บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาเร็วเหนือเสียง เครื่องบินไอพ่นใหม่ ที-50 ฝูงบินเกาหลี แห่งทัพฟ้าไทย

ภาพจาก Korea Aerospace Industries

เป็นอันว่ากองทัพอากาศไทยกำลังจะมีเครื่องบินฝึกขั้นสูงใหม่ครบฝูงแน่นอน หลังบิ๊กป้อมเตรียมนำโครงการจัดหา เครื่องบิน T-50TH จำนวน 8 เครื่องวงเงินราว 8 พันล้าน เข้า ครม.โดยก่อนหน้านี้ซื้อแล้ว 4 ลำ เผยสเปคนี้ สหรัฐฯ ก็เล็งอยู่...

กลับมาเป็นกระแสเรียกเสียงฮือฮา และ ทำให้ตลาดเครื่องบินรบกลับมาคึกคัก เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เผยว่า จะนำโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ รุ่น T-50TH (ที-50 ทีเอช) จำนวน 8 เครื่อง จากบริษัท Korea Aerospace Industries : KAI จากประเทศเกาหลีใต้ ที่มีวงเงินประมาณ 8,889 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณผูกพัน 3 ปีของกองทัพอากาศ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขอมติอนุมัติจัดซื้อ ที่เป็นการจัดหาระยะที่ 2 หลังจากที่ 2 ปีก่อน มีการอนุมัติจัดซื้อไปแล้ว 4 เครื่องในระยะที่ 1 โดยมีเป้าหมายจะจัดหารวมทั้งหมด 16 เครื่อง หรือ 1ฝูงบิน โดยจะมีระยะที่ 3 อีก 4 เครื่องตามมาในภายหลัง ทั้งนี้ ที-50 จะเข้ามาทดแทน เครื่องบินฝึกขับไล่ไอพ่นแบบ แอล-39 ที่ใช้มานานกว่า 20 ปี

สำหรับ ที-50 มีชื่อเรียกว่า โกลเด้นอีเกิล (T-50 Golden Eagle) หรือ อินทรีทอง เป็นเครื่องบินฝึกขั้นสูงความเร็วเหนือเสียง และเครื่องบินโจมตีเบา ของเกาหลีใต้ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยบริษัทอุตสาหกรรมอวกาศเกาหลี (KAI) ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน ของสหรัฐอเมริกา ในการออกแบบ และสร้างขึ้น และยังเป็นหนึ่งในเครื่องบินฝึกไม่กี่แบบในโลกที่มีความเร็วเหนือเสีย เริ่มพัฒนาขึ้นในช่วงปี 2540 เป็นต้นมา บินครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2545 และเริ่มประจำการในกองทัพอากาศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2548

พื้นฐานการออกแบบเครื่องบิน ที-50 มีโครงสร้างและการจัดระบบต่างๆ ส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 เนื่องจากเกาหลีใต้มีประสบการณ์ในการสร้าง เอฟ-16 ใช้เอง หรือที่เรียกว่า  KF-16 ภายใต้สิทธิบัตรการผลิตจากล็อกฮีดมาร์ติน ปัจจุบันได้รับการพัฒนาออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่ T-50 (ฝึกไอพ่นขั้นสูง) รุ่น TA-50 (ฝึกขับไล่ขั้นสูงและโจมตีขนาดเบา) และรุ่น FA-50 (โจมตีขนาดเบา) โดยที-50 จะติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนแบบ General Electric F404 (แบบเดียวกับเครื่องบินขับไล่กริพเพน) ให้กำลังขับ 11,700 ปอนด์เมื่อใช้สันดาปท้าย โดยในรุ่นที่ติดอาวุธ จะติดปืนใหญ่อากาศขนาด 20 มม.ลำกล้องหมุนแบบ M61A1 จำนวน 1 กระบอก และสามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถี อากาศสู่อากาศ แบบ AIM-9 Sidewinder และ AIM-120 AMRAAM อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นแบบ AGM-65 Maverick และ KEPD 350K-2 รวมทั้ง ระเบิดไม่นำวิถี สำหรับการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน

ปัจจุบันมีประจำการในกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี, กองทัพอากาศอินโดนีเซีย, กองทัพอากาศฟิลิปปินส์, กองทัพอากาศอิรัก และกำลังดำเนินการผลิตเพื่อส่งมอบให้กองทัพอากาศไทย (คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2560 แต่จะได้รับในปี 2561) นอกจากนี้ ที-50 ยังเคยได้รับการพิจารณา และได้รับความสนใจจากกองทัพอากาศอีกหลายชาติ อาทิ สวิสเซอร์แลนด์ ยูเออี บรูไน ปากีสถาน เวียดนาม ไต้หวัน อาเจนตินา และมาเลเซีย เป็นต้น

ที่สำคัญ ขณะนี้ T-50 อยู่ในการเสนอในโครงการ T-X program เครื่องบินฝึกขั้นสูงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เพื่อทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่นแบบ ที-38 ทาลอน ที่ใช้มากว่า 40 ปีอีกด้วย ภายใต้การนำเสนอโดยล็อกฮีดมาร์ติน ผู้ผลิตเครื่องบินขับไล่สเตลธ์ อย่าง เอฟ-22 แรพเตอร์ และ เอฟ-35 ไลท์นิ่ง ทู โดยเป็น 1 ในตัวเลือกที่น่าจับตา.