advertisement

หนึ่งปีกับฟุตซอลไทย (1)

โดย บี บางปะกง 11 ก.ค. 2555 05:00

เรียนคุณ บี บางปะกง

ตามคำสั่งแต่งตั้งของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ 14/2554 ลงวันที่ 6 ก.ค. 2554 ให้ผม นายถิรชัย วุฒิธรรม ทำหน้าที่ ประธานพัฒนาฟุตซอลแห่งชาติ และผู้จัดการทีมชาติฟุตซอลชาย มาถึงวันนี้ ครบหนึ่งปีพอดีที่ผมทำงาน ก็เลยคิดว่าน่าจะมีเรื่องราวในสิ่งที่ผมได้คิด ได้ทำลงไปมาบอกเล่าเก้าสิบให้แฟนกีฬาชาวไทยได้รับทราบโดยผ่าน คุณ บี บางปะกง โดยใช้ชื่อเรื่องว่า “หนึ่งปีกับฟุตซอลไทย และอีก 12 วัน ที่ดูไบ”

อันที่จริง ผมเคยเป็นประธานแผนกฟุตซอล (ชื่อในสมัยนั้น) ยุคก่อตั้งคนแรกของสมาคมฟุตบอลฯ สมัยที่ ดะโต๊ะ วิจิตร เกตุแก้ว เป็นนายกสมาคมฯ และเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของทีมฟุตซอลชาติไทยที่ส่งไปแข่ง ที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ตอนนั้นผมขอให้ผู้ช่วยผู้จัดการทีม 2 ท่าน คือ ดร.วาชิต รัตนเพียร และ คุณวิวัฒน์ เลาหะพูนรังสี นำทีมไปแข่งแทนผม เนื่องจากมีภารกิจในฐานะ รองผู้ว่าฯ กทม. ไม่สามารถเดินทางไปไหนหลายวันได้

ผู้ฝึกสอนคนแรกของทีมชาติฟุตซอลคือ คุณบงการ พรหมผุย ขณะนั้นเป็นข้าราชการ กทม. อยู่ แต่ผมขอให้มาช่วย เพราะตอนนั้นไม่มีใครรู้เรื่องฟุตซอลกันเลย ครั้นเมื่อการสถาปนาแผนกฟุตซอลของสมาคมฟุตบอลฯ เป็นรูปเป็นร่าง เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2542 ผมจึงขอให้ทางสมาคมฯ แต่งตั้งคนอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน เพราะผมทำงานได้ไม่เต็มที่เนื่องจากมีงานราชการรัดตัว

ผมกลับเข้ามาคำรบสอง เมื่อ 6 ก.ค 54 ก็พบว่าวงการฟุตซอลไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะพัฒนาการทางด้านการตลาด ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับอุปกรณ์การแข่งขัน พื้นสนาม และธุรกิจนายหน้าซื้อขายนักเตะที่ควบคู่กันไปกับการจัดการแข่งขันลีกฟุตซอลอาชีพ และทัวร์นาเมนต์พิเศษอื่นๆ เป็นผลประโยชน์แฝงที่มีตัวเลขน่าสนใจ ทำให้ผม อดคิดไม่ได้ว่าการกลับเข้ามาอีกครั้งของผมไปทุบหม้อข้าวของใครเข้าให้หรือเปล่า... เพราะมีคนเดือดร้อนวิพากษ์วิจารณ์ไม่พอใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่พอสมควร

เมื่อกลไกลการพัฒนาทางการตลาดขับเคลื่อน ไปในทิศทางที่น่าพอใจแล้ว ผมก็พบว่าการพัฒนาทางด้านเทคนิคนั้น ยังมุ่งเฉพาะความเป็นเลิศของทีมอย่างเดียว มุ่งความสำเร็จของทีมชาติอย่างเดียว ไม่ได้คิดถึงยุทธศาสตร์ฟุตซอลของชาติจนถึงระดับรากหญ้า ผมจึงเชื้อเชิญเอาบุคลากรในวงการกีฬาและธุรกิจ และขอให้สมาคมฟุตบอลฯ แต่งตั้ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฟุตซอลแห่งชาติ   ขึ้น  โดยกำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “ฟุตซอลไทยพัฒนาก้าวไกลมีมาตรฐานทันสมัย นำเกียรติภูมิประเทศไทยไปสู่สากล”

อีกเรื่องที่ไม่น่าเชื่อแต่เป็นเรื่องจริงคือตั้งแต่ก่อตั้งกิจการฟุตซอลไทย จนกระทั่งถึงวันที่ผมมารับหน้าที่ การอบรมผู้ฝึกสอนฟุตซอลอย่างเป็นทางการในระดับสหพันธ์ฟุตซอลเอเชียยังไม่เคยได้ดำเนินการเลย ทั้งๆที่ลีกอาชีพก็มีแล้ว แต่มาตรฐานผู้ฝึกสอนอยู่ตรงไหน แล้วนักฟุตซอลจะมีพื้นฐานการเล่นเพื่อการต่อยอดในการสร้างทีมชาติให้ทัดเทียมถึงนานาอารยประเทศจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ผมจึงขอให้ คุณอนงค์ ล่อใจ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี รับเป็นเจ้าภาพจัดฝึกอบรมผู้ฝึกสอนตามหลักสูตรของ AFC อย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งก็ลุล่วงไปด้วยดี และต้องขอขอบคุณ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี คุณเชิดศักดิ์ ชูศรี และคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาจังหวัด สุราษฎร์ธานี ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเอาไว้ในที่นี้อีกครั้ง นี่คือ 1 ปี ที่ผ่านมากับยุทธศาสตร์ฟุตซอลชาติ.

(ต่อพรุ่งนี้)

 

บี บางปะกง

โหวตข่าวนี้