เป็นอันได้ฤกษ์ตัดริบบิ้นเปิดฤดูกาลใหม่กันเสียที สำหรับศึกลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก 2010 ที่จะเตะเปิดซีซั่นกันทั้งหมด 4 คู่ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นเกมฟาดแข้งในสนามต่างจังหวัดล้วนๆ
โดยในวันเสาร์ที่ 20 มี.ค. ทีม "กูปรี" ศรีสะเกษ จะประเดิมเปิดสนามสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตศรีสะเกษ รับการมาเยือนของ "แชมป์เก่า" เมืองทองฯยูไนเต็ด ในเวลา 16.30 น. และทีม "ม้านิลมังกร" ราชนาวี–ระยอง พบ ทีทีเอ็ม–พิจิตร ในเวลา 17.00 น. ที่สนามกีฬากลาง จ.ระยอง
ส่วนวันอาทิตย์ที่ 21 มี.ค. "ปลาทูคะนอง" สมุทรสงคราม เอฟซี เปิดบ้านสนามกีฬากลาง จ.สมุทรสงคราม รับการมาเยือนของการท่าเรือไทย เอฟซี ในเวลา 16.00 น. ขณะที่ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ปิดรังเล่นกับทหารบก ในเวลา 18.00 น. ที่สนาม สพล.ชลบุรี ใครเป็นแฟนคลับของสโมสรใด หรือบ้านอยู่ใกล้สนามไหน ก็ตีตั๋วเข้าไปชมและเชียร์กันได้ตามสะดวก
สำหรับฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 1 ซึ่งเปิดฉากฟาด แข้งกันไปแล้วแบบขยักขย่อน เสาร์-อาทิตย์นี้ก็จะมีโปรแกรมเตะกันเพียงคู่เดียว ที่ จ.นราธิวาส ส่วนอีก 7 คู่ที่เหลือ จะเลื่อนไปเตะในวันพุธที่ 24 มี.ค. พร้อมๆกับ 4 คู่ของศึกไทยพรีเมียร์ลีกที่ย้ายคิวไปเตะในวันพุธหน้าเช่นกัน
ไหนๆก็เขียนถึงบอลดิวิชั่น 1 แล้ว ตะลุยฟุตบอลโลกวันนี้ขอเล่าถึงทีมลูกหนังภูธรที่เคยสร้างผลงานยิ่งใหญ่ เป็นแชมป์โปรวินเชียลลีก 2 สมัย ในปี พ.ศ. 2545 และ 2547 ก่อนจะขยับขึ้นชั้นมาเล่นในไทยลีก เมื่อ 3 ปีก่อน แต่แค่ปีเดียวก็ทนแรงเสียดทานในลีกสูงสุดของประเทศไม่ไหว จึงหล่นลงมาอยู่ในลีก ดิวิชั่น 1 จนถึงปัจจุบัน
ใช่แล้วครับ! ผมกำลังพูดถึงทีม สโมสรสุพรรณ-บุรี เอฟซี ที่แฟนบอลมักเรียกจนคุ้นปากว่า นักเตะเมืองขุนแผน
ความจริง สุพรรณบุรีเป็นจังหวัดใหญ่ ปัจจัยแวดล้อมทุกอย่างเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาฟุตบอลอาชีพอย่างครบวงจร แถมยังมีคนโตตัวเล็ก อย่าง "บิ๊ก เติ้ง" บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น แบ็กอัพชั้นเยี่ยมอีกต่างหาก
แต่ในห้วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ทีมสุพรรณบุรี มีแต่ข่าวคราวด้านลบออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีรุมทำร้ายนักเตะต่างชาติในทีมปางตาย จนเป็นข่าวหน้าหนึ่งแทบทุกฉบับ หรือเรื่องการออกมาประท้วงเรียกร้องเงินเดือนที่ติดค้างของผู้เล่นแกนนำบางคน
เรียกว่าแต่ละข่าวที่ออกมา ทำเอาแฟนบอลทั้งหลายล้วนแต่ส่ายหน้า และพากันฟันธงว่าทีมเมืองขุนแผนกำลังจะถึงกาลแตกดับในอีกไม่ช้า
จนมาถึงฤดูกาลนี้ ดูเหมือนสถานการณ์ต่างๆ ของทีมสุพรรณบุรี เอฟซี เริ่มคลี่คลาย ปัญหารุม เร้าที่เคยเกิดขึ้นในอดีตถูกขจัดทิ้งไปไม่เหลือ โดย กลุ่มผู้บริหารทีมที่นำโดย ประธานสโมสร บุญชู จันทร์สุวรรณ นายก อบจ.สุพรรณบุรี ล้างไพ่ใหม่ หมด พร้อมกับจดทะเบียนทีมเป็นนิติบุคคล ภายใต้ชื่อ "บริษัท สโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี เอฟซี จำกัด" เรียบร้อยแล้ว เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
พี่ ไว เด่นชัย ขทร.ระดับปรมาจารย์ของไทยรัฐ ที่คลุกคลีกับทีมฟุตบอลสุพรรณบุรีมานานนับทศวรรษ บอกผมว่า ให้จับตาความเปลี่ยนแปลงของทีมสโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี ในซีซั่นนี้ให้ดี เพราะเป็นครั้งแรกจริงๆที่จะรวมพลังชาวสุพรรณบุรีให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยการสร้างทีมฟุตบอลของจังหวัดตัวเองให้ก้าวขึ้นสู่แถวหน้า เพื่อลุ้นขึ้นชั้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีก
นอกจากนี้ ยังฝากถึงแฟนบอลทั่วประเทศด้วยว่า นับแต่นี้ขอให้เรียกฉายาทีม สุพรรณบุรี จากนักเตะเมืองขุนแผน เป็น "ช้างศึกยุทธหัตถี" ตามโลโก้สโมสรจะดีกว่า
เพราะ "ขุนแผน" เป็นแค่เรื่องราวในวรรณคดี แต่ "วีรกรรมยุทธหัตถี" คือเหตุการณ์จริง
ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวสุพรรณฯอย่างถ้วนทั่วทุกตัวคน!!!
บี บางปะกง




















