วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บันทึกจากโคราช

โดย ซี.12

เมื่อตอนปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมากลุ่มนักศึกษาหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย นธป.รุ่นที่ 5 ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานภายในประเทศที่จังหวัดนครราชสีมา

จังหวัดนครราชสีมา หรือโคราช เป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดใน 76 จังหวัด ไม่นับกรุงเทพมหานคร ทีมงาน นธป.5 โดย ดร.ปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะผู้ดูแลหลักสูตร และ นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานรุ่น เลือกเป็นพื้นที่เป้าหมาย

เป้าหมายสำคัญในการศึกษาดูงานครั้งนี้คือ โครงการสาธิตทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อำเภอปักธงชัย โดยมีผู้ต้อนรับให้ความรู้ความเข้าใจคือ นายอภิชาต จงสกุล อดีตอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษามูลนิธิชัยพัฒนา นายนนทกร พุ่มกล่อม ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการเกษตร ของมูลนิธิชัยพัฒนา ตลอดจน นายวิสูตร ชัชวาลย์วงศ์ นายอำเภอปักธงชัย

ที่ตรงนั้นเป็นที่ดินทำการเกษตร ซึ่งราษฎรที่เป็นเจ้าของที่ดินน้อมเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นานมาแล้ว และทรงมีพระราชดำริให้ใช้ประโยชน์เป็นโครงการสาธิตทฤษฎีใหม่ โดยแบ่งที่ดินเป็น 2 แปลง โดยแปลงแรกให้ทำนา ตามธรรมชาติโดยอาศัยน้ำฝน อีกแปลงหนึ่งทำเป็นแปลงสาธิตมีการขุดสระทำแหล่งน้ำหมุนเวียนและดำเนินการตามทฤษฎีใหม่ที่พระ ราชทานเพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบ ซึ่งผลปรากฏว่าผลผลิตข้าวได้ผลดีกว่าการทำนาตามธรรมชาติอาศัยน้ำฝนอย่างเดียวอย่างชัดเจน

นอกจากนั้น ยังมีการเยี่ยมชม ศูนย์วัฒนธรรมผ้าไหมนครชัยบุรินทร์ ซึ่งชื่อศูนย์นี้มีที่มาจากส่วนหนึ่งของชื่อจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 อันประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ เป็น นครชัยบุรินทร์

ในส่วนของจังหวัดนครราชสีมานั้น นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมาต้อนรับขับสู้คณะ นธป.5 ด้วยสรุปเรื่องราวที่น่าสนใจให้ได้รับทราบว่าจังหวัดนครราชสีมา มีประชากร 2.6 ล้านคน พื้นที่ 12.8 ล้านไร่ เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ มี 36 อำเภอ มีหลายอำเภอที่มีระยะทางห่างจากจังหวัดนับร้อยกิโลเมตร เช่น บัวใหญ่ ชุมพวง แก้งสนามนาง ลำทะเมนชัย หนองบัวลาย เมืองยาง บางพื้นที่เลยมีกระแสอยากจะแยกไปตั้งจังหวัดใหม่มาหลายยุคหลายสมัยแล้วแต่ไม่เคยสำเร็จ เพราะคนโคราชหวงแหนและมีความภาคภูมิใจในความเป็นหลานย่าโม

ปัญหาที่ทางจังหวัดกำลังประสบอยู่ก็คือความยากลำบากในการดูแลบริการประชาชนในบางเรื่องราวที่ราษฎรต้องเดินทางไกลมาที่ตัวจังหวัดเพื่อขอรับบริการจากหน่วยงานบางหน่วยที่ตั้งอยู่ในตัวจังหวัดเพียงที่เดียว อย่างเช่นการติดต่อเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดิน การขึ้นทะเบียนคนจน คนพิการ คนสูงอายุ

ทางจังหวัดอยากให้มีสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสาขา และ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัดสาขากระจาย
ไปอยู่ยังอำเภอไกลๆเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ราษฎร

ปัญหานี้พิจารณาดูแล้วเห็นจะเป็นไปได้ยากเพราะสวนทางกับการขยายตัวของระบบราชการในทางที่เป็นจริง กล่าวคือ ภารกิจ อันไหนที่ ทางราชการได้ประโยชน์จากประชาชน หรือเป็นการ บริการผู้มีอันจะกินก็แทบจะมีการขยายบริการไปถึงหัวกระไดบ้าน มีการตั้งสำนักงานสาขากันอย่างทั่วถึง เช่น สรรพากรพื้นที่ สรรพสามิตพื้นที่ สำนักงานที่ดินจังหวัดสาขา ฯลฯ แต่ถ้าเป็นการบริการผู้ยากไร้แล้วขอโทษทีต้องเข้าคิวรอก่อน

ฝากให้ ก.พ. และ ก.พ.ร. ไปจนถึง ครม. และ คสช.โปรดสลับชุดความคิดกันบ้างได้ไหม.

“ซี.12”