วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลุกสังคมเปิดใจยอมรับ "เด็กออทิสติก"พร้อม"รักษา-ฟื้นฟู" สมรรถภาพ : "ศิลปะบำบัด" สร้างเสริมพัฒนา

การมีลูกที่เกิดมามีร่างกายครบ 32 ถือเป็นสุดยอดปรารถนาของคนเป็นพ่อแม่

แต่บางครอบครัวอาจโชคร้าย ไม่ได้สมดั่ง ปรารถนา ลูกเกิดมามีความผิดปกติ มีพัฒนาการทางสมองที่ล่าช้า ในด้านสังคม ภาษา และพฤติกรรม หรือที่เรียกว่า “เด็กออทิสติก”

จากการเก็บข้อมูลของกรมสุขภาพจิตพบว่าเด็กไทยอายุไม่เกิน 5 ขวบ จะพบ “เด็กออทิสติก” หรือกลุ่มอาการออทิซึมสเปกตรัม 1 คนต่อเด็ก 161 คน และนั่นถือเป็นการตอกย้ำ ว่าเราไม่สามารถเลือกเกิดได้

อย่างไรก็ตาม ในความโชคร้ายนั้น ยังมีโอกาสที่ซ่อนตัวอยู่เสมอ เพียงแต่บุคคลในครอบครัวต้องกล้าเปิดใจยอมรับ รวมถึงสังคมก็ต้องกล้าที่จะให้โอกาสกับเด็กออทิสติก โดยองค์กรสหประชาชาติ ได้ให้ความ สำคัญกับเรื่องนี้ และกำหนดให้วันที่ 2 เม.ย.ของทุกปี เป็นวันออทิสติกโลก เพื่อให้สังคมได้ตระหนักว่า เด็กออทิสติกสามารถบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพให้มีพัฒนาการให้ด้านต่างๆที่ดีขึ้นได้ และจะยิ่งดีขึ้นหากได้รับการสร้างเสริมพัฒนาการตั้งแต่เนิ่นๆ

การบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กออทิสติก ต้องเริ่มตั้งแต่การค้นหาข้อบกพร่องหรือความผิดปกติบางประการของกระบวนการทางจิตใจ เพื่อช่วยให้เกิดประสิทธิภาพการบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพตรงจุดและเร็วดีที่สุด

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้ลงพื้นที่ศึกษาการดูแล “เด็กออทิสติก” ของ สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จ.เชียงใหม่ ที่ถือว่าประสบความสำเร็จในการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก ด้วยการนำเอาศิลปะมาช่วยในการบำบัด หรือที่เรียกว่า “ศิลปะบำบัด” โดยศิลปะบำบัดจะเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยการนำมาเสริมในการดูแลรักษาแนวทางหลักให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการใช้ศิลปะบำบัด ทั้งด้านทัศนศิลป์ ได้แก่ การวาด ระบายสี การปั้น การประดิษฐ์ ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมี การใช้ดนตรีบำบัด ได้แก่ การเล่นดนตรี ร้องเพลง ฯลฯ การใช้ละครบำบัด ได้แก่ การแสดงละคร และการเคลื่อนไหวร่างกาย ฯลฯ ซึ่งจะใช้แตกต่างกันไปตามผู้รับการบำบัดที่มีสภาพปัญหาแตกต่างกัน แต่หัวใจสำคัญที่นำมาใช้ในกระบวนการทางศิลปะ บำบัด คือ การสนับสนุน และเสริมสร้างกำลังใจ โดยให้ความสนใจ ให้กำลังใจ และชมเชยเมื่อทำได้สำเร็จ หรือมีความพยายามเพิ่มขึ้น ทั้งนี้จะมีการออกแบบให้กับผู้รับการฝึกให้อยู่บนพื้นฐานของความสนุก เพื่อตอบโจทย์ความเป็นละคร ซึ่งหัวใจสำคัญของการนำละครมาใช้กับเด็กพิเศษ คือ การสร้างพลังศรัทธาในตัวเองและกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจในการ พัฒนาตน สามารถ ดำรงชีวิตได้อย่าง ปกติ หรือมีทักษะทางสังคม ละครต้องเริ่มที่ความสนุก เพราะความสนุกจะนำพาไปสู่ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมไปในทิศ ทางที่ดีขึ้น

