วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมกาบีบไทย แก้ปัญหา-อุปสรรคทางการค้า ก่อน 'บิ๊กตู่' ไปเยือน

สหรัฐฯ จี้ไทยแก้ปัญหา-อุปสรรคทางการค้าให้ได้ ก่อน “บิ๊กตู่” ไปเยือน ทั้งโอทีที ยกเลิกห้ามนำเข้าหมูมีสารเร่งเนื้อแดง-สัตว์ปีก เปิดตลาดเครื่องในวัว “พาณิชย์” เตรียมแจงปราบของเถื่อน 6 ตลาด คืบหน้ามาก... 

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ก่อนการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ต้องการให้ไทยแก้ปัญหาทางการค้าระหว่างกันก่อนการพบปะกันของนายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยประเด็นที่ยูเอสทีอาร์ต้องการความคืบหน้า ได้แก่ การควบคุมบริการสื่อสาร และแพร่ภาพ และเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต (โอทีที) ซึ่งไทยควรปรึกษาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนบังคับใช้, สารเร่งเนื้อแดง (แรคโตพามีน) ที่ไทยห้ามนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารนี้จากสหรัฐฯ แต่ยูเอสทีอาร์ต้องการให้ทำตามมาตรฐาน Codex (โครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ) ที่อนุญาตให้ใช้สารนี้ได้, การอุดหนุนสินค้าข้าว ซึ่งต้องการให้สอดคล้องกับองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) และการเปิดตลาดเนื้อสัตว์ปีก เนื้อไก่ตุรกี

ส่วนประเด็นที่ต้องการความคืบหน้าภายในวันที่ 7 พ.ย.นี้ ช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปค) เช่น การประเมินค่าปรับศุลกากร เพื่อหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ที่ขัดแย้ง, ยกเลิกห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดง, การเปิดตลาดเครื่องในวัวจากสหรัฐฯ

ด้านนางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องโอทีที ยูเอสทีอาร์เข้าพบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกระทรวงพาณิชย์แล้ว โดยต้องการให้ กสทช.หารือกับทุกฝ่ายก่อนการจัดระเบียบโอทีทีมีผลบังคับใช้ ซึ่งคณะกรรมการ กสทช. ได้ทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวใหม่แล้ว ส่งผลให้เฟซบุ๊ก และยูทูบ ผู้ให้บริการโอทีทียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ไม่ต้องขึ้นทะเบียนตามกำหนดวันที่ 22 ก.ค.นี้

ส่วนการยกเลิกห้ามนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดง และสัตว์ปีก ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภค ขณะที่การอุดหนุนข้าว รัฐบาลนี้ไม่ได้แทรกแซงราคา แต่ช่วยเหลือด้านลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งไม่ผิดดับบลิวทีโอ

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ตัวแทนรัฐบาลไทย นำโดยกระทรวงการต่างประเทศ จะไปสหรัฐฯ วันที่ 16-22 ก.ค.นี้ เพื่อหารือยุทธศาสตร์และความร่วมมือกับสหรัฐฯ โดยประเด็นหนึ่งที่สหรัฐฯ ต้องการความคืบหน้าคือ การปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ใน 6 ตลาดหลักให้หมด เช่น มาบุญครอง, ตลาดโรงเกลือ, ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ, คลองถม, บ้านหม้อ และตลาดนัดจตุจักร คาดว่าจะเห็นผลชัดเจนเดือนนี้ และอาจทำให้ยูเอสทีอาร์ทบทวนสถานะไทยด้านทรัพย์สินทางปัญญานอกรอบ หรือภายในปีนี้ และอาจเลื่อนให้ดีขึ้นมาอยู่บัญชีประเทศถูกจับตามอง (ดับบลิวแอล) จากที่อยู่บัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ต่อเนื่องมา 10 ปี.