กระแสนิยมของเว็บไซต์สังคมออนไลน์เฟซบุ๊กคงไม่ต้องอรรถาธิบายกัน เพราะกลุ่มคนใช้คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์ท่องอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่มีประสบการณ์กับการใช้บริการของเว็บไซต์ชื่อดังกระฉ่อนแห่งนี้
ไม่กี่วันที่ผ่านมา “เฟซบุ๊ก” ได้มีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญคือการจ่อคิวเข้าตลาดหุ้นด้วยการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนสูงถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือมูลค่า 155,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเพิ่มทุนครั้งประวัติศาสตร์ของวงการไอทีสหรัฐฯ แซงหน้า “กูเกิล” คู่แข่งสำคัญที่เคยขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 1,900 ล้านดอลลาร์ฯ หรือประมาณ 58,900 ล้านบาท
ในการยื่นหนังสือชี้ชวนขายหุ้นเพิ่มทุนระบุว่า มีผู้สมัครเป็นสมาชิกจำนวนถึง 845 ล้านคน และคาดหมายว่าภายในเดือน ส.ค.ที่จะถึงนี้จะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านคน ในแต่ละวันมีการแสดงความเห็นในเว็บไซต์สังคมออนไลน์นี้ถึง 2,700 ล้านครั้ง และอัพโหลดรูปถึงวันละ 250 ล้านรูป นับว่าประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม หลังจากเปิดตัวให้บริการเพียง 8 ปีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Timeline” เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดทางเว็บไซต์ SodaHead ซึ่งเป็นชุมชนออนไลน์สำหรับการแสดงความเห็น ได้จัดการสำรวจจำนวน 1,327 คน ถึงความพึงพอใจในการใช้ฟีเจอร์ใหม่ พบว่า 70% ไม่ชอบต้องการให้เอาออกไป 20% ชอบ และ 10% ไม่มีชื่อบัญชีสมาชิกของเฟซบุ๊ก
ก่อนหน้านี้หลายคนที่ทดลองใช้มีเสียงบ่นถึงความไม่ชอบและอยากจะเอาออกไปกลับไปใช้แบบเดิม ถึงกับมีการทำคลิปวีดิโอเพื่อให้เห็นวิธีการเอา Timeline ออกไป ขณะที่ทางเฟซบุ๊กเองได้มีการนับเวลาถอยหลังที่จะใช้ฟีเจอร์ Timeline เต็มรูปแบบ และระบุว่าจะกำหนดเวลาอีกครั้งบนหน้าเว็บ
ทั้งนี้ ผู้ใช้ Timeline บางคนเองก็มีความเป็นห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะผู้ใช้คนอื่นๆ เข้าไปคลิกดูความเป็นข้อมูลส่วนตัวและรูปภาพของตนเอง เข้าไปดูความเคลื่อนไหวได้ละเอียดย้อนหลัง ซึ่งบางคนถึงกับทำการอัพข้อมูล Timeline มาตั้งแต่ปีเกิด แต่ไม่ต้องการเปิดเผยเป็นวงกว้างทั่วไป และหลายๆรายเองมีความเคยชินกับการใช้งานแบบเดิมๆ จึงไม่ต้องการเปลี่ยนเพราะดูใช้งานยุ่งยากและรกหูรกตาเป็นต้น
ไม่เพียงเท่านั้น ความเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ก็ยังเป็นประเด็นมาถกกันในเครือข่ายสังคมออนไลน์แห่งนี้ เรียกว่าถกกันหน้าดำคร่ำเครียดเลยทีเดียว ราวกับว่าเฟซบุ๊กเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ซึ่งผมเองคิดว่าทางผู้จัดทำเฟซบุ๊กน่าจะรับทราบถึงกระแสนี้ดี แต่จะตัดสินใจบังคับหรือให้เป็นทางเลือกของผู้ใช้เอง
แล้วตัวคุณเองล่ะ อยู่ฝั่งไหน ชอบ ไม่ชอบ!!!
หนุ่มดิจิตอล
cybernet@thairath.co.th




















