advertisement

'เจเรมี หลิน' ไม่ใช่นิยาย ใครๆ ก็เป็นได้ ถ้าทำตาม 'ความฝัน'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 มี.ค. 2555 07:30

เชื่อแน่ว่า เรื่องราวของ "เจเรมี หลิน" นักบาสชาวอเมริกัน เชื้อสายไต้หวัน ของนิวยอร์ก นิกส์ และบัณฑิตจากคณะเศรษฐศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยชั้นยอดของโลกอย่าง ฮาร์วาร์ด จะถูกนำมาพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะที่เป็น "แรงบันดาลใจ" ไม่เพียงแต่ผู้ที่หลงใหลในกีฬายัดห่วงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทุกคนในสังคม โดยเฉพาะ ชาวเอเชียอย่างเรา!!!

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บาสเกตบอล ก็เหมือนกีฬาชนิดอื่นๆ ที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ ถูกครอบงำด้วยผู้เล่นจากชาติตะวันตก และถ้ายิ่งนับเฉพาะผู้เล่น ระดับซุปเปอร์สตาร์ ที่ประสบความสำเร็จ ยากเหลือเกินที่จะเห็นชื่อนักกีฬาชาวเอเชีย สอดแทรกขึ้นไปได้ อย่างเช่นที่ "เหยา หมิง" เคยสร้างตำนานสะท้าน เอ็นบีเอ เอาไว้

แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง หลายคนอาจตั้งคำถามกับ "ฝีมือ" ชาวเอเชียว่า ที่เก่งได้ ดังได้ อย่างที่สื่อพากันประโคมข่าวเหมือนที่ผ่านๆมา เป็นเพราะพวกเขาเหล่านั้น "โชคดี" แค่ "เก่งกว่า" มาตรฐานการเล่นของนักกีฬาชาวเอเชียที่มีจำนวนไม่มากในตลาดแข่งขัน หรือ "เก่งจริง" เมื่อเทียบกับ มาตรฐานความสามารถของผู้เล่นชาวตะวันตก?

วันนี้ "ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสดีได้ พูดคุยกับ "มร.โจ ไบรอันท์" หรือ พ่อแท้ๆ ของ สตาร์นักบาสของโลก "โคบี ไบรอันท์" ของทีมลอสแองเจลิส เลเกอร์ส แห่งบาสเอ็นบีเอ ที่มีโอกาสได้มาทำหน้าที่ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมแบงค็อก คอบราส์ ทำศึกเอบีแอลลีกในฤดูกาลนี้ และแน่นอนว่า จากประสบการณ์ในฐานะอดีตนักบาสทั้งในศึกเอ็นบีเอ และ ยุโรป มาอย่างโชกโชน ไบรอันท์ ยืนยันว่า "Linsanity" ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

"ผมคิดว่า เขามีวันนี้ได้ เพราะเขามีความฝันอันแน่วแน่ และทำงานอย่างหนัก เพื่อเดินตามฝันของตัวเอง แม้ว่าเขาจะได้เข้าไปเรียนในสถาบันที่สุดยอดในด้านวิชาการอย่าง ฮาร์วาร์ด ซึ่งหลายคนมองว่า มักไม่เก่งเรื่องกีฬา แต่เขาทำให้เห็นแล้วว่า เขาทำได้ดีทั้งสองอย่าง นั่นเป็นเพราะความมุ่งมั่นของเขาที่มีอย่างเต็มเปี่ยม เขาเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชาวเอเชีย เพราะไม่ว่าคุณจะสูงหรือเตี้ย พวกเขาสามารถประสบความสำเร็จในกีฬานี้ได้ และมันดีที่เขาได้เล่นให้กับทีมในนิวยอร์ก เพราะเป็นสถานที่ที่คนคลั่งไคล้กีฬาและมีสื่อต่างๆ รายงานความเคลื่อนไหวตลอด"

พร้อมกันนี้ อดีตนักบาสของฟิลาเดเฟีย เซเวนตี้ซิกเซอร์ส, ซานติอาโก คลิปเปอร์ส (แอลเอ คลิปเปอร์ส) และ ฮิวส์ตัน ร็อคเก็ตส์ กล่าวอีกว่า อุปสรรคเรื่องสรีระที่นักบาสจากเอเชียหลายคนกังวล ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สู่หนทางความสำเร็จในเกมยัดห่วงอย่างที่หลายคนจำฝังในหัวสมอง

"มีตัวอย่างนักบาสที่ยอดเยี่ยมมากมาย ในเอ็นบีเอที่ตัวไม่สูงเช่น อัลเลน ไอเวอร์เซน ดังนั้น ไม่ว่าจะคนเอเชียหรือชาติไหนๆ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ แม้ว่าจะไม่สูง แต่สิ่งสำคัญคือ พวกเขาจะต้องเชื่อมั่นในความฝัน, พยายามฝึกฝนอย่างจริงจัง พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ และฉวยโอกาสที่เข้ามาในชีวิต"

แล้วถ้าเทียบชาติอย่างเอเชียด้วยกัน มร.ไบรอันท์ มองว่า นอกจากจีน ที่นำร่องผลิตนักบาสไปสู่เอ็นบีเอ ได้หลายต่อหลายคนแล้ว ประเทศต่อไปที่มีโอกาสเข้าไปสัมผัสศึกยัดห่วงสหรัฐฯ ก็คือ "ญี่ปุ่น" โดยเขาให้เหตุผลว่า "ผมเคยทำงานที่ญี่ปุ่นมาหลายปี พวกเขาไม่สูง แต่นักกีฬาบางคน น่าจะมีโอกาสได้ไปเล่นในเอ็นบีเอสักวันเช่นกัน แต่ปัญหาคือ โค้ช, ผูัจัดการทีมมักจะมองข้ามพวกเขา"

"ผมไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงมองข้าม อาจเป็นเพราะเรื่องของความสูง แต่ผมคิดว่า พวกเขาควรให้โอกาสกับนักกีฬาเหล่านี้ อย่างเจเรมี หลิน มีบางทีมเคยมองข้ามเขามาแล้ว แต่ นิวยอร์ก นิกส์ ฉลาดพอที่จะ ให้โอกาสเขา และการได้เล่นเอ็นบีเอของหลิน น่าจะแรงบันดาลใจที่ดีให้กับบรรดาเด็กๆ คนเอเชีย หรือคนที่อยากจะประสบความสำเร็จได้เล่นในเอ็นบีเอสักวัน"

สำหรับ ประเทศไทย ซึ่งบาสเกตบอลไม่ใช่กีฬายอดฮิต อย่าง ฟุตบอล อีกทั้งยังไม่ประสบความสำเร็จ ถึงระดับเอเชีย หรือระดับโลก อย่างวอลเลย์บอล นั้น มร.ไบรอันท์ ชี้ว่า นักบาสของเรา จะต้องพยายามศึกษาและชมการเล่นบาสเกตบอลให้มากขึ้นไม่ว่าจะเอ็นบีเอ, ยุโรป, หรือมหาวิทยาลัย จากนั้นก็จะต้องนำมาเรียนรู้ฝึกซ้อมอย่างเอาจริงเอาจัง หากทำไม่ได้ แค่การจะเอาชนะฟิลิปปินส์ ชาติในย่านอาเซียนด้วยกัน ก็นับว่าเป็นเรื่องยากเต็มที

นอกจากนี้ เรื่องของมาตรฐานการจัดการแข่งขันของลีกอาชีพภายในประเทศ ก็นับว่าเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ซึ่งในความเห็นของเขา มองว่าสำคัญกับทุกชนิดกีฬา ไม่เพียงแค่ บาสเกตบอล เนื่องจาก การเล่นกีฬา ทำให้คนต่างเชื้อชาติ ต่างภาษาวัฒนธรรม ได้มาอยู่ร่วมกัน เสริมสร้างความสามัคคี อีกทั้งยังช่วยลดความแตกแยกภายในสังคมอีกด้วย

