บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมาทีไรเป็นได้เรื่อง ก.อ.เรียกสอบอัยการกร่าง เผยคนเดิมเคยถูกดองมาแล้ว

ก.อ.เตรียมเรียกอัยการกร่างมาสอบ หลังพบว่าเป็นคนเดียวกับคลิปเมาที่บึงกุ่ม เมื่อปี 58 ชี้รอบนี้เจอวินัยหนักกว่าเดิม มีสิทธิโดนดองความก้าวหน้าราชการยันเกษียณ ขณะเจ้าตัวปิดโทรศัพท์เงียบ ติดต่อไม่ได้...

วันที่ 10 ก.ค. นายธีระ หงส์เจริญ อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวถึงเรื่องได้รับแต่งตั้งเป็นประธานสอบกรณีคลิปอัยการกร่าง ด่าตำรวจสายตรวจที่ชลบุรี ว่า ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการรวบรวมหาข้อมูล หลักฐาน ที่เชื่อถือได้ และพอจะบ่งชี้ว่าบุคคลในคลิปดังกล่าวเป็นใคร โดยขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอย่างอื่นส่งเข้ามานอกจากคลิปที่ปรากฏ

เมื่อถามว่าคลิปที่ปรากฏที่อ้างว่าเกิดที่บางแสนนั้นมีการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นอัยการคนเดียวกับที่ปรากฏเป็นคลิปเมาในพื้นที่บึงกุ่มเมื่อปี 2558 นายธีระ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานข้อมูลมาว่าบุคคลในคลิปเป็นใคร หรือเป็นคนคนเดียวกันกับคลิปใดๆ จะต้องรอรวบรวมหลักฐานเพื่อบ่งชี้ว่าคือใคร และจะดำเนินการต่อไปในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันทำการราชการ โดยขณะนี้ยังไม่มีการสอบถามหรือเรียกใครมาสอบ

เมื่อถามถึงเหตุการณ์ตามคลิปเก่าปี 58 ที่มีการระบุว่า เป็นอัยการสำนักงานคดียาเสพติดตอนนั้น ก.อ.มีการลงโทษทางวินัยไปแล้วหรือไม่ นายธีระ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันหยุด จะต้องรอวันทำการว่าในเรื่องในขณะนั้นมีการดำเนินการไปอย่างไร ส่วนเรื่องคลิปที่ปรากฏเร็วๆ นี้ทาง ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด (อสส.) ได้กำชับสั่งการมาโดยตรงกับตนให้ดำเนินการสอบสวนให้เร็วที่สุด ส่วนการสอบสวนจะเสร็จเมื่อไหร่นั้น มีกระบวนการอยู่ตามระเบียบกฎหมาย 

"ขณะนี้ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะการสอบสวนมีระเบียบขั้นตอน แต่เราจะดำเนินการตั้งเรื่องให้เร็วที่สุด ซึ่งตามระเบียบจะมีระยะเวลาอยู่แล้ว แต่การตั้งเรื่องจะทำให้เร็วที่สุด เราจะใช้ข้อมูลที่เรามีและตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามระเบียบ"

ด้านนายศิริศักดิ์ อัครปรีดี อธิบดีอัยการสำนักงานภาค 2 กล่าวว่า เบื้องต้นตนก็กำลังติดตามดูเรื่องนี้อยู่เพื่อให้แน่ใจอีกที แต่เท่าที่มีการสอบถามไปยังอัยการในพื้นที่แล้ว ไม่พบว่าเป็นอัยการในพื้นที่ ถ้าได้ผลอย่างไรจะประสานให้ข้อมูลกับทาง สำนักงาน ก.อ.ต่อไป ซึ่งได้แจ้งเบื้องต้นไปว่า ไม่พบว่าเป็นอัยการในพื้นที่ แต่ข้อมูลที่แน่นอนจะต้องรอตรวจสอบในวันทำการอีกครั้ง ไม่อยากจะไปพูดว่าใช่หรือไม่ใช่อัยการในพื้นที่ของเรา แต่วันนี้ได้โทรไปบอกด้วยวาจาแล้ว

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า สำหรับ นายธนพล จูฑะเตมีย์ เมื่อครั้งเกิดเรื่องเมื่อปี 2558 ตอนที่มีข่าวว่าเมา หลังตกเป็นข่าวโดนย้ายไปจากสำนักงานคดียาเสพติดไปสำนักงานคดีแพ่ง และโดนวินัยให้ตกคิวไม่ได้เลื่อนตำแหน่งไป 1 ปี แต่เนื่องจากไม่ใช่เรื่องทุจริตที่มีโทษร้ายแรง ต่อมาหลังจากเสียคิวไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง ก็ได้กลับมาอยู่ที่สำนักงานยาเสพติดที่เดิม เนื่องจากเป็นผู้มีความสามารถในคดียาเสพติด และต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นอัยการพิเศษฝ่าย แต่ก็ถือว่าเป็นการตกคิวไปแล้ว 1 ปี พอมารับตำแหน่งในสำนักงานเดิม ก็ไม่ได้ข่าวว่าเมาและก่อปัญหาอีก

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ในปี 2558 ทางสำนักงานอัยการสูงสุดและ ก.อ. มีคำสั่งออกมา 2 คำสั่ง คือ คำสั่งที่ 1 คือให้ย้ายออกจากสำนักงานคดียาเสพติด เพื่อลดความรู้สึกที่ไม่ดีและมีการสอบสวน ต่อมาเมื่อย้ายออกไปแล้ว ขั้นตอนวินัยมีการดำเนินการและทำการสอบสวนลงโทษวินัยไปคือ การตกคิวไป 1 ปี

"เรื่องร้ายแรงที่สุดคือ เรื่องการทุจริต พอผลสอบออกมาว่า ไม่ได้ทุจริต เป็นเพียงความประพฤติไม่เหมาะสม ก็กลายเป็นลงโทษประเด็นนี้แค่ให้ตกคิวไม่ได้เลื่อนตำแหน่งในปีนั้น และได้กลับตำแหน่งเดิมพอปี 59 ก็เลื่อนตำแหน่ง ซึ่งก็ต้องยอมรับความจริงว่า นายธนพลเป็นอัยการที่มีความรู้ความสามารถสืบพยานยาเสพติดได้ดี แต่ก็ต้องแยกแยะประเด็นว่าเป็นคนที่ชอบเมา เรียกว่าเมาเมื่อไหร่ก็ได้เรื่องทุกที ปกติโดนขนาดนี้ก็ต้องหายซ่าแล้ว มารู้อีกทีก็ครั้งนี้"

แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า ได้ทำการสอบถามเบื้องต้นถึงอัยการในคลิปที่ชลบุรีและเหตุการณ์ที่เขตบึงกุ่มแล้ว พบว่า น่าจะเป็นคนคนเดียวกัน คิดว่าใช่ ไม่น่าจะผิดคน แต่ในคลิปนั้นไม่มีการเห็นใบหน้า แต่คนที่รู้จักก็จะจำน้ำเสียงท่าทางได้ว่าเป็นคนเดียวกัน ซึ่งตอนนี้สำนักงานอัยการสูงสุดได้สั่งการให้ตั้งกรรมการสอบโดยมี นายธีระ อธิบดีอัยการ ก.อ.เป็นประธานสอบสวนอยู่ ขณะนี้ นายธนพลก็ยังไม่ถือว่าผิดโดยตรง ต้องรอมีการสอบสวน เพราะแม้เราจะฟังและเชื่อว่าเป็นใคร แต่เป็นแค่ความเชื่อ และระบบราชการจะต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏ ก่อนจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการ 

อย่างไรก็ตาม ทราบมาว่า ในวันพรุ่งนี้สำนักงาน ก.อ.ที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบขึ้นมา จะมีการเรียกนายธนพลมาชี้แจง ถ้านายธนพลยอมรับ หรือมีเหตุผลชี้แจงถึงจะบอกได้อย่างเป็นทางการอีกครั้งว่า ใช่หรือไม่

เมื่อถามว่าหากพบว่าเป็นเรื่องจริง และเป็นเหตุการณ์ซ้ำซาก ทางวินัยจะมีการลงโทษหนักขึ้นหรือไม่ แหล่งข่าวกล่าวว่า ถูกต้องแล้ว เรื่องตกคิวเลื่อนขั้นนั้นตกคิวแน่นอน แต่เรื่องที่จะไล่ออกหรือให้ออกจะเป็นวินัยร้ายแรงแบบเรื่องทุจริต ถ้าเป็นกรณีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็จะยังไม่ถึงกับออก แต่ก็จะต้องเข้ากรุไปอีก ไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดิม และเมื่อเป็นพฤติกรรมซ้ำซาก ก็อาจจะลงโทษหนักกว่าเดิม เช่น เดิมตกคิวไป 1 ปี คราวนี้ก็อาจจะเป็น 2 ปี เรียกว่าความก้าวหน้าในชีวิตราชการไม่ก้าวหน้า คงเกษียณราชการไปในชั้นนี้

"มันน่าอายจริงๆ เลย คาดว่าตอนนี้เจ้าตัวก็คง 62 ปีแล้ว และคงรู้ตัวแล้ว คงนอนคิดอยู่ว่าจะเอายังไง แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ โดนมาหลายทีแล้วงานนี้น่าจะแย่แล้วล่ะ" แหล่งข่าวในสำนักงานอัยการกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอัยการที่ปรากฏตามคลิปเมื่อปี 2558 ทราบชื่อว่าคือ นาย ธนพล จูฑะเตมีย์ ซึ่งการเต่งตั้งโยกย้ายในช่วงเดือนกันยายน ปี 2559 นายธนพลได้รับแต่งตั้งจากตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานคดียาเสพติด เป็นอัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคดียาเสพติด 1 ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยังนายธนพล แต่ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้.