเหลือช่องหายใจให้รัฐบาลก่อหนี้สาธารณะเพิ่มได้อีก 8 เปอร์เซ็นต์

ถ้าคำนวณเป็นตัวเลขรัฐบาลยังกู้เงินเพิ่มอีกไม่เกิน 4.8 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้ยอดหนี้สาธารณะชนเพดาน 50 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีพอดีๆ

ปัญหาคือ รัฐบาลต้องการเร่งลงทุนโครงการใหญ่ๆหลายโครงการ พร้อมกัน

การจะกู้เพิ่มอีก 4.8 แสนล้านบาท อาจน้อยเกินไป

รัฐบาลจะก่อหนี้เพิ่มขึ้นอย่างไร โดยไม่กระทบกรอบวินัยการเงินการคลัง และยอดหนี้สาธารณะไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ??

ถ้าแก้ปัญหานี้สำเร็จ...รัฐบาลก็จะเดินหน้ากู้เงินโครงการต่างๆได้อย่างสะดวกโยธิน

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่า ล่าสุด กระทรวงการคลังมีแผนแก้ปัญหานี้เป็น 2 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรกคือ ขยับเพดานหนี้สาธารณะจาก 50 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ขึ้นไปเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี

การขยับเพดานหนี้สาธารณะขึ้นไปที่ 60 เปอร์เซ็นต์ ทำให้รัฐบาล สามารถกู้เงินก้อนใหญ่ไปลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ได้อีก 18 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี

สามารถก่อหนี้สาธารณะเพิ่มได้อีกเกิน 1 ล้านล้านบาท โดยไม่ กระทบกรอบวินัยการคลัง

ขั้นตอนที่ 2 คือ แก้ไข พ.ร.บ.หนี้สาธารณะให้เกิดความคล่องตัว

คือให้นับเฉพาะหนี้เงินกู้ของรัฐบาลโดยตรง และเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังบริหารจัดการ

พูดง่ายๆ หนี้สาธารณะต้องเป็นหนี้ เงินกู้ที่รัฐบาลกู้มาใช้เอง รวมทั้งหนี้รัฐ-วิสาหกิจที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน

ส่วนหนี้ประเภทอื่นไม่ให้นับเป็นหนี้สาธารณะอีกต่อไป

โดยเฉพาะหนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งอุ้มกระเตงอยู่อีก 4 ล้านล้านบาท ห้ามนับรวมเป็นหนี้สาธารณะของรัฐบาลทุกกรณี

เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ใช่หน่วยราชการ รัฐบาลจึงไม่ต้องรับผิดชอบหนี้แบงก์ชาติให้พะรุงพะรัง

ในเมื่อเป็นหนี้ของแบงก์ชาติ ก็ประเคนให้แบงก์ชาติเป็นผู้รับผิด ชอบเอง

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่า การแก้ไข พ.ร.บ.หนี้สาธารณะฉบับนี้ น่าจะถูกใจรัฐบาลอย่างแน่นอน

เพราะทำให้หนี้สาธารณะก้อนเล็กลงเห็นทันตา

ทำให้รัฐบาลหายใจคล่องคอ ใช้จ่ายเงินงบประมาณได้คล่องมือ โดยไม่ต้องวิตกกังวลว่าการกู้เงินเพิ่มขึ้นๆ จะกระทบกรอบวินัยการเงินการคลัง

“แม่ลูกจันทร์” ไม่ห่วงที่รัฐบาลกู้เงินลงทุนมากมาย

ห่วงอย่างเดียว...อย่าให้มีเก๋าเจี๊ยะก็แล้วกัน.

“แม่ลูกจันทร์”