ส่วนการทำงานให้กับทีมแบงค็อก คอบราส์ ในฤดูกาลนี้ มร.ไบรอันท์ วัย 57 ปี ยอมรับว่า เขาพอใจกับชีวิตในเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมา และนั่นเป็นเหตุผลว่า หากเขาได้รับโอกาสคุมทีมชาติไทยในอนาคต เขาจะไม่ปฏิเสธมันอย่างแน่นอน

"แน่นอน เพราะผมชอบสอน ชอบเห็นนักกีฬาพัฒนา ชอบสอนให้พวกเขาสนุกในการเล่น ไม่ซีเรียสจนเกินไป ผมชอบความท้าทายที่จะทำงานร่วมกับชาติอื่น ซึ่งถ้าผมมีโอกาส ผมก็อยากทำหน้าที่โค้ชบาสเกตบอลไทย และเป้าหมายแรกของผม คือการพาทีมไทย เอาชนะ ฟิลิปปินส์ให้ได้ (หัวเราะ)"

"เกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ผมสนุกกับการฝึกสอนทีมแบงค็อก คอบราส์ แข่งขันในลีกเอบีแอล เพราะผมชอบการเดินทาง เราได้ไปสิงคโปร์, เวียดนาม, อินโดนีเซีย มันทำให้เราได้ประสบการณ์ มันไม่เกี่ยวกับว่าจะแพ้หรือชนะ แต่สิ่งสำคัญคือการได้เรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกันมากกว่า"

อิมพอร์ตตรงมาจากอเมริกาถึงเมืองไทยแล้วขนาดนี้ ถ้าไม่ถามเรื่องแชมป์เอ็นบีเอ และผู้เล่นเอ็มวีพีในปีนี้ก็คงจะแปลก ซึ่งในความเห็นของ มร.ไบรอันท์ กล่าวว่า 2 ทีมที่มีโอกาสเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศมากสุดตอนนี้ คือ ไมอามี ฮีต และ โอกลาโฮมา ซิตี้ แต่ถึงอย่างไร อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ในรอบเพลย์ออฟ ขณะที่ เอ็มวีพี เขายอมรับว่า เป็นเรื่องที่คาดเดายากจริงๆ

"สองทีมที่ดีที่สุดตอนนี้ คือ ไมอามี ฮีต และ โอกลาโฮมา ซิตี้ ซึ่งอาจจะได้เข้าชิงฯ แต่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ในรอบเพลย์ออฟ ส่วนเอ็มวีพี โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากให้ลูกชายของผมได้นะ (หัวเราะ) แต่จริงๆ มีหลายคนเล่นดีในปีนี้ ไม่ว่าจะโคบี, เดอร์ริก โรส, เลอบรอน เจมส์, เควิน ดูแรนต์ หรือ คริส บอช ก็เป็นไปได้ ดังนั้น มันไม่ง่ายที่จะบอกว่าใครจะได้ ต้องดูกันอีกที"

ได้ฟังความเห็นของ มร.ไบรอันท์ ที่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และทัศนะเกี่ยวกับวงการบาสเกตบอลระดับโลกแบบนี้แล้ว คนไทยอย่างเราก็อย่าเพิ่งหมดหวังว่าเราจะไม่มีฮีโร่เหมือนอย่างชาติอื่นๆ อย่าง จีน หรือ ไต้หวัน เพราะในกีฬาชนิดอื่น ที่คนไทยคิดว่าเราเสียเปรียบเรื่องรูปร่าง เราก็สามารถสร้างชื่อได้มาแล้ว อย่าง เทนนิส และ วอลเลย์บอล เป็นต้น

ดังนั้น แม้จะรู้ว่าไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยากเกิน ขอเพียงต้องเชื่อมั่นในศรัทธา และความฝันที่เรามี อย่างที่ มร.ไบรอันท์ บอก แล้วสักวัน "เจเรมี หลิน" เมืองไทย คงไม่ใช่แค่ความฝันลมๆแล้งๆ แน่!!!

 

 

 

Twitter : Thairath_sport

โหวตข่าวนี้