“ศิลปะ ถือเป็นอีกหนทางแห่งการปลดปล่อยอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด ตามความต้องการของแต่ละคน ดังนั้น จึงถูกดึงมาใช้ในการบำบัดรักษา ทั้งการนำศิลปะด้านดนตรี หรือดนตรีบำบัด มาช่วยกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนา การด้านต่างๆให้กับเด็ก ช่วยเสริมการเคลื่อนไหวร่างกายในการฟื้นฟูสมรรถภาพ ลดพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง อยู่ไม่นิ่ง ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่สร้างแรงจูงใจในการเคลื่อนไหวร่างกาย ด้วยการบูรณาการระบบประสาทการได้ยิน การมองเห็น และการสัมผัส โดยสำหรับเด็กศิลปะจะช่วยในด้าน การพัฒนาอารมณ์ สติปัญญา สมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก และการประสานงาน การเคลื่อนไหวของร่างกาย ตลอดจนเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสื่อสาร และเสริมสร้างทักษะทางสังคมอีกด้วย” อธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุชัด

น.ต.นพ.บุญเรือง ยังได้ขยายภาพความสำเร็จของการใช้ศิลปะบำบัดมาใช้ในการบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กออทิสติกของสถาบันฯด้วยว่า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการดึงศิลปะมาช่วยในการบำบัดจากการได้รับข้อมูลคือวันแรกที่เข้ารับการฝึกเด็กอาจยังไม่รู้จักมารยาทเบื้องต้นบนโต๊ะอาหาร การแปรงฟันหลังรับประทานอาหาร แต่เมื่อผ่านไป 1 เดือน ผู้เข้ารับ การฝึกสามารถที่จะรับผิดชอบอุปกรณ์การทานอาหารของตนเองและรู้หน้าที่เรื่องการแปรงฟันเองโดยอัตโนมัติ เป็นต้น และจากการนำศิลปะบำบัดมาใช้กับเด็กออทิสติก พบว่าร้อยละ 96 ของเด็กที่เข้ารับบริการ มีความฉลาดทางอารมณ์เพิ่มมากขึ้น พฤติกรรมก้าวร้าวลดลง การทำงานประสานกันระหว่างมือ ตา และกล้ามเนื้อ เพิ่มมากขึ้น รู้จักรอคอยและมีสมาธิในการเรียนรู้ได้นานยิ่งขึ้น มีทักษะในการสื่อสารและการโต้ตอบกับบุคคลอื่น ตลอดจนเกิดความสนุกสนาน รู้สึกผ่อนคลาย มีสมรรถภาพทางร่างกายและวินัยทางสังคมที่ดีขึ้น จนทำให้เด็กสามารถประกอบอาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทีมข่าวสาธารณสุข ขอเป็นกำลังใจและ ชื่นชมความกล้าของผู้ปกครอง ที่ยืดอกยอมรับกับความเป็นจริง ให้โอกาสบุคคลอันเป็นที่รัก ได้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะความผิดปกติทางร่างกายตั้งแต่กำเนิด เกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว ไม่เลือกเพศ อายุ ฐานะว่าจะรวยหรือจน ดังนั้น ทุกคนในสังคมต้องร่วมกันช่วยเหลือและเพิ่มโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้ ทั้งยังขอชื่นชมการนำเอาศิลปะ มาบูรณาการในการช่วยบำบัดรักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กออทิสติก ที่ถือเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยทำให้เด็กกลุ่มนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้

แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากฝาก คือ ความร่วมมือกันอย่างเอาจริงเอาจังของทุกภาคส่วน ทั้งครอบครัว สังคม และหน่วยงานของรัฐในการ “บำบัด–รักษา–ฟื้นฟูสมรรถภาพ” เด็กออทิสติก

เพราะการเกิดมาพร้อมกับร่างกายที่ไม่ครบ 32 นั้น ก็ถือเป็นฝันร้ายที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทั้งกับตัวเด็กเอง และครอบครัว ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนในสังคมไทย โดยเฉพาะคนในครอบครัว ต้องกล้าเปิดใจยอมรับและให้โอกาสกับ “เด็กออทิสติก”

เพื่อแปรวิกฤติ “เด็กออทิสติก” จากภาระกลายเป็นอนาคตที่สดใส ทั้งมีคุณค่ากับตนเองและสังคม.

ทีมข่าวสาธารณสุข

การมีลูกที่เกิดมามีร่างกายครบ 32 ถือเป็นสุดยอดปรารถนาของคนเป็นพ่อแม่ แต่บางครอบครัวอาจโชคร้าย ไม่ได้สมดั่ง ปรารถนา ลูกเกิดมามีความผิดปกติ มีพัฒนาการทางสมองที่ล่าช้า ในด้านสังคม ภาษา และพฤติกรรม หรือที่เรียกว่า “เด็กออทิสติก” 10 ก.ค. 2560 15:18 10 ก.ค. 2560 15:34 ไทยรัฐ