วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นแชมป์แรกของ 'ราเยวัช' กับทีมชาติไทย ในศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 45

เหลือเวลาอีกไม่กี่อึดใจ การแข่งขันศึกฟุตบอลที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเมืองไทยอย่าง "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 45 ก็จะได้ฤกษ์อุบัติขึ้นอีกครั้ง โดยมี 3 ทีมดังอย่าง เกาหลีเหนือ, บูร์กินาฟาโซ และ เบลารุส ร่วมโม่แข้ง... 

โดยหนึ่งในสิ่งที่แฟนบอลไทยจับตามองเป็นพิเศษสำหรับครั้งนี้ คือการเข้ามาคุมทัพของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือมากประสบการณ์ชาวเซิร์บ ที่อาสาขึ้นขี่หลังช้างไล่ล่าความสำเร็จ และคิงส์คัพปีนี้ ก็ใกล้เคียงกับความสำเร็จอย่างเป็นชิ้นเป็นอันรายการแรกของ ราเยวัช มากที่สุดก็ว่าได้

ซึ่งก่อนที่เกมนัดแรกับ เกาหลีเหนือ จะเริ่มต้นขึ้น ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปเจาะลึกว่า 5 เหตุผลที่โค้ชมิโล จะพาขุนพลช้างศึกลุ้นป้องกันแชมป์ในปีนี้มีอะไรบ้าง 

ประเดิมแท็กติกใหม่ ใส่เกมรุกเอาใจแฟนๆ

ในงานแถลงข่าวคิงส์คัพ มิโลวาน ราเยวัช ระบุอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า เตรียมลบล้างภาพจำของทีมชาติไทย ในเกมนัดอุ่นเครื่องกับอุซเบกิสถาน และเกมคัดบอลโลกกับยูเออี ทั้งสองเกมที่ผ่านมา ด้วยการเซตแท็กติกเกมรุกให้กับทีมชาติไทยโชว์ศักยภาพมากขึ้นกว่าเดิมในการแข่งขันครั้งนี้

และแน่นอนว่าแฟนบอล อาจจะได้เห็นสไตล์เกมรุกของทัพช้างศึกรูปแบบใหม่ ที่ติดตั้งโดยกุนซือชาวเซิร์บรายนี้ ว่าจะทำได้สะเด็ดสะเด่าถึงใจพระเดชพระคุณแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อต้องขาดกองหน้าคนสำคัญอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา, นูรูล ศรียานเก็ม และหน่วยสนับสนุนริมเส้นอย่าง ทริสตอง โด ไปจากทีม

ผู้เล่นหน้าใหม่ มีความกระหายพุ่งทะลุขีดเดือด

ในการทำศึกครั้งนี้ มีนักเตะทีมชาติไทยหลายรายที่เพิ่งจะได้รับโอกาสลงเล่นในทัวร์นาเมนต์อันศักดิ์สิทธิ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นแบ็กลูกครึ่งอย่าง ฟิลิป โรลเลอร์, นัสตพล มาลาพันธ์, กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล รวมไปจนถึง 2 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่ใหม่อย่าง เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว และ พรรษา เหมวิบูลย์

ซึ่งบรรดานักเตะเหล่านี้ มีแรงขับค่อนข้างสูงในการพิสูจน์ตัวเองในสีเสื้อทีมชาติ โดยเฉพาะรายการเกียรติยศอันศักดิ์สิทธิ์ ที่หวังป้องกันแชมป์และรักษาถ้วยพระราชทานให้อยู่ในเมืองไทยอีกสมัย ด้วยเหตุนี้จึงน่าจะเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้ ราเยวัช พาทัพช้างศึกคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

คู่แข่งจับทางทีมชาติไทยยากขึ้น

แน่นอนว่าการเข้ามาทำทีมของ มิโลวาน ราเยวัช ใน 2 เกมที่ผ่านมา อาจจะดูดีมีทรงและค่อนข้างโดนใจและดูมีอนาคต รวมถึงสร้างแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้กับแฟนบอลได้ว่า อนาคตของทีมชาติไทยกำลังจะดีขึ้นกว่าเดิม ภายใต้มันสมองของกุนซือใหญ่วัย 63 ปีรายนี้ แต่ในขณะเดียวกันนั้น อาจจะน้อยเกินไปที่จะทำให้คู่แข่งในศึกคิงส์คัพ จับทางบอลของทัพช้างศึกได้ว่ามีจุดดีที่ต้องรับมืออย่างไร จุดด้อยตรงไหนที่ควรโจมตี และยิ่ง ราเยวัช เตรียมทดลองทีมในศึกครั้งนี้ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้การรับมือทีมชาติไทย เป็นเรื่องยากขึ้นอีกเท่าตัวเลยทีเดียว

ศักดิ์ศรีแชมป์เก่าค้ำคอ

หากจะพูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ แน่นอนว่าไม่มีใครปฏิเสธถึงความเก่าแก่ รวมถึงมนต์คลังที่เป็นมาอย่างยาวนาน และด้วยศักดิ์ศรีความเป็นแชมป์เก่าที่ค้ำคออยู่ นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งแรงผลักที่สำคัญ ในการช่วยให้ทีมชาติไทยต้องพยายามเล่นให้ดีกว่าที่ผ่านมา 

โดยจากสถิติที่ผ่านมา ทีมชาติไทยสามารถควงแชมป์ได้มากที่สุดคือ 5 สมัยติดต่อกัน ในปี 2524, 2525, 2526, 2527 และ 2528 ส่วนการป้องกันแชมป์ทำได้อีก 2 ครั้งคือ ในปี 2532-2533 และปี 2549-2550 

เกมแบบน็อกเอาต์ อะไรก็เกิดขึ้นได้

นับตั้งแต่ระบบการแข่งขันเปลี่ยนจากพบกันหมด มาเป็นจับสลากประกบคู่แข่งแบบน็อกเอาต์ ทำให้ศึกคิงส์คัพมีความสนุกตื่นเต้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันในรูปแบบของการน็อกเอาต์ที่มีเสน่ห์คือ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทำให้โอกาสป้องกันแชมป์ของทีมชาติไทยดูกว้างขึ้น และยิ่งคู่แข่งในเกมแรกอย่าง "โสมแดง" เกาหลีเหนือ ซึ่งมีฝีเท้าที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นเชื่อว่านี่อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญก็ว่าได้

อย่าลืมติดตามให้กำลังใจเหล่าขุนพล "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ในการแข่งขันคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 แบบติดขอบสนามราชมังคลากีฬาสถาน หรือหากไม่สะดวก ก็ยังสามารถเกาะติดหน้าจอได้ที่ "ไทยรัฐทีวี" ช่อง 32 ซึ่งจะถ่ายทอดสดให้ชมครบทั้ง 4 คู่ ในวันที่ 14 และ 16 กรกฎาคมนี้.