อังกฤษเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2012 เคาต์ดาวน์นับถอย หลังสู่ลอนดอนเกมส์ไปเรียบร้อย
ถึงวันนี้เหลืออีกไม่ถึง 100 วัน มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ของโลกก็จะออกสตาร์ตขับเคลื่อนในระหว่างวันที่ 27 ก.ค.-12 ส.ค.นี้ ที่กรุงลอนดอน กันแล้ว
ช่วงนั้นจะเป็นอีกช่วงเวลาที่จะเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อนักกีฬา เจ้าหน้าที่จากทั่วโลกกว่าหมื่นคนจะมาชิงชัยกันใน 26 ชนิดกีฬา
ขณะที่นักกีฬาไทยของเรา ถึงเวลานี้ผ่านการควอลิฟายไปโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ได้ 28 คน ใน 13 ชนิดกีฬา
ล่าสุด ก็ต้องแสดงความยินดีกับ “แป๋ว” นันทนา คำวงศ์ นักตบลูกเด้งสาว ที่ได้สิทธิ์พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาไทยคนเดียวที่ได้ไปแข่งกีฬานี้ถึง 4 สมัย
กวาดตามอง แน่นอนว่าในกลุ่มของกีฬาความหวังของไทย หากมองกันคร่าวๆ ยังหนีไม่พ้น มวยสากลสมัครเล่น ยกน้ำหนัก และเทควันโด
นอกนั้นอาจจะหวังเพิ่มได้จากในกลุ่มของแบดมินตัน ที่สหพันธ์แบดมินตันโลกจะประกาศรายชื่อนักกีฬาที่ได้สิทธิ์อย่างเป็นทางการ วันที่ 30 เม.ย.นี้
โดยไทยเราที่ได้โควตาค่อนข้างแน่แล้ว มีบุญศักดิ์ พลสนะ ชายเดี่ยว รัชนก อินทนนท์ หญิงเดี่ยว และสุดเขต ประภากมล กับ สราลีย์ ทุ่งทองคำ คู่ผสม
นับว่าทีมตบลูกขนไก่ไทยมีลุ้นในลำดับรองลงมาจากกลุ่มแรก
โดยก่อนที่เกมการแข่งขันจะเปิดฉาก อยากสะท้อนให้เห็นว่า มีเสียงออกมาเป็น 2 ทางหลักๆ
ทางแรกถูกคิดในมุมบวก อย่างคณะกรรม- การเตรียมนักกีฬา ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หวังไว้ว่าเราจะคว้าได้อย่างน้อย 2 เหรียญทอง
แต่อีกทางหนึ่ง อาจจะเป็นการมองอย่างละเอียดมากขึ้น
ทั้งจากคนในวงการกีฬาเอง หรือแม้กระทั่งประชาชนทั่วไป รวมไปถึงตามแหล่งแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะในเว็บไซต์ มองไปในมุมลบกันเป็นแถว
ลอนดอนเกมส์ครั้งนี้ อาจจะเป็นฟันหลอ ที่เราไม่ได้เหรียญทองกลับมา ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ
ภายใต้การมองดังกล่าวก็มีเหตุผลมาสนับสนุน ที่น่าเชื่อถือได้อยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นมวย ที่ได้โควตา 3 คนน้อยไปหน่อย ต้องลุ้นในเปอร์เซ็นต์ที่หนักกว่าเดิม
ส่วนยกน้ำหนัก ดูเหมือนจะผลิตนักกีฬาไม่ทัน ส่วนใหญ่เป็นดาวรุ่ง โอกาสจึงไม่มาก ขณะที่เทควันโด รู้กันอยู่ ตัดสินด้วยสายตา ไม่มีอะไรแน่นอน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นการคาดเดาเอาไว้ ซึ่งเป็นธรรมดาของสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น จึงมีความกังวลอยู่มาก
ก็ได้แต่หวังว่า ในช่วงเวลาที่เหลือ นักกีฬาทั้งหลาย ทั้งในกลุ่มความหวังไม่หวังและที่กำลังจะได้โควตาเพิ่มเติมจากเดิม จะนำมุมมองอย่างหลังไปทบทวน
ว่าสิ่งที่ถูกคิดอย่างนั้นเป็นเพราะอะไร แล้วเดินหน้าฝึกซ้อมให้หนักมากขึ้น
เปลี่ยนคำสบประมาทไปเป็นแรงบันดาลใจ เพิ่มความฮึกเหิม การที่ถูกมองเช่นนั้น เป็นใครก็ท้อ แต่จะดีกว่าถ้าทำให้เป็นแรงกระตุ้นชั้นดี ทำวิกฤติให้เป็นโอกาส
เพื่อเปลี่ยนคำเย้ยหยัน เป็นเสียงปรบมือภายหลังให้ได้...
ฟ้าคำราม




















