วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ป.ช.สั่งพาณิชย์แจงด่วนหลังพบทุจริตขายมันจีทูจีเคสใหม่เสียหาย700ล้าน

ป.ป.ช.สั่งก.พาณิชย์ แจงข้อมูลหลังพบทุจริตขายมันจีทูจีเคสใหม่ ยันเป็นต้นแบบทุจริตจีทูจีข้าวรัฐบาลที่ผ่านมา ทั้งใช้บริษัทจีนปลอมเข้ามาทำสัญญา ขายหน้าโกดัง มอบอำนาจให้บริษัทไทยขนย้ายมันออกจากโกดัง และส่งออกแทน แต่กลับไม่ส่งออกจริง นำมาเวียนขายในประเทศ ฟันกำไรส่วนต่างมหาศาล หนำซ้ำขนมันออกจากโกดังโดยไม่จ่ายเงิน ทำรัฐเสียหายกว่า 700 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์จัดส่งข้อมูลการขายมันสำปะหลังเส้นในสต๊อกรัฐบาลเมื่อปี 54 หลังจากตรวจสอบพบว่า มีการทุจริตเกิดขึ้นจากการขายในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยพบว่า มีบริษัทไทยรายหนึ่ง ได้ติดต่อขอซื้อมันสำปะหลังเส้นจากสต๊อกรัฐ โดยอ้างว่ามีสัญญาจีทูจีกับบริษัทจีนปริมาณ 400,000 ตัน มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลสมัยนั้นได้ขายมันเส้นในสต๊อกให้ แต่บริษัทกลับไม่ได้นำไปส่งออกจริง แต่ได้นำกลับมาเวียนขายในประเทศได้กำไรส่วนต่างจำนวนมาก

สำหรับรูปแบบการทุจริตที่ตรวจสอบพบคือ บริษัทจากจีน ที่บริษัทไทยรายดังกล่าวอ้างว่า ได้ทำสัญญาด้วยนั้น ไม่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลจีนให้เป็นผู้ซื้อมันสำปะหลังจากไทย ซึ่งตามหลักการซื้อขายแบบจีทูจีกับจีน จะต้องซื้อขายผ่านรัฐวิสาหกิจของจีน เช่น คอฟโก หรือบริษัทที่รัฐบาลจีนมอบอำนาจเท่านั้น โดยหลังจากได้ทำสัญญากันแล้ว บริษัทจีนได้มอบหมายให้บริษัทไทย ซึ่งเป็นคู่สัญญา เป็นผู้รับมอบสินค้าและส่งออกแทน โดยใช้วิธีขายหน้าคลังสินค้า (X Warehouse) แต่จากการที่ป.ป.ช.ตรวจสอบ พบว่า บริษัทไทยไม่ได้ส่งออกมันเส้นดังกล่าว แต่กลับนำมาเวียนขายในประเทศ เพราะราคามันเส้นขณะนั้นอยู่ที่ประมาณกิโลกรัม (กก.) ละ 8 บาท แต่รัฐบาลขายให้เฉลี่ยที่กก.ละ 5 บาทเท่านั้น

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังได้ตรวจสอบพบการทุจริตในการขนย้ายมันเส้นอีกด้วย โดยบริษัทดังกล่าว ได้ขนย้ายมันเส้นออกจากโกดังที่รัฐบาลฝากเก็บ ทั้งๆ ที่ L/C หมดอายุ โดยขนย้ายออกไปได้ประมาณ 100,000 ตัน ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐประมาณ 700 ล้านบาท ซึ่งป.ป.ช. ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศว่า หลังจากที่ตรวจสอบพบ ได้สั่งการให้หยุดขน ทำให้เอกชนรายดังกล่าวไม่พอใจ และได้ฟ้องร้องกรมการค้าต่างประเทศในข้อหาขายมันสำปะหลังไม่ตรงตามสัญญา ซึ่งในประเด็นนี้ ป.ป.ช.ได้รับการชี้แจงจากกรมการค้าต่างประเทศว่า กรมฯได้ขายมันเส้นตามสภาพ และบริษัทรายนี้ได้รับรู้สภาพของสินค้าเป็นอย่างดีแล้ว และล่าสุด กรมฯได้ฟ้องกลับบริษัทดังกล่าว โดยเรียกค่าเสียหายจากบริษัทรวม 3,000 ล้านบาท ขณะนี้เรื่องอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า รูปแบบการขายจีทูจีครั้งนี้ ป.ป.ช. มองว่า เป็นต้นแบบของการทุจริตการขายข้าวจีทูจีในยุคต่อมา ทั้งการใช้บริษัทจีนที่ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ และไม่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลกลาง การขายหน้าโกดัง และการมอบอำนาจให้บริษัทบางรายเป็นผู้มีอำนาจในการขนสินค้าออกจากโกดัง สำหรับกรณีการทุจริตขายมันจีทูจีครั้งนี้ ป.ป.ช.จะตรวจสอบว่า มีบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอีกหรือไม่ ทั้งรัฐบาลในขณะนั้น หน่วยงานรัฐทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง อดีตรมว.พาณิชย์ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ขององค์การคลังสินค้า (อคส.) รวมถึงภาคเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น เจ้าของโกดัง ที่รัฐเช่าฝากเก็บมันเส้น ซึ่งหากได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว จะดำเนินการชี้มูลความผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป.