ข่าว

วิดีโอ

ปิดฉากกวางโจวเกมส์

ก่อนจะเข้าเรื่องกีฬาในวันนี้ ผมอยากจะขอบคุณในน้ำจิตน้ำใจของคนไทยในกวางโจวครับ

เมื่อวันก่อนด้วยความสะเพร่าของตัวเองดันลืมโทรศัพท์ทิ้งไว้บนรถแท็กซี่ถึง 2 เครื่อง นึกขึ้นได้อีกทีเจ้าแท็กซี่คันดังกล่าวก็ซิ่งหายวับไปแล้ว

ด้วยความที่อยู่ต่างแดนทำอะไรไม่ถูก โดยเฉพาะเรื่องของภาษายิ่งสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง จึงไปขอความช่วยเหลือกับ "น้องชัช" ชัช ยงสวัสดิ์ พ่อหนุ่มนักเรียนไทย รูปหล่อ อัธยาศัยดี

"น้องชัช" จัดแจงเป็นธุระตามหาให้ทันควัน ทั้งโทรศัพท์เข้าเครื่อง ทั้งติดต่อโรงแรมที่ผมขึ้นรถเพื่อขอเทปกล้องวงจรปิดต่างๆนานา  จนข้าวปลาไม่ได้ทาน

วันต่อมาก็ยังติดต่อประสานงานให้อย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่ตัวเองก็ต้องทำงานไปด้วย   จนผมและพี่ๆน้องๆนักข่าวต่างรู้สึกเกรงใจเป็นอันมาก

ไม่นึกว่าคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จะทุ่มเทความพยายามช่วยเหลือให้ขนาดนี้

ถึงแม้จะไม่ได้ของคืน แต่สิ่งที่ผมได้รับกลับมาเป็นความประทับใจ ซึ่งมีคุณค่ามากกว่า

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คนไทยไม่เคยทิ้งกันครับ...

กลับเข้าสู่เรื่องเอเชียนเกมส์กันบ้าง นี่เป็นคอลัมน์ "เกาะติด...กวางโจวเกมส์" ฉบับสุดท้ายของทีมงานกราวกีฬาไทยรัฐ หลังจากมหกรรมกีฬาของชาวเอเชียได้รูดม่านปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับพิธีปิดก็ตามสไตล์การจัดงานนานาชาติของแดนมังกรเขาอยู่แล้วครับ ทำอะไรต้องยิ่งใหญ่ไม่ให้น้อยหน้าชาติอื่น

ในส่วนของผลงานนักกีฬาไทยที่ครั้งนี้ทำได้  11 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน และ 32 เหรียญทองแดง นั้นต่ำกว่าเป้าหมาย  ที่ประเมินกันมาก่อนออกเดินทางคือ 16 เหรียญทอง

แต่ก็เป็นการทำได้ตามเป้าหมาย หลังจากที่ประเมิน

คู่แข่ง ด้วยการเห็นฟอร์มจริงๆหลังได้เริ่มเกมการแข่งขันไปแล้วคือ 10 เหรียญทอง

นี่เป็นบทเรียนของสมาคมกีฬาต่างๆ รู้เราต้องรู้เขาด้วย

ที่ผ่านมาก็อย่างที่ผมบอกแหละครับว่า เราประเมินศักยภาพแบบเข้าข้างตัวเองมากเกินไป คู่แข่งเขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว หลายสมาคมกีฬาไม่ค่อยให้ความสนใจ

โดยเฉพาะสมาคมกีฬาที่ล้มเหลวในเอเชียนเกมส์ ครั้งนี้ คงต้องปรับปรุงการทำงานกันใหม่

ย้อนไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว "ปูซานเกมส์" ทัพนักกีฬาไทยจบด้วยอันดับที่ 6 ได้ 14 เหรียญทอง ต่อมาเมื่อ 4 ปีที่แล้วใน "โดฮาเกมส์" เราจบที่อันดับที่ 5 ทำได้ 13 เหรียญทอง แต่มาในครั้งนี้ทัพนักกีฬาไทยจบด้วยอันดับที่ 9

ถือว่าพัฒนาการทางด้านกีฬาดำดิ่งด้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ตรงกันข้ามกับชาติอย่างอินเดีย, อุซเบกิสถาน, คาซัคสถาน, อิหร่าน หรือแม้แต่กระทั่งเกาะเล็กๆอย่างไต้หวัน ที่พัฒนานักกีฬาขึ้นมาได้ดีอย่างผิดหูผิดตา

หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปเราคงร่วงกราวรูดตกอันดับไปเรื่อยๆ จาก "ท็อปไฟว์" ตอนนี้ลงมาอยู่ "ท็อปเทน" แล้ว ครั้งหน้าหากนิ่งเฉยเช้าชามเย็นชามคงหลุดไปที่ "ท็อปทเวนตี้" ชัวร์

เรื่องนี้กระทรวงกีฬาในฐานะหัวโขนใหญ่ก็อย่าเอาแต่สั่ง ต้องลงไปจัดการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะที่สมาคมกีฬาต่างๆ ก็อย่าให้ต้องจ้ำจี้จ้ำไชกันมากนัก ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองดีอยู่แล้วว่าควรทำอย่างไร

หากอยากจะประสบความสำเร็จ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือกันทำงาน ไม่ใช่ฝ่ายนโยบายเอาแต่สั่ง ฝ่ายปฏิบัติเฉื่อยแฉะ แบบนี้คงไปไม่รอด

สำหรับตัวของนักกีฬาเองมาถึงตรงนี้คงไม่มีการตำหนิติติงอะไรกันแล้ว เพราะรู้ว่าทุกคนพยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด คนที่ไม่ได้เหรียญก็ขอให้อย่าท้อถอย ส่วนผู้ที่ได้เหรียญรางวัลก็ดีใจด้วย

ที่สำคัญขอให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินอัดฉีด ยอดรวม 134,352,000 บาท ให้ครบถ้วนแบบเร็วที่สุดด้วย เพื่อจะได้ เป็นกำลังใจที่ดีให้กับนักกีฬา

สุดท้ายต้องขออภัยด้วยครับ หากผมเขียนปิดคอลัมน์ ในวันนี้ในสไตล์ออกลูก "บ่น" มากไปซักนิด ก็เพราะอยากให้ใครบางคนมองเห็นถึงปัญหา ไม่ใช่เอาแต่เพ้อเจ้อในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง และเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ก็หวังว่าในเอเชียนเกมส์ครั้งหน้า เราคงจะทำผลงานได้ดีกว่าครั้งนี้

แล้วเจอกันใหม่ใน "อินชอนเกมส์" อีก 4 ปี ข้างหน้าครับ...

พาวเวอร์บอมบ์

28 พ.ย. 2553 02:16 28 พ.ย. 2553 02:21 ไทยรัฐ