ประเดิมเหรียญแรกให้ทัพนักกีฬาไทย ในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 ได้เรียบร้อยแล้ว แม้จะเป็นเพียงแค่เหรียญเงิน แต่ก็ถือว่าทรงคุณค่าอย่างแท้จริง
จากที่เกือบจะหมดลุ้น มือเปล่าในท่าสแนตช์ แต่การคัมแบ็กกลับมาได้ในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ของ “แต้ว” พิมศิริ ศิริแก้ว จอมพลังรุ่น 58 กก. ถือว่ายอดเยี่ยม
แน่นอนว่าเหรียญนี้ได้สร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศอีกครั้งหนึ่งไปแล้ว
และหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้กับทัพไทยในลอนดอนเกมส์ ให้มีกำลังใจได้เดินหน้าคว้าเหรียญรางวัลเพิ่มเติมต่อไป
สำหรับการคว้าเหรียญเงินของพิมศิริเป็นประเดิมในโอลิมปิกครั้งนี้ นับเป็นเหรียญรวมเหรียญที่ 22 ของนักกีฬาไทยตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขัน
เฉพาะเหรียญเงินเป็นเหรียญรวมที่ 5 นอกไปจากเหรียญทองรวม 7 เหรียญ และเหรียญทองแดงรวม 10 เหรียญ
แต่หากนับเฉพาะกีฬายกน้ำหนักเพียงอย่างเดียว เหรียญเงินของแต้วที่เพิ่งทำได้เป็นเหรียญที่ 7 ของทีมจอมพลังไทย
และเป็นเหรียญเงินเหรียญแรกของทีมยกเหล็กไทยอีกด้วย
เพราะก่อนหน้านี้มีแต่เหรียญทอง 3 เหรียญ จากอุดมพร พลศักดิ์ รุ่น 53 กก.หญิง ปวีณา ทองสุก รุ่น 75 กก.หญิง ในเอเธนส์เกมส์ 2004 และประภาวดี เจริญรัตนธารากูล รุ่น 53 กก.หญิง ในปักกิ่งเกมส์ 2008
รวมทั้งเหรียญทองแดงอีก 3 เหรียญ จากเกษราภรณ์ สุตา รุ่น 58 กก.หญิง ในซิดนีย์เกมส์ 2000 และอารีย์ วิรัฐถาวร รุ่น 48 กก.หญิง กับวันดี คำเอี่ยม รุ่น 58 กก.หญิง ในเอเธนส์เกมส์ 2004
และหวังว่าในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เหรียญยกน้ำหนักเพิ่มเติมอีกเรื่อยๆ
ทั้งหมดเป็นข้อมูลเรื่องเหรียญรางวัลในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติของไทย ที่นำมาบอกเล่ากัน
แต่เหนืออื่นใด อยากให้ทุกคนจดจำวินาทีแห่งความสำเร็จของนักกีฬาที่ถูกโปรโมตออกไปทั่วโลกว่ามีค่ามากแค่ไหน
นี่ยังไม่รวมรอยยิ้มของคนไทยทั่วประเทศเข้าไปอีก นับเป็นมูลค่าที่มหาศาลอย่างมาก
จึงอยากย้ำเตือนความจำผู้บริหารบ้านเมือง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการอนุมัติงบประมาณด้านการกีฬาเอาไว้ อยากให้คิดถึงมูลค่าและความสุขเหล่านี้ให้มากๆ
ผลที่ได้ทั้งการประชาสัมพันธ์ประเทศ และช่วงเวลาแห่งความดีใจของพี่น้องชาวไทย
มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม จนตีค่าไม่ได้เลย...
ฟ้าคำราม




















