advertisement

อดีตฝังใจ

โดย โต้ บ้านแหลม 15 มิ.ย. 2555 05:00

วันก่อนผมเขียนถึงเรื่องฮูลิแกนว่า ไม่ใช่ปัญหา ใหญ่ในวงการลูกหนังยุโรปในปัจจุบัน  มีแต่เรื่องเหยียดผิวที่เป็นประเด็นอยู่เนืองๆ ที่ไหนได้ ก่อนและหลังเกมในกลุ่มเอ ระหว่างโปแลนด์ กับ รัสเซีย แฟนบอลทั้ง 2 ฝ่ายตะลุมบอนกันจนบาดเจ็บ 10 คน และถูกจับ 183 คน

อันธพาลลูกหนังจากยุโรปตะวันตก เช่น อังกฤษ, เยอรมนี และฮอลแลนด์ ถูกกดดันทำประวัติ ห้ามออกไปเชียร์บอลนอกประเทศทำให้เหตุการณ์ความวุ่นวายจากน้ำมือของคนเหล่านี้ลดน้อยลงไป แต่ในยุโรปกลางและตะวันออกยังคงมีอยู่

โดยเฉพาะแฟนโปแลนด์กับรัสเซีย ก่อเรื่องวิวาทกันบ่อยครั้งทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ แต่ในยูโรครั้งนี้ วางใจได้ตำรวจโปแลนด์จัดการอย่างเฉียบขาด ฝึกฝนมาอย่างดี  เตรียมอุปกรณ์ไว้พร้อมสรรพทั้งรถดับเพลิงฉีดน้ำ กระสุนยางและแก๊สน้ำตา ระดมกำลังมาดูแลความเรียบร้อยในวอร์ซอถึง 6,000 คน

จุดเริ่มต้นของการตีกันเมื่อวันก่อน  มาจากกองเชียร์รัสเซียราว 5,000 คน ตั้งขบวนเดินพาเหรดฉลองวันชาติของตัวเอง เดินจากในเมืองไปสนามกีฬาแห่งชาติเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ขบวนนี้ได้รับอนุญาตจากทางการของกรุงวอร์ซอแล้ว แต่ทางการอาจจะมองโลกในแง่ดีเกินไป

กองเชียร์โปแลนด์เห็นแบบนี้ก็ไม่ชอบใจ เหมือนยั่วยุ ข่มเหงจิตใจ ราวกับเป็นการเดินแถวยึดประเทศของทหาร จึงเกิดการปะทะกันขึ้นเป็นหย่อมๆ ในหลายจุดของวอร์ซอ รวมไปถึงย่าน “แฟนโซน” บริเวณสถานีรถไฟหลักของเมืองด้วย

ในอดีตเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อนโป-แลนด์เคยตกอยู่ภายใต้จักรวรรดิรัสเซีย ก่อนได้รับเอกราชในปี  ค.ศ. 1918  หลังจากนั้นไม่นาน ชนชาติโปแลนด์ก็ตกอยู่ระหว่างเขาควาย ถูกนาซีบุกยึดมาทางทิศตะวันตก และรัสเซียยกพลมาทางทิศตะวันออก อันเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามโลก ครั้งที่  2 ในปี ค.ศ. 1939 ส่งผลให้ชาวโปแลนด์เสียชีวิตไปถึง 6 ล้านคน ในสงครามครั้งนั้น

จะเห็นได้ว่า โปแลนด์ถูกกระทำย่ำยีจากมหาอำนาจมาตลอด หลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 โปแลนด์ก็ตกเป็นหุ่นเชิดของรัสเซียในยุคสงครามเย็น  เป็นประเทศคอมมิวนิสต์มา 49 ปี ก่อนที่จะมีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยในป ค.ศ. 1989 ซึ่งเป็นช่วงที่ม่านเหล็กของสหภาพโซเวียตล่มสลายเป็นทอดๆกันไป

และเมื่อ 2 ปีก่อน เครื่องบินตูโปเลฟ รหัส Tu-154M ของกองทัพอากาศโปแลนด์ ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ผลิตในรัสเซีย เกิดอุบัติเหตุตกลงใกล้เมืองสโมเลนส์คในประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2010 มีผู้เสีย ชีวิต 96 คน ในจำนวนนั้นมีประธานาธิบดีเลค คาซินสกี ของโปแลนด์และภรรยา รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลโปแลนด์รวมอยู่ด้วย

ผลการสอบสวนอุบัติเหตุครั้งนั้น ต่างฝ่ายต่างโทษกันไปมา รัสเซียหาว่า เป็นความผิดของนักบิน ส่วนโปแลนด์กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสนามบินสโมเลนส์ค บกพร่อง ส่งคำเตือนเรื่องสภาพอากาศที่มีหมอกลงจัดช้าเกินไปและสภาพแสงไฟของสนามบินก็ต่ำกว่ามาตรฐาน

เหตุการณ์นี้ทำให้คนโปแลนด์เคืองรัสเซียอีกครั้ง  เมื่อรวมกับความหลังในอดีตที่ถูกรุกราน การเดินพาเหรดกลางเมืองวอร์ซอเพื่อไปเชียร์บอลเมื่อ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา จึงทำให้แฟนบอลโปแลนด์รู้สึกเหมือนถูกเย้ยหยัน เหยียบเข้ากลางหัวใจ ในที่สุดก็ตีกันอย่างที่เป็นข่าว

ส่วนผลการแข่งขันในสนามที่เสมอ กัน  1–1 โปแลนด์เล่นได้ดีกว่านัดแรก  และยังมีความหวังในการเข้ารอบ  8 ทีมสุดท้าย แต่ต้องเจองานหนัก เส้นทางบังคับให้ต้องชนะเช็กสถานเดียวเท่านั้น กองเชียร์เจ้าภาพคงต้องรวมพลังกันอีกครั้งในวันที่ 16 มิ.ย.นี้.

 

โต้ บ้านแหลม

